เสียงล็อกกลอนประตูดัง *‘คลิก’* ก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮาส์ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รินรดาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาติดกับดักในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้กับเขา... ธามัน
เอกสารในแฟ้มสีดำหล่นร่วงลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม เมื่อร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีเคลื่อนเข้ามาปิดกั้นทางออกเดียวอย่างไร้ช่องว่าง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและมวนบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอบอวลอยู่รอบตัว เขายืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้า แววตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความดุดันและประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานแรมปี
“คุณทำบ้าอะไร” รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาเกราะกำบังอันเปราะบางของตนเอง แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวรากับกลองเพล “เปิดประตูเดี๋ยวนี้ค่ะ ธามัน ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมประสาทกับคุณ”
“เกมงั้นเหรอ...” ธามันแค่นسหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่อัดแน่น “คุณต่างหากที่เป็นคนเปิดเกมนี้ขึ้นมารินรดา คุณจงใจเข้ามาในชีวิตผม ยั่วเย้าผม แล้วก็ทำเป็นเหินห่างราวกับเราเป็นคนแปลกหน้า... คุณคิดจริงๆ หรือว่าผมจะทนมองคุณเดินหนีไปเฉยๆ ได้อีก”
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางของหญิงสาวแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง เธอไม่มีทางถอยหนีได้อีกแล้ว รินรดากัดริมฝีปากแน่นเมื่อมือหนาเอื้อมมาแตะที่กรอบหน้า ร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“ปล่อยฉัน...” เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่คุ้นเคยแต่แสนอันตรายนี้ “เราหย่ากันแล้วค่ะคุณธามัน สถานะของเราตอนนี้มีแค่คำว่าศัตรูทางธุรกิจ จำไม่ได้หรือไงคะ”
“จำได้สิ... จำได้แม่นเลยว่าผมเคยโง่เง่าแค่ไหนที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไป” ธามันโน้มใบลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาวผ่อง มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ แรงบีบรัดที่เอวทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ “แต่ตอนนี้... ผมไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจบ้าบออะไรนั่นอีกแล้ว สิ่งเดียวที่ผมต้องการ คือการทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของผม”
ริมฝีปากหยักลึกฉวยโอกาสกดจูบลงบนกลีบปากนุ่มที่กำลังเผยอเถียง รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความคุ้นเคยและรสชาติหวานล้ำที่เคยฝังรากลึกในความทรงจำตื่นขึ้นมาต่อต้านสติสัมปชัญญะ เธอพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อผลักไส แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมแขนเหล็กกล้าที่โอบรัดเธอไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ
สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ลึกซึ้งเมื่อธามันชิมรสความหวานจากเรียวปากเธอนานขึ้น เรียวลิ้นร้อนซรกซอนเข้ากอบโกยลมหายใจจนรินรดาแทบยืนไม่อยู่ เขาลากไล้ริมฝีปากลงมาตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ จนหญิงสาวต้องหลุดเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
“อื้อ... ธามัน... ปล่อยนะ...”
“ไม่ปล่อย... และจะไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด” เขาพึมพำชิดผิวเนื้ออ่อนนุ่ม มือหนาสอดเข้าไปใต้ร่มผ้าซาตินเนื้อลื่น ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามไปทั่วร่าง รินรดารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเขาและความต้องการที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
บรรยากาศในห้องทำงานมืดทึบยิ่งบีบคั้นให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนรางลง ความโกรธแค้นที่เธอสะสมมานานนับปีถูกหลอมละลายด้วยความร้อนรนของอารมณ์ปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดชนวน รินรดายกมือขึ้นโอบรอบลำคอหนาโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่กัดกินหัวใจ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่างจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
ธามันอุ้มร่างบางขึ้นโดยที่ริมฝีปากยังไม่ละจากกัน รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อแผ่นหลังถูกวางลงบนโซฟาหนังตัวยาวในมุมห้อง ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีราวกับเสือร้ายที่ตะครุบเหยื่อ ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาจนน่ากลัว แต่ก็มีความอ่อนล้าเจือจางอยู่ในนั้น
“คุณมันคนเห็นแก่ตัว...” รินรดากล่าวเสียงพร่า หอบหายใจถี่กระชั้นขณะที่มือของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกที
“ใช่ ผมมันเห็นแก่ตัว... และผมยอมเป็นคนเลวในสายตาคุณอีกครั้ง ดีกว่าต้องทนทรมานกับการไม่มีคุณอยู่ในชีวิต”
เสียงกระซิบแหบพร่าขาดหายไปเมื่อริมฝีปากร้อนประทบลงมาอีกครั้ง คราวนี้ดุเดือดและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม นิ้วเรียวยาวของธามันลากไล้ไปทั่วสรีระโค้งเว้า ปลุกเร้าทุกอณูความรู้สึกให้ตื่นตัวจนรินรดาต้องแอ่นกายรับสัมผัสด้วยความลืมตัว ความโกรธแค้นในอดีตถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่โหยหาซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจแต่เต็มไปด้วยแรงผลักดันอันซับซ้อน ดำดิ่งลงสู่ห้วงมืดแห่งอารมณ์ที่ไม่มีใครสามารถฉุดรั้งไว้ได้อีกต่อไป...
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมา รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนโซฟาตัวเดิม ร่างกายเปลือยเปล่าถูกคลุมไว้ด้วยเสื้อสูทเนื้อดีของเขา ธามันยืนหันหลังให้อยู่ริมกระจกบานใหญ่ กำลังจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ สายตามองออกไปเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอิ่มเอมและหวาดหวั่นต่ออนาคต
แต่แล้ว... เสียงเคาะประตูดัง *‘ก๊อก ก๊อก’* ที่ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ก็ทำให้ธามันต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
“ท่านประธานครับ... เอกสารด่วนจากสำนักงานกฎหมายมาถึงแล้วครับ... และ... เอ่อ... มีแขกอีกคนมารอพบคุณข้างล่าง บอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนเกี่ยวกับพินัยกรรมของคุณพ่อคุณครับ” เสียงเลขาหนุ่มดังลอดเข้ามาผ่านบานประตู
ธามันหันกลับมามองรินรดาที่กำลังรีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเมื่อครู่กลับมาเป็นความเย็นชาและระแวดระวังทันที
รินรดากัดฟันกรอด จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลวกๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาเตรียมจะเดินผ่านเขาไป แต่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่พาดอยู่บนพนักพิงโซฟาของธามันกลับดังขึ้นเสียก่อน... มันเป็นเสียงเรียกเข้าที่ตั้งค่าเฉพาะสำหรับสายด่วนจากโรงพยาบาลเด็ก
ธามันชะงัก ชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นภาพหน้าจอ... เป็นภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ที่มีโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับแกะ!
รินรดานิ่งงดงามอยู่กับที่ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เมื่อดวงตาสีเข้มของธามันหันขวับมามองเธอสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ในมือของเขาด้วยความตกตะลึงสุดขีด... ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปี พังทลายลงในวินาทีนี้เอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว•ตอนที่ 6
กับดักความใคร่
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปรปักษ์หัวใจในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!