ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 16

จูบพิพากษา

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของธามันในยามวิกาลนั้น หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าก้อนหินนับพันตันที่ถ่วงทับลงบนหน้าอก รินรดาผถายหลังพิงบานกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่ไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาของเธอได้เท่ากับร่างสูงใหญ่ของคนที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับนักล่าที่ตีกรอบเหยื่อให้จนมุมในอาณาจักรของเขาเอง "คุณคิดว่าจะเดินเกมเหนือกว่าฉันไปได้ตลอดหรือริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเจือความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่ธามันหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นแอมเบอร์และวานิลลาเข้มข้นที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณการป้องกันตัวในกายให้ตื่นตัว รินรดาเชิดคางขึ้น ดวงตาคู่คมกริบที่เคยนองด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ในอดีต บัดนี้ฉายแววเยືือกเย็น ท้าทาย และสะท้อนความเจ็บปวดที่ถูกหล่อหลอมจนกล is แกร่งดั่งเพชร "เกมนี้ยังไม่จบหريكคะคุณธามัน..." รินรดาเอื้อiนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คนที่เริ่มเกมทำลายล้าง... ไม่ใช่ฉันคนเดียวเสียหน่อย คุณต่างหากที่เป็นคนจุดไฟเผาทุกอย่างด้วยมือของคุณเอง" ธามันแค่นยิ้ม ขมขื่นและรuดร้าวเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ แม้จะไม่ได้ออกแรงบีั้นรัดจนเจ็บ แต่สัมผัสอุ่นจัดนั้นกลับทำให้รินรด้สะท้านเฮือก เธอพยายามสะบัดออกแต่มันกลับไร้ผล เมื่อเขาขยับกายเข้าประชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับความเย็นเยียบของกระจกหน้าต่าง "ฉันยอมแพ้แล้ว... ริน" คำสารภาพที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ทำเอารินรดาชะงักงัน หัวใจที่เคยปิดตายกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มองเห็นความสำนึกผิด ความโหยหา และความเจ็บปวดร้าวรานที่อัดแน่นอยู่ในดวงคู่นั้นอย่างไม่ปิดบัง มันคือแววตาของผู้ชายที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปแล้ว... รวมถึงตัวเธอ "คำว่ายอมแพ้ของคุณ... มันไม่มีค่าอะไรอีกแล้วค่ะ" เธอกัดฟันกรอด พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่ตีรื้นขึ้นมาจุกอก "ตอนที่ฉันต้องการความเข้าใจ ตอนที่ฉันอ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความรักจากคุณ คุณอยู่ที่ไหนคะคุณธามัน? วันนี้เมื่อฉันยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง เมื่อฉันไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้คุณอีกต่อไป คุณถึงเพิ่งมาพูดคำนี้มันไม่สายไปหน่อยหรือคะ?" "ฉันรู้... ฉันรู้ว่าฉันมันเลวแค่ไหน" ธามันกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ฉันทรมานจนแทบคลั่ง รินรดา ทุกคืนที่หลับตาฉันเห็นแต่น้ำตาของคุณ เสียงร้องไห้ของคุณมันคอยตามหลอกหลอนฉัน... ลงโทษฉันได้เลย จะทำลายบริษัทของฉัน จะเอาทุกอย่างไปจากฉันก็ได้ แต่โปรด... อย่าทำร้ายฉันด้วยการเดินหนีหายไปจากชีวิตฉันอีกเลย" "คนเห็นแก่ตัว..." นั่นคือคำสุดท้ายที่เล็ดลอดผ่านริมฝีปากของรินรดาก่อนที่ธามันจะปิดกั้นเสียงต่อต้านทั้งหมดด้วยการบดริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งการขอร้อง แต่เป็น "จูบพิพากษา" ที่เต็มไปด้วยความโหยหา รุ่มร้อน และเจ็บปวด สัมผัสแรกดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับเขาต้องการสูบวิญญาณและความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดของเธอให้หลอมละลายไปกับรสจูบนี้ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กระดมทุบลงบนอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ธามันกลับยิ่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิด จนแผ่นอกของทั้งคู่แนบสนิทไร้ช่องว่าง เมื่อความขัดขืนเริ่มอ่อนแรงลงภายใต้ความวาบหวามที่เขาจงใจปรนเปรอ ริมฝีปากที่เคยดุดันก็เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลและเว้าวอน ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความคะนึงหาและน้ำตาที่ผสมปนเปกันทำให้จูบครั้งนี้ลึกล้ำจนแทบขาดใจ รินรดาครางแผ่วในลำคอ ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูก มือที่เคยทุบอกเขาเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มพร่าเลือน ท่ามกลางอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ ธามันผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างจำใจ ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขากลับยังแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างลึกซึ้ง "ฉันรักคุณ..." คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ต่อให้โลกใบนี้จะเกลียดชังฉัน หรือคุณจะเกลียดฉันมากแค่ไหน หัวใจของธามันคนนี้ก็เป็นของคุณ... ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ" รินรดานิ่งงั้น น้ำตาหยดใสเอ่อคลอเบ้าตาและไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกหลากหลายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งโหยหา และเจ็บปวด... เธอหลับตาลง ยอมจำนนต่อเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มือหนาของธามันประคองใบหน้าที่อาบน้ำตาของเธอไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำใสออกอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบซับน้ำตาบนเปลือกตาทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในจักรวาล รสสัมผัสที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความสำนึกผิดนี้ ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของรินรดาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เขากดริมฝีปากลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันนุ่มนวล ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจ แรงปรารถนาของผู้ใหญ่ที่ผ่านความร้าวรานมาด้วยกันถูกจุดประกายขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่ร้อนแรง เสื้อผ้าทีละชิ้นถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความเร่งรีบ ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาที่รอคอยมาเนิ่นนาน สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้ไปตามสรีระเว้าโค้ง ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้สั่นสะท้านและโหยหาการเติมเต็ม เสียงครางแผ่วเบาและลมหายใจที่กระชั้นถี่ผสานกันท่ามกลางแสงไฟสลัวของราตรี ค่ำคืนนี้ไม่มีผู้ชนะหรือผู้แพ้ มีเพียงคนสองคนที่ยอมจำนนต่อพันธนาการแห่งหัวใจ และปล่อยให้ร่างกายได้เยียวยารอยร้าวลึกที่เคยพังทลายลงด้วยไฟแห่งความแค้น ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับห้วงแห่งความสุขสมและอ้อมกอดที่เธอโหยหา เสียงเคาะประตูก็ก้องกังวานขึ้นขัดจังหวะความหวานล้ำนั้นอย่างกะทันหัน "คุณป๋าขา! คุณแม่ขา! น้องแทนเปิดประตูไม่ได้ค่ะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังทะลุบานประตูไม้หนาเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบเบาๆ ที่ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ธามันชะงักกкаกค้าง ร่างสูงแข็งทื่อในขณะที่ดวงตาสคมเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินสรรพนามที่เด็กน้อยเรียกเขา... และใบหน้าเล็กจิ๋วในความทรงจำที่ปรากฏขึ้นซ้อนทับกับหญิงสาวในอ้อมแขน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ — เข็มฉายานิศ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%