ความเงียบงันภายในห้องพักวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ความกดดันมหาศาลลอยเคคว้างอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายังคงยืนนิ่งอยู่ในชุดคลุมเนื้อนุ่ม ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดร่องรอยความไหววั่นในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตางอนหนา ขณะที่ธามัน... ผู้ชายผู้เคยประกาศก้องว่าความตายของความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนคือความโล่งใจสูงสุดของชีวิต กลับยืนแข็งทื่อเป็นหินผา
ดวงตาคมกริบของธามันกวาดมองร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงวัยสี่ขวบที่นอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงผู้ป่วย ใบหน้านั้น... ถอดพิมพ์ทรงมาจากตัวเขาเองราวกับกระจกเงา ดวงตาที่แม้จะปิดสนิทแต่รูปทรงและแพขนตา จมูกโด่งรั้นริมฝีปากหยักอิ่ม แม้กระทั่งโครงหน้าที่ฉายความดื้อรั้นแม้ในยามนิทรา ทุกสิ่งทุกอย่างตะโกนบอกความจริงอันโหดร้ายและงดงามเกินกว่าที่สมองอันชาญฉลาดของนักธุรกิจร้อยล้านจะปฏิเสธได้
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง รินรดา" เสียงทุ้มต่ำของธามันแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงความเย่อหยิ่งจองหอง เขาก้าวเท้าเข้ามาหาอดีตภรรยาช้าๆ ราวกับคนละเมอ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมออกไปราวกับจะคว้าจับอากาศธาตุ "เด็กคนนี้... ลูกของเราอย่างนั้นเหรอ ลูกของเราใช่ไหมริน"
รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเว้นระยะห่าง รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอิ่มสีระเรื่อ สายตาที่เธอมองเขามีแต่ความว่างเปล่าและเย็นชา ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดเสียดแทงในอกของชายหนุ่ม
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกเขาว่าลูกค่ะ ธามัน" เสียงหวานใสเอื้อnเอ่ยด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนบาดลึก "ในวันที่ฉันอุ้มท้องเขาด้วยความยากลำบาก ในวันที่ฉันต้องนอนร้องไห้กอดตัวเองบนเตียงแคบๆ โดยไม่มีแม้แต่เงาของสามีเหลียวแล คุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังคลอเคลียอยู่กับผู้หญิงอีกคนไม่ใช่หรือไง"
คำพูดของเธอดั่งคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าที่ไม่มีวันหาย ธามันเจ็บแปลบจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้าย ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาจนจุกอก น้ำตาของผู้ชายใจหินรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างไม่อาจควบคุม
"ผมขอโทษ..." เขาเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น ลมหายใจติดขัดราวกับคนใกล้ตาย "ริน... ผมไม่เคยรู้เลย ถ้าผมรู้สักนิดว่าเธอกำลังท้อง ผมไม่มีทางปล่อยให้เธอไปเด็ดขาด ผม..."
"รู้แล้วได้อะไรคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความสมเพชเวทนา "คุณจะบังคับให้ฉันทำแท้งเหมือนที่เคยขู่ไว้ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ๆ หรือคุณจะหาข้ออ้างว่าเด็กคนนี้จะมาทำลายแผนการทางธุรกิจของคุณกันแน่? อย่ามาทำเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเลยค่ะธามัน มันน่าสมเพช"
คำพูดแทงใจดำทำให้ธามันก้าวเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ความโกรธปนความร้าวรานผลักดันให้เขาคว้าข้อแขนเรียวเอาไว้ แม้จะไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ แต่รอยสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคยกลับทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
"ปล่อยนะ!" เธอตวัดสายตาคมกริบมองมือหนาที่กุมข้อมือตนเอง "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน คุณไม่มีสิทธิ์!"
"ผมมีสิทธิ์!" ธามันเผลอตะคอกออกมาด้วยความอัดอั้น ก่อนจะลดเสียงลงเมื่อหันไปมองเด็กน้อยบนเตียงที่ขยับตัวเล็กน้อย เขาดึงร่างเพรียวบางของอดีตภรรยาเข้ามาชิดอกโดยไม่ยอมปล่อยให้เธอหลบหนี กลิ่นกายหอมหวานละมุนที่เขาโหยหามาตลอดสี่ปีเต็มโชยเข้าจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายให้ตื่นขึ้น
รินรดาตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม ไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่ทำให้เกราะป้องกันของเธอสั่นคลอน อกแกร่งที่แนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ และความอบอุ่นคุ้นเคยที่เธอพยายามลบเลือน กลับทรยศความตั้งใจทั้งหมด
"ปล่อยฉันนะ ธามัน! คนสารเลว คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าลูกด้วยซ้ำ!" เธอกำหมัดทุบลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แรงอารมณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยตาและไหลรินลงมาอาบแก้ม
ธามันนิ่งรับทุกหมัดที่ทุบตี เขายอมให้เธอระบายความแค้น ความเกลียดชัง และความเจ็บปวดทั้งหมดใส่เขา แต่มืออีกข้างกลับรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแน่นขึ้น บังคับให้เธอแนบชิดติดกับเรือนร่างกำยำจนแทบไม่มีช่องว่าง รสชาติของน้ำตาที่ปะปนกับความดุดันในแววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผา
"ตีผมให้ตายสิริน... ถ้ามันจะทำให้เธอหายแค้น" เสียงกระซิบแหบพร่าอยู่ข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่ปัดผ่านซอกคอขาวเนียนโดยสัญชาตญาณ "แต่ลูกเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผม... เธอจะใจร้ายกีดกันผมออกจากลูกไม่ได้"
"ใช่! ฉันจะกีดกันคุณ ฉันจะทำให้คุณลิ้มรสความรู้สึกของการถูกพรากสิ่งที่รักที่สุดไปเหมือนที่ฉันเคยโดน!" รินรดาตวาดเสียงสั่นเครือ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง
แต่ทว่า... ท่าทีที่ดุดันและเย่อหยิ่งของเธอในสายตาของธามันเวลานี้ กลับเย้ายวนใจจนน่าประหลาด ความโหยหาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนานปะทุขึ้นเป็นเปลวเพลิงราคะที่ยากจะต้านทาน ความรู้สึกผิด การสูญเสีย และความปรารถนาอันแรงกล้าหลอมรวมกันเป็นความบ้าคลั่ง
ธามันไม่รอให้เธอได้ต่อว่าอีกต่อไป ก้มลงประกบเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับต่อว่าเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว เรียวลิ้นร้อนชื้นก็แทรกซึมผ่านกลีบปากที่เผยอออกด้วยความตกตะลึง รสจูบที่ทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และแฝงไปด้วยความร้าวรานบีบคั้นหัวใจจนเธอแทบสำลัก สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้ากระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความอบอุ่นจากอ้อมแขนที่โอบกอดทำให้เข่าของเธอแทบทรุด
มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยบังคับให้อดีตภรรยาแหงนเงยรับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ รินรดาพยายามจะทุบตีขัดขืน แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขาจู่โจมอย่างไร้ความปรานี เรียวลิ้นของเขาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ราวกับคนอดอยากที่ได้พบธารน้ำกลางทะเลทราย ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำจนห้องพักผู้ป่วยแคบลงถนัดตา
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกัน รินรดาเผลอจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีเพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนหายไปชั่วขณะภายใต้ฤาสยิวที่เขาสร้างขึ้นอย่างช่ำชอง ธามันผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หน้าผากของเขากับเธอแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนรุ่มรดรินรดกันและกันในระยะประชิด
ดวงตาคมกราบกรานมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงก่ำของอดีตภรรยาด้วยความลุ่มหลง "เธอเกลียดผมได้นะริน... แต่เธอปฏิเสธไม่ได้หว่า ร่างกายเธอยยังต้องการผมเหมือนเดิม"
"คุณมัน... คนหน้าไม่อาย..." รินรดากัดริมฝีปากตัวเองด้วยความเจ็บใจที่ร่างกายทรยศความคิดตัวเอง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาอีกระลอก
ธามันใช้ปลายนิ้วโป้งปาดคราบน้ำตาบนแก้มนวลอย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่อ่อนหวานที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับจากเขา นับตั้งแต่แต่งงานกันมา แต่มันกลับทำให้รินรดารู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเดิม
"ผมจะไถ่บาป..." เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มจริงจังจนน่ากลัว "ไม่ว่าเธอจะต้องการให้ผมทำอะไร เพื่อลูก เพื่อเธอ ผมยอมแลกทุกอย่าง... แม้กระทั่งชีวิตของผมเอง"
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะดิ่งลึกลงสู่ห้วงแห่งอารมณ์อันซับซ้อนและเปราะบาง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว รินรดาผลักร่างสูงออกห่างทันที ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความกระดากอายและรีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากลวกๆ ธามันขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากวาดสายตามองไปที่ประตูด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่เหยื่อกำลังจะหลุดมือ
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกโดยพยาบาลสาวประจำวอร์ด สีหน้าของเธอตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด และในมือถือแฟ้มประวัติการรักษาแน่น
"คุณธามันคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" พยาบาลสาวละล่ำละลักพูดด้วยความรีบร้อน "ผลตรวจ DNA ด่วนพิเศษที่ท่านประธานสั่งให้ตรวจเทียบเคียงกับกรุ๊ปเลือดและพันธุกรรมของเด็กหญิง... ออกมาแล้วค่ะ!"
ธามันหันขวับกลับไปมองพยาบาลสาวทันที หัวใจกระหน่ำเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกผสมความคาดหวัง ขณะที่รินรดาหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อขึ้นมาฉับพลันเมื่อตระหนักว่า... ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกกระชากออกต่อหน้าต่อตาในวินาทีนี้!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับรินรดาและธามันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงจับมือและติดตามบทสรุปอันเข้มข้นถึงใจในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 25
ความทรมานที่แสนสาหัส
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!