กลิ่นอับชื้นของน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเตือนเป็นจังหวะเรียบเรื่อยของเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ คือดนตรีประกอบฉากหลังที่บีบเค้นหัวใจจนแทบแหลกสลาย รินรดา দাঁড়อยู่เบื้องหน้าเตียงผู้ป่วยในห้อง ICU ที่ซึ่งธามัน—อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่ง เย็นชา และถือครองอำนาจเหนือชีวิตเธอ—บัดนี้กลับนอนไร้เรี่ยวแรง ร่างกายเต็มไปด้วยสายระโยงระยางและร่องรอยของการเผชิญหน้ากับความตายจากอุบัติเหตุที่เกือบพรากทุกอย่างไปจากเขา
ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความดูแคลน บัดนี้ปิดสนิท ริมฝีปากที่เคยเปล่งวาจาเชือดเฉือนหัวใจแห้งผากและไร้สีเลือด ความเงียบงันภายในห้องนี้ช่างน่าสมเพช... สำหรับผู้ชายที่เคยคิดว่าตนเองเป็นเจ้าโลก แต่สุดท้ายกลับต้องมานอนรอความเมตตาจากลมหายใจที่ใกล้หมดลง
"ตื่นขึ้นมาสิคะ... ธามัน"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบสนทน ไร้ซึ่งความสะเทือนใจ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เธอก้าวเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วยมากขึ้น ปลายส้นสูงกระทบพื้นห้องดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นรัวด้วยเพลิงแค้นที่สุมอกมานานหลายปี
"คุณเก่งไม่ใช่เหรอคะ? คุณเคยบอกว่ารินเป็นแค่เศษฝุ่น เป็นผู้หญิงโง่ๆ ที่คุณจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วทำไมตอนนี้... คนที่นอนอยู่ตรงนี้ถึงได้ดูน่าสมเพชขนาดนี้ล่ะคะ"
เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงที่เธอจงใจเลือกมาในวันนี้ ลอยเข้าปะทะประสาทสัมผัสของคนที่นอนหมดสติ ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยถูกปัดป้องอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ไล้ผ่านสันจ้าวคมสันลงมาถึงคางครึ้มหนวดเคราที่ไม่ได้โกนของผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่า 'สามี'
ราวกับปาฏิหาริย์... เปลือกตาหนาที่ปิดสนิทค่อยๆ ขยับไหว ธามันส่งเสียงครางต่ำในลำคออย่างทรมาน ดวงตาที่เคยทรงอำนาจค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพเบื้องเบลอค่อยๆ ชัดเจนขึ้น และเมื่อเขาเห็นใบหน้าที่เขาโหยหาและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ประกายความเจ็บปวดระคนสำนึกผิดก็ฉายชัดขึ้นในหน่วยตาคู่นั้น
"ริน..." เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อพยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บร้าวจากซี่โครงที่หักก็ทำให้เขาต้องนิหน้าด้วยความทรมาน
"ไม่ต้องพยายามขยับหรอกค่ะ" รินรดายิ้มหยัน แววตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา "เก็บแรงเอาไว้ฟังสิ่งที่รินจะพูดในวันนี้ให้ดี เพราะมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ยินเรื่องจริง... จากปากของผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบยละ"
ธามันกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก มือหนาพยายามจะยกขึ้นเอื้อมคว้าชายเสื้อของเธอ แต่รินรดาไม่มีวันยอมให้เขาสัมผัสเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเยียบเย็น
"คุณจำวันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยได้ไหมคะ? วันนั้น... รินอุ้มท้องลูกของเราไปขอความเห็นใจจากคุณ แต่คุณทำอะไร? คุณบอกว่าเด็กคนนั้นอาจไม่ใช่ลูกของคุณ คุณไล่รินออกจากบ้านท่ามกลางสายฝน พร้อมกับตราหน้าว่ารินเป็นผู้หญิงสำส่อน" น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ แต่ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ หากแต่เป็นความโกรธแค้นที่ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้ง "ลูกของเรา... แท้งไปในคืนนั้นค่ะ ธามัน! เพราะความใจร้ายและความโง่เขลาของคุณ ทำให้รินสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปต่อหน้าต่อตา!"
คำพูดนั้นพุ่งเข้าปักอกของธามันราวกับคมมีดนับพันเล่ม หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ หน้าอกสะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรงจนเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพส่งเสียงเตือนถี่รัว ร่างกายของเขาชาวาบ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดเอ่อล้นทะลักออกจากหางตา ไหลรินลงข้างขมับอย่างน่าสมเพช
"ริน... ผม... ผมขอโทษ..." เขาพยายามเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัดจนน่ากลัว "ผมมัน... เลว... ผมไม่รู้..."
"คุณไม่รู้เพราะคุณไม่เคยสนใจต่างหาก!" รินรดาระเบิดอารมณ์ออกมา หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงมาอาบแก้ม แต่รอยยิ้มเยาะกลับปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "คุณคิดว่าเงินทองและอำนาจจะซื้อได้ทุกอย่าง งั้นเหรอคะ? คุณคิดว่าการไถ่บาปด้วยการเอาหุ้นครึ่งหนึ่งบริษัทมาประเคนให้ริน แล้วทำตัวน่าสงสารในตอนนี้ มันจะลบภาพที่คุณเหยียบยยำรินได้งั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้... แค่ต้องการไถ่บาป..." ธามันหายใจหอบกระชั้น มือที่สั่นเทาพยายามเอื้อมออกไปอีกครั้งด้วยความสิ้นหวัง "ผมรักคุณ... ริน... ได้โปรด... ยกโทษให้ผม"
"ความรักจากคุณเหรอคะ?" รินรดาหัวعะในลำคอ เสียงหัวعะที่ช่างเย็นชาและบาดลึก "มันไร้ค่าเกินกว่าที่รินจะรับไว้ค่ะ ธามัน! สิ่งที่คุณสมควรได้รับ... คือการมีชีวิตอยู่เพื่อชดใช้ความเจ็บปวดทั้งหมดที่รินเคยได้รับต่างหาก!"
เธอโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นระคนความดุดันจากแววตาของเธอสะท้อนอยู่ในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดของเขา รินรดาลากไล้ปลายนิ้วลงบนริมฝีปากที่แห้งผากของเขาอย่างจงใจ ก่อนจะกดน้ำหนักลงเล็กน้อยเพื่อลงทัณฑ์
ความใกล้ชิดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย... แม้จะเต็มไปด้วยความแค้น แต่กลิ่นอายความเร่าร้อนในอดีตระหว่างพวกเขากลับตลบอบอวลขึ้นมาในบรรยากาศอึมครึมของห้อง ICU ธามันมองริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยครอบครองด้วยความโหยหาขั้นสุด ปลายลิ้นแห้งผากแตะริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความต้องการที่จะสัมผัส รั้งร่างบางเข้ามากอดแนบแน่นเพื่อชดเชยความผิดบาปพลุ่งพล่านขึ้นในกระแสเลือด แม้สังขารจะไม่อำนวย แต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้ชายที่หิวกระหายความรักกลับตื่นตัวอย่างรุนแรง
รินรดารู้ทันสายตาคู่นั้น เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายและแรงยั่วยวนที่ทำเอาธามันแทบคลั่ง เธอยอมก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มสากระคาย
"อยากกอดรินเหรอคะ? อยากได้ความอบอุ่นจากคนที่คุณเคยผลักไสเหรอคะ..." เสียงกระซิบพร่าสั่นราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "ฝันไปเถอะค่ะ... เพราะตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ นรกในอกที่คุณกำลังเผชิญอยู่... มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่คุณทำกับริน!"
ธามันหลับตาลงรับความเจ็บปวดนั้นอย่างจำนน หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลรินเป็นสาย เขาสำนึกแล้ว... สำนึกในวินาทีที่สายเกินกว่าจะเหนี่ยวรั้งเธอไว้ได้
แต่ก่อนที่รินรดาจะผละตัวออกเพื่อเดินหันหลังให้ ประตูห้อง ICU กลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของพยาบาลและเสียงเด็กน้อยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"คุณแม่ขา! น้องปาล์มรอนานแล้วนะค้า ทำไมคุณแม่คุยกับลุงคนนี้นานจัง..."
ร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยสามขวบในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง โดยมีพยาบาลพยายามวิ่งตามจับ รินรดาชะביกึก สีหน้าเปลี่ยนสีในเสี้ยววินาที ขณะที่ธามันที่นอนอยู่บนเตียงเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าจิမ်းลิ้มและดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน...
ดวงตาของธามันเลื่อนมองเด็กน้อยสลับกับรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อ ปลายลิ้นจุกปากเมื่อความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ถูกกระชากออกมาเปิดเผยต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่วิกฤตที่สุดของชีวิต!
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ]
ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 27
อ้อมกอดในห้อง ICU
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!