เสียงปิดประตูกระจกนิรุกติ์ของห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุด ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันราวกับเสียงประกาศิตแห่งการล่มสลาย รินรดายืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังโต๊ะกระจกยาวขัดเงาวับ ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำสนิทแตะลงบนแฟ้มเอกสารข้อเสนอทางธุรกิจอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง แววตาคมกริบภายใต้ขนตางอนงามไม่ได้ไหวติ่งไปตามความกดดันรอบตัว เธอกลับมาแล้ว... ไม่ใช่ในฐานะภรรยาผู้เคยอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาอย่างน่าสมเพชในอดีต หากแต่เป็นตัวแทนอำนาจของกลุ่มทุนคู่แข่งที่พร้อมจะบดขยี้อาณาจักรของธามันให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง
ธามันก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เคยสม่ำเสมอสะดุดกึกทันทีที่กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะนาสิก กลิ่นกายหอมหวานล้ำลึกที่ผสานระหว่างความเย้ายวนของดอกมะลิยามราตรีและกลิ่นอุ่นละมุนของวานิลลา—กลิ่นเดียวกับที่เคยฝังแน่นอยู่ในความทรงจำและตามหลอกหลอนเขาในยามค่ำคืนตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย รินรดายังคงใช้กลิ่นนี้... กลิ่นที่เคยเป็นของเขาคนเดียว แต่บัดนี้มันกลับถูกใช้เพื่อประกาศสงครามประสาทใส่เขาอย่างเลือดเย็น
"คุณ... รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำของธามันหลุดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ดวงตาคมเข้มคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความระคนตกใจและไม่อยากเชื่อ ภาพหญิงสาวผู้เคยเงียบขรึมและยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจในอดีตถูกแทนที่ด้วยความงดงามอันเฉิดฉายและเย่อหยิ่งเกินกว่าจะเอื้อมถึง
"แปลกใจมากหรือคะ คุณธามัน?" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นงามคู่นั้นกวาดมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาราคาประเมิน "ดิฉันคิดว่าคุณน่าจะคุ้นเคยกับแขกรับเชิญคนนี้ดีเสียอีก หรือว่าเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ความทรงจำอันแสนสั้นของคุณมันเลอะเลือนไปหมดแล้ว?"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของธามันอย่างแม่นยำ เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーンบนหลังมือ ความรู้สึกผิดบาปและความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมาเนิ่นนาน ถูกกระชากขึ้นมาหายใจรดต้นคออีกครั้ง แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างระหว่างเขากับเธอยังคงทำงานอย่างเงียบเชียบและรุนแรงราวกับคลื่นใต้น้ำ ธามันก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานอย่างลืมตัว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันออกมา แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รินรดากลัวเกรงเลยแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้นท้าทาย สบตากับเขาตรงๆ โดยไม่มีความลังเลเจือปน
"คุณไม่มีสิทธิ์..." ธามันเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ไม่มีสิทธิ์กลับมาทำแบบนี้... ไม่มีสิทธิ์เอาบริษัทของผมเป็นเดิมพัน"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ?" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นหอมหวานของเธอยิ่งโชยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัสของเขาจนแทบคลั่ง ใบหน้าเรียวสวยอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ แววตาสมเพชระคนเย้ยหยันฉายชัด "ในเมื่อคุณเป็นคนสอนดิฉันเองนี่คะว่า... โลกธุรกิจและเรื่องหัวใจ มันไม่มีพื้นที่ให้คนอ่อนแอ และของทุกอย่าง ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ"
บรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดเป็นประกายไฟ ผิวเนื้อของทั้งคู่ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งผ่านยามที่ยืนประชิดกันใกล้ชิดขนาดนี้ ธามันมองริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่ขยับกล่าวถ้อยคำเชือดเฉือน หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ความโหยหาทางกายที่ถูกปลุกเร้าด้วยกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและสัมผัสอันใกล้ชิด ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยแข็งแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นเริ่มสั่นคลอน
มือหนาของธามันเอื้อมออกไปโดยสัญชาตญาณ คว้าข้อมือเรียวภายใต้ถุงมือลูกไม้ของเธอไว้แน่นแรงเสียจนรินรดานิ่วหน้าเล็กน้อย แต่เธอกลับไม่ยอมดึงมือกลับ เธอยังคงจ้องหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่แฝงไปด้วยพิษสง
"ปล่อยค่ะ คุณธามัน... การแตะเนื้อต้องตัวคู่ค้าแบบนี้ มันผิดมารยาททางธุรกิจนะคะ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบพร่าแผ่วเบา ทว่าแฝงความยั่วเย้าที่จงใจแกล้งให้เขาขาดสติ
ธามันไม่สนใจคำเตือนนั้น แรงดึงดูดอันมืดมนและเร่าร้อนดึงรั้งเขาให้ก้าวข้ามเส้นแบ่ง เขาออกแรงดึงร่างเพรียวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนรินรดาเซปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมที่เขาโหยหามาแรมปีฟุ้งกระจายอบอวลอยู่รอบตัว ความอบอุ่นจากเรือนร่างที่แนบชิดทำให้ธามันแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่บริเวณซอกคอระหงที่โผล่พ้นปกเสื้อสูทดีไซน์หรู
"ริน..." เขาครางชื่อเธอดิบเถื่อน เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่อัดอั้น "ผมคิดถึงคุณ... ได้โปรด..."
รินรดาใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่แนบชิด ความทรงจำเก่าๆ วิ่งวนเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แต่เธอบอกตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมตกหลุมพรางนั้นเด็ดขาด เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ ทว่าแรงของเธอกลับเหมือนการสะกิดปลุกเสือร้ายให้ตื่นจากการจำศีล
ธามันไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบลงบนเรียวปากอิ่มของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเจือด้วยความโหยหาอย่างไร้การควบคุม รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่ความรู้สึกวาบหวามคุ้นเคยจะแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อความนุ่มนวลและรสสัมผัสอันช่ำชองเริ่มละลายเกราะป้องกันที่เธอเพียรสร้างขึ้นมาแรมปี
มือหนาเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้อินเนอร์และองศารับจูบยิ่งลึกล้ำและดุดันขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาพยายามจะขัดขืนแต่เรียวแรงของเธอกลับพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันทรงพลังและคุ้นเคย ปลายนิ้วที่เคยจิกเกร็งอยู่บนอกเสื้อของเขาค่อยๆ อ่อนระทวยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทไปทุกสัดส่วนจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาราวกับเขื่อนแตก ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมที่มืดสลัว
เมื่อธามันถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งคู่ต่างหอบหายใจ
รินรดากัดริมฝีปากบวมเจ่อของตัวเองด้วยความเจ็บใจที่เผลอไผลไปกับสัมผัสของเขา เธอยกมือขึ้นตบหน้าเขาฉาดใหญ่ทันที เสียงเนื้อกระทบผิวเนื้อดังสนั่น ทว่าธามันกลับไม่หลบเลี่ยง เขายังคงมองเธอด้วยแววตาเป็นประกายระยับ เต็มไปด้วยความหลงใหลและสำนึกผิดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
"อย่าได้บังอาจทำแบบนี้อีก..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ยังค้างคา "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวดิฉัน!"
ธามันยกมือขึ้นแตะรอยแดงบนแก้มตัวเอง รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาก้าวเข้าไปหาเธออีกครั้งด้วยสายตาที่มั่นแน่วแน่ราวกับนักล่าที่ไม่มีวันปล่อยเหยื่อหลุดมือ
"ต่อให้คุณจะเกลียดผม จะพยายามทำลายผมมากแค่ไหนก็ตาม..." ธามันกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือแต่น่ากลัว "แต่จำเอาไว้ริน... กลิ่นของคุณ ร่างกายของคุณ และหัวใจของคุณ มันเคยเป็นของผม... และต่อให้คุณจะหนีไปสุดขอบโลก ผมก็จะตามเอาทุกอย่างคืนมา"
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมกับความแค้นที่ลุกโชน ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดปากตอกกลับ เสียงเคาะประตูก็จังหันดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง ประตูกระจกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขานุการส่วนตัวที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะยื่นมาตรงหน้าธามัน
"ท่านประธานคะ... มีเอกสารด่วนที่สุดส่งตรงถึงมือคุณค่ะ... เป็นผลตรวจพันธุกรรม... จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง..."
ธามันขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากรินรดากลับมามองซองเอกสารในมือลูกน้องด้วยความประหลาดใจ เขารับมันมาเปิดออกอย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าทันทีที่กวาดสายตาอ่านบรรทัดแรกผ่านกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาคมเข้มของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
ภาพถ่ายใบเล็กที่ร่วงหล่นจากซองเอกสารลงมาสู่พื้นกระจก เผยให้เห็นใบหน้าเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากธามันทุกระเบียดนิ้ว... เด็กชายที่เป็นความลับดำมืดซึ่งรินรดาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดห้าปีเต็ม!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 2
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!