กล่องไม้สนสีเข้มประทับตราครั่งสีแดงสดวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องพักส่วนตัว กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกซึมราคาแพงโชยแตะจมูก รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าวัตถุชิ้นนั้น หัวใจดวงที่เคยด้านชาจนแทบไม่รู้สึกรู้สาต่อสิ่งใด กลับไหววูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านเส้นเลือด เธอยังจำสัมผัสของความร้าวรานในวันที่เดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้นได้แม่นยำ วันที่ความเงียบงันของธามันบาดลึกเสียยิ่งกว่าคมมีด วันที่เขาเลือกจะหันหลังให้หยาดน้ำตาของเธออย่างไร้เยื่อใย
เรียวคิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อยในขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสฝากล่อง มันคือจดหมาย... สิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะมอบให้เธอในวันที่ควรค่าแก่การรับฟังที่สุด
"คิดจะเล่นตลกอะไรอีกคะ ธามัน..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำอย่างเย่อหยิ่ง ทว่ามือที่ถือซองจดหมายฉบับแรกกลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เธอไม่อาจควบคุมได้
กระดาษแผ่นบางถูกคลี่ออก เผยให้เห็นลายมือหวัดๆ ที่เธอยคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ลายมือของสามีผู้เย็นชาและทะเยอทะยานจนหลงลืมหัวใจของภรรยา
*‘ถึงริน... ในวันที่คุณอ่านจดหมายฉบับนี้ ผมคงเป็นเพียงผู้ชายไร้ค่าคนหนึ่งในสายตาของคุณ...’*
ถ้อยคำแรกกรีดลึกลงในความทรงจำ ภาพวันวานที่เธอเคยร้องขอความรัก ความใส่ใจ และเศษเสี้ยวของเวลาจากเขาย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ธามันในอดีตผู้เอาแต่ก้มหน้าอยู่กับกองเอกสารทางธุรกิจและการแย่งชิงอำนาจ เขาไม่เคยชายตาแลหยาดน้ำตาของเธอเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งวันที่เธอเลือกจะเดินจากมาพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลาย เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ‘บ้าน’ ที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดในอดีตแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นในอก ความรู้สึกสะใจระคนสมเพชตีรวนอยู่ในความรู้สึก เธอแค่น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่ได้ร้องไห้—ผู้หญิงคนเดิมที่เคยอ่อนแอและรอคอยความเมตตาจากเขาได้ตายไปนานแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวกลับมาในฐานะศัตรูทางธุรกิจผู้พร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่เขารัก
จดหมายฉบับที่สองถูกหยิบขึ้นมาอ่านต่อ เนื้อหาข้างในทำให้ลมหายใจของเธอกระตุกวูบ
*‘ผมไม่ได้รักงานพวกนั้นมากกว่าคุณ... แต่ผมเพิ่งรู้ตัวในวันที่สายไปว่า ความทะเยอทะยานของผมมันไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อไม่มีรอยยิ้มของคุณคอยรอต้อนรับ... ริน ถ้าชาติหน้ามีจริง หรือปาฏิหาริย์มีจริง ได้โปรด... ให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้ได้ไถ่บาป’*
“ไถ่บาปงั้นเหรอคะ...” รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันและร้าวลึก “มันสายไปแล้วค่ะธามัน บาปที่คุณก่อไว้กับฉัน มันมากเกินกว่าที่คำขอโทษชั่ววูบจะลบล้างได้!”
พรึบ!
กระดาษแผ่นสำคัญถูกกำจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติและความแข็งแกร่งทั้งหมดกลับคืนมา ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
ร่างสูงสง่าของธามันก้าวเข้ามาในห้องด้วยลมหายใจหอบกระชั้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขารีบขับรถตามเธอมาหลังจากรู้ว่าเธอเก็บกล่องความลับนั้นไป—กล่องที่เขาตั้งใจจะเผาทิ้งแต่มันดันรอดพ้นจากกองเพลิงมาได้ และตอนนี้ มันอยู่ในมือของอดีตภรรยาผู้เย็นชาที่สุด
“ริน...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอמהชื่อเธอราวกับคนใกล้ขาดใจ ธามันก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเร่งรีบทำให้บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงถนัดตา
“คุณเข้ามาในห้องฉันได้อย่างไรคะ ธามัน?” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมปราบมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นจะใกล้เสียจนรับรู้ถึงไออุ่นร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
“ผมรู้ว่าคุณอ่านมันแล้ว...” ธามันก้าวเข้าไปอีกก้าว จนหลังของรินรดาแทบจะชิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมจดจ้องมองใบหน้าหวานที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ—เสน่ห์ที่เขาเคยโง่เง่ามองข้ามไป “ทุกคำในนั้น... ผมกลั่นออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ริน ผมทรมานมานานแค่ไหนที่คุณเดินจากไป คุณก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ?”
“ทรมาน?” รินรดายิ้มเยาะ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองที่สะสมมานาน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้เกินควร แต่แรงกายของหญิงสาวหรือจะเทียบเท่าบุรุษเพศ ธามันกลับฉวยจังหวะนั้นรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย แล้วดึงรั้งร่างอรชรเข้ามาประชิดแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง
“ปล่อยฉันนะคะ! คนสารเลว!” เธอตวาดเสียงกร้าว พยายามบิดข้อมือหนี
“ไม่ปล่อย...” ธามันกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้บเนียน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาและความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน “คุณลงโทษผมมามากพอแล้วริน... คุณเอาทั้งหัวใจ เอาทั้งบริษัท เอาทุกอย่างของผมไปเกือบหมดแล้ว และตอนนี้... คุณยังจะใจร้ายกับคำสารภาพของผมอีกงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ! ฉันจะใจร้ายกับคุณให้ถึงที่สุด!” รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงดุดันและท้าทาย แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้เลือดในกายของทั้งคู่สูบฉีดอย่างรวดเร็ว
ความโกรธ ความเกลียดชัง และความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากของผู้ใหญ่ที่เยือกเย็น บัดนี้ได้ปะทุขึ้นจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผาทั้งสองฝ่าย ธามันไม่รอช้าที่จะลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของอดีตภรรยา มือหนาละจากข้อมือเล็กเปลี่ยนมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันดุดันและเร่าร้อนที่เขาโหยหามานานแสนนาน
ริมฝีปากหยักประทับจุมพิตลงมาอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามจะทุบอกเขาและเบือนหน้าหนี แต่รสจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานกลับสะกดให้เธออ่อนระทวยลงทีละน้อย สัมผัสคุ้นเคยที่เคยหอมหวานและขมขื่นในคราเดียวกันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของคนทั้งคู่ให้ตื่นขึ้น
รสจูบจากความโกรธเกลียดแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป่ายไปตามส่วนโค้งเว้าของสรีระภายใต้ชุดทำงานหรูหรา ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นประสานกันเป็นเสียงเดียวในความเงียบงันของห้องทำงาน
รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธที่เคยมีถูกละลายหายไปกับสัมผัสอันเชี่ยวชาญและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาของอดีตสามี มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขา เผลอแอ่นกายเข้าหาอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบกอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้า
ธามันผละริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ทว่าดวงตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความต้องการที่ไม่อาจดับมอด เขาซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีKรandกจางๆ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระเส่าของหญิงสาวที่ดังคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
“คุณมัน... คนฉวยโอกาส...” รินรดาครางกระเซ่า เสียงของเธอขาดห้วงเมื่อมือซุกซนของเขาปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกอย่างรวดเร็ว
“ผมยอมเป็นคนสารเลว... แค่ได้คุณกลับคืนมาในอ้อมกอดนี้อีกครั้ง” ธามันกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ ก่อนที่เขาจะอุ้มร่างบางขึ้นด้วยพละกำลังทั้งหมดแล้ววางลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารและข้าวของกระจัดกระจายหล่นลงพื้นอย่างไร้ความหมาย
สัญชาตญาณแห่งความเร่าร้อนของผู้ใหญ่ที่โหยหากันและกันเข้าครอบงำ ธามันประทับจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงบนผิวเนื้อนุ่มละมุน ลมหายใจร้อนผ่าวและสัมผัสวาบหวามปลุกเร้าให้ความสัมพันธ์ที่เคยแตกหักกลับมาเชื่อมประสานกันด้วยไฟสวาทอันรุนแรงและลึกซึ้ง รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเต็มใจ แม้สมองจะพยายามร้องเตือนถึงความแค้น ทว่าร่างกายและหัวใจกลับพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นและรสรักที่โหยหามาเนิ่นนาน
ท่ามกลางบทรักอันดุเดือดและลึกซึ้งที่ดำเนินไปอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจ รินรดากลับไม่รู้เลยว่า... ที่มุมหนึ่งของประตูห้องทำงานที่ปิดไม่สนิท มีร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว
เด็กน้อยกะพริบตาปริบๆ มองผู้ชายตัวโตที่กำลังกอดคุณแม่คนสวยของเขา ก่อนที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มจะเอ่ยเรียกเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น
"คุณพ่อคะ... ทำไมถึงทำร้ายคุณแม่ล่ะฮะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ — เข็มฉายานิศ
ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 17
ความจริงที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!