ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 26

นาทีวิกฤต

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“อย่า!” เสียงกรีดร้องของรินรดาขาดห้วงไปพร้อมกับแรงกระชากมหาศาลที่ฉุดร่างเธอให้พ้นจากเส้นทางของรถสปอร์ตสีดำที่พุ่งเข้าใส่ราวกับลูกกระสุนปืน เสียงเบรกที่ดังสนั่นหวั่นไหวเสียดแทงแก้วหู ตามด้วยเสียงปะทะของเหล็กกล้ากับเนื้อคนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างหนาหนักของธามันกระแทกเข้ากับร่างของเธอจนปลิวไปกระแทกพื้นถนนคอนกรีต ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ธามันกลับใช้ตัวเขารองรับแรงปะทะทั้งหมดไว้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในอากาศราวกับมัจจุราชกำลังแผ่ขยายปีก รินรดาเบิกตากว้าง หอบหายใจถี่รัว สองมือสั่นเทาสัมผัสเข้ากับแผ่นหลังของอดีตสามีที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยของเหลวอุ่นจัด เธอพยายามยันกายลุกขึ้น ทว่าความพร่าเลือนในดวงตาทำให้โลกหมุนคว้าง “ธามัน... ธามันคะ! ลืมตาขึ้นมาสิ!” เธอเขย่าร่างคนตรงหน้า น้ำเสียงที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวกลับสั่นเครือจนน่าใจหาย “ริน... เธอ...” ธามันพยายามขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มจางๆ ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันและเฉยเมยบัดนี้หม่นแสงลงราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง “เธอ... ปลอดภัย... ใช่ไหม” “อย่าพูดอะไรทั้งนั้น! ใครก็ได้! ช่วยด้วย!” รินรดาตะโกนสุดเสียง ท่ามกลางผู้คนที่เริ่มมุงเข้ามา ลมหายใจของธามันขาดห้วงและแผ่วเบา เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะและลำตัว เขาพยายามยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่มือกลับร่วงหล่นลงข้างกาย รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกบีบจนแหลกละเอียด ความแค้นที่เคยสั่งสมมานานนับปีดูเลือนรางไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวอย่างที่สุดที่จะสูญเสียเขาไป... ใช่ ความกลัวที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ในโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รินรดานั่งนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ความเงียบงันรอบกายบีบคั้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก ภาพเหตุการณ์ที่เขาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ราวกับภาพหลอนที่คอยตอกย้ำความผิดบาปในใจ *ทำไมต้องทำแบบนี้... ทำไมต้องเป็นเขาที่เจ็บแทนฉัน* ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับพยาบาลที่กุลีกุจอออกมา รินรดารีบลุกขึ้นพุ่งเข้าหา “เขาเป็นยังไงบ้างคะ!” “คนไข้เสียเลือดมากค่ะ ตอนนี้อาการยังวิกฤต ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หมอต้องขออนุญาตย้ายคนไข้เข้าไอซียูนะคะ ญาติช่วยรอที่หน้าห้องนะคะ” รินรดาทรุดลงนั่งอีกครั้ง มือบางยกขึ้นกุมขมับ น้ำตาที่เคยกลั้นไว้ไหลรินออกมาอย่างไม่อาจควบคุม เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอ แต่ในยามที่ชีวิตของคนที่เคยเป็นทั้งรักแรกและปรปักษ์แขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอก็ไม่ต่างจากคนไร้ทางสู้ หลายชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า รินรดาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องพักฟื้นพิเศษที่ธามันถูกย้ายเข้ามา ร่างสูงใหญ่ที่เคยดูสง่างามและเย่อหยิ่งบัดนี้ไร้ทางสู้ เต็มไปด้วยสายระโยงระยางและเครื่องช่วยหายใจ ใบหน้าที่หล่อเหลาซีดเผือดจนน่าตกใจ เธอค่อยๆ เดินไปหยุดข้างเตียง มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานมาทั้งชีวิตไว้อย่างแผ่วเบา “คนบ้า...” เธอพึมพำ น้ำเสียงสะอื้น “ทำไมต้องเอาตัวมาเสี่ยง... ทั้งที่ฉันเกลียดคุณขนาดนี้ คุณก็ควรจะปล่อยให้ฉันตายไปไม่ใช่เหรอ” ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงกราฟหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินรดาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ ซบหน้าผากแนบกับมือของเขา สัมผัสถึงไออุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอหลับตาลงปล่อยให้ความรู้สึกที่ฝังลึกระบายออกมา “ถ้าคุณรอดมาได้... ฉันจะบอกความจริงกับคุณ” เธอพึมพำด้วยเสียงที่แทบจะเป็นเพียงลม “เรื่องของลูก... เรื่องที่คุณไม่มีวันได้รู้ถ้าคุณไม่เปลี่ยนไป” ในตอนนั้นเอง เธอก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเสื้อนอกของธามันที่ถูกพยาบาลวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง มีซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งโผล่ออกมา รินรดามองด้วยความสงสัย เธอจำได้ว่าเขาไม่ได้พกอะไรติดตัวมานอกจากมือถือ เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดดู มือที่สั่นเทาอยู่แล้วกลับสั่นรุนแรงขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน มันคือรายงานผลการตรวจ DNA ที่เธอเคยแอบทำไว้เมื่อหลายเดือนก่อน—เอกสารที่เธอคิดว่าเธอทำลายทิ้งไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ย้ายออกจากคฤหาสน์หลังนั้น เอกสารที่ระบุชื่อของ ‘เด็กชายรันต์’ ในฐานะบุตรของ ‘ธามัน’ อย่างชัดเจน ทว่าข้างๆ กันนั้น ยังมีรูปถ่ายใบเล็กๆ ของเด็กน้อยที่ยิ้มร่าเริงในชุดนักเรียนอนุบาล พร้อมลายมือหวัดๆ ของธามันที่เขียนไว้ด้านหลังว่า... *‘รอยร้าวที่ฉันเป็นคนสร้าง แต่จะไม่มีวันยอมให้พังทลายไปมากกว่านี้’* หัวใจของรินรดาสั่นสะท้าน เธอหันกลับไปมองร่างที่นอนนิ่งบนเตียง ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยแค้นกำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในนาทีวิกฤตนี้ ทันใดนั้น เครื่องวัดชีพจรก็ส่งเสียงร้องเตือนถี่รัว กราฟบนหน้าจอเริ่มผิดปกติ ธามันกระตุกร่างอย่างแรง ลมหายใจขาดห้วงก่อนจะเงียบสนิทไป รินรดาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นพล่านทั่วร่างเมื่อเห็นพยาบาลวิ่งกรูเข้ามาในห้อง “คนไข้ช็อกค่ะ! เตรียมเครื่องกระตุกหัวใจ!” “ไม่นะ! ธามัน! กลับมาเดี๋ยวนี้!” รินรดากรีดร้องขณะถูกผลักออกไปด้านนอก ประตูปิดลงพร้อมกับความมืดมิดที่เข้าปกคลุมใจ เธอทรุดลงกับพื้นเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ในห้องนั้น “ไม่ตอบสนองเลยค่ะหมอ! สัญญาณชีพหายไปแล้ว!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%