กลิ่นไวน์แดงบอร์โดซ์ราคาแพงระยับที่รินรดากำลังจิบอยู่ คละเคล้าไปกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง ค่ำคืนนี้ไม่มีเอกสารสัญญาทางธุรกิจ ไม่มีกองกระดาษร่างข้อตกลงการซื้อขายหุ้น และไม่มีการปั้นหน้ายิ้มเสแสร้งต่อหน้าสื่อมวลชน มีเพียงเขากับเธอ—สองชีวิตที่เคยผูกพันด้วยพันธะแห่งการแต่งงานอันบิดเบี้ยว ก่อนที่มันจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของความเย็นชา
ธามันถอดสูทเนื้อดีออกโยนไว้บนโซฟาตัวยาว ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่ไหวสะท้อนตามจังหวะลมหายใจ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้มองไปที่อื่นเลย นอกจากร่างบางในชุดเดรสผ้าไหมสีนิลแนบเนื้อของอดีตภรรยา ผู้ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงริมระเบียงกระจกใส
“คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งทำสายตาแบบนั้นใส่ฉันหรอกค่ะ ธามัน” รินรดากล่าวขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าบาดลึก เธอกวาดตามองเขาด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย “เพราะตอนนี้ไม่มีผลประโยชน์อะไรระหว่างเราให้ต้องคำนวณอีกแล้ว”
ธามันก้าวช้าๆ เข้าไปหาเธอ ฝีเท้ามั่นคงแต่ทว่าหนักหน่วงราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม เขายืนประชิดตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนพื้นที่รอบตัวรินรดาราวกับแคบลงถนัดตา ปลายนิ้วเรียวแกร่งของชายหนุ่มเอื้อมไปแตะแก้มเนียนนุ่มแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่พร้อมจะสลายหายไปได้ทุกเมื่อ
“ผมแค่อยากมองคุณ” เสียงทุ้มต่ำพร่าพรั้นเอ่ยชิดริมฝีปากเธอ “ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง… ที่อยากมองผู้หญิงที่ตนเคยทำร้ายจนย่อยยับ ไม่ใช่ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดอกไม้ไหวระริกด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี “สายตาสำนึกผิดของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ ธามัน… มันซื้อความรู้สึกที่ตายด้านของฉันคืนมาไม่ได้หรอก”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มถอยหลัง กลับกัน… มันยิ่งจุดประกายความโหยหาและไฟปรารถนาที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานให้ลุกโชนขึ้นในแววตาของเขา ธามันโน้มใบหน้าลงต่ำฉวยริมฝีปากนุ่มที่กำลังเอื้อนเอ่ยถ้อยคำตัดรอนนั้นทันทีอย่างไร้การยินยอม
รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับเขาต้องการลงโทษความใจแข็งของเธอ แต่เมื่อรินรดาไม่ยอมจำนนและพยายามเบือนหน้าหนีด้วยความถือดี ธามันจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ มือหนาช้อนท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้อินซายน์ของเธอยอมรับสัมผัสอันลึกซึ้งและเร่าร้อนที่ค่อยๆ ถักทอความวาบหวามขึ้นทีละน้อย
ริมฝีปากหยักลึกบดคลึง ดูดซึมความหอมหวานจากเรียวปากบางที่เผยอออกด้วยความตกใจ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกคุ้นเคยและแรงดึงดูดอันตรายที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มกัดกินเกราะป้องกันทีละนิด มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ยามเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของชายหนุ่มลูบไล้ผ่านแผ่นหลังบอบบาง ลากต่ำลงมาที่สะโพกผายและบีบเคล้นอย่างหนักหน่วงด้วยความเสน่หา
บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นจนราวกับมีเปลวไฟแผดเผา เพนต์เฮาส์กว้างใหญ่กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ธามันอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยริมฝีปากยังคงไม่ละจากกลีบปากบวมเจ่อ รินรดาร้องประท้วงในลำคอเมื่อแผ่นหลังนุ่มถูกวางลงบนเตียงนอนกว้างขวาง ร่างหนาทาบทับลงมาทันทีราวกับเงาตามตัว
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากภายนอกอาคารที่สาดส่องเข้ามา ผิวกายเนียนละเอียดของรินรดาภายใต้แสงจันทร์ดูเย้ายวนจนแทบดึงสติสัมปชัญญะของชายหนุ่มให้ขาดผึ่ง ธามันพรอมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ไหปลาร้า และซอกคอหอมกรุ่น ทิ้งรอยสัมผัสสีสีกุหลาบไว้เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ความเร่าร้อนดำเนินไปอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจ สัมผัสที่ประสานสอดรับกันเต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวดในอดีต และความต้องการที่จะครอบครองกันและกันให้ลึกซึ้งถึงวิญญาณ
ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวหนักหน่วงและเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวาม ปลายเล็บจิกข่วนลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นจนสมองขาวโพลน เสียงหอบหายใจและเสียงครางระงมประสานกันก้องห้องนอนหรูหรา ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางค่ำคืนที่แปรเปลี่ยนจากความเกลียดชัง สู่ห้วงเสน่หาอันลึกซึ้งที่ไม่มีวันหวนกลับ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่
ร่างทั้งสองนอนแนบชิดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ รินรดานอนหันหลังให้เขา ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอกำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนจากความเหนื่อยอ่อน ทว่าเสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นทำลายความเงียบยามดึกสงัด
ธามันขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เขาลุกขึ้นสวมกางเกงขายาวอย่างลวกๆ แล้วเดินออกไปที่ห้องโถงเพื่อดูว่าใครมารบกวนยามวิกาล รินรดาเองก็ลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมผ้าไหมเดินตามออกไปด้วยความสงสัยเช่นกัน
เมื่อประตูห้องเปิดออก แสงไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นร่างของแม่บ้านผู้ดูแลคฤหาสน์เก่าของธามันยืนหอบเหนื่อยอยู่หน้าห้อง พร้อมกับเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับธามันราวกับแกะกำลังยืนขยี้ตาด้วยความง่วงงุน และในมือเล็กๆ ของเด็กชายคนนั้น กำซองเอกสารสีน้ำตาลลับบางอย่างไว้แน่น—ซึ่งรินรดาจำได้ทันทีว่าเป็น "ผลตรวจ DNA" ที่เธอแอบเก็บไว้เป็นไพ่ตายใบสุดท้าย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวและเจ็บปวดไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ — เข็มฉายานิศ
ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 19
คืนวันที่แปรเปลี่ยน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!