กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นผงคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่รวินท์สนใจในเวลานี้ไม่ใช่ความเก่าแก่ของห้องสมุดคณะโบราณคดี แต่เป็นรอยแยกสีดำสนิทบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ซึ่งยังคงส่งไอความเย็นเยียบเสียดกระดูกออกมากระทบข้อเท้าของเขา
เงาที่บิดเบี้ยวและแยกตัวออกไปเมื่อครู่ ราวกับภาพลวงตาที่ถูกลบเลือนด้วยการกระพริบตาเพียงครั้งเดียว ตอนนี้มันกลับคืนสู่รูปทรงปกติทอดตัวยาวตามแสงสลัวของโคมไฟโบราณ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความระแวงในใจของสถาปนิกหนุ่มลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"อย่าก้มมองต่ำเกินไปครับ รวินท์"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือแถวที่สี่ ศิลาในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้าวออกมาอย่างเงียบเชเชียบ มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบตำราปกหนังแท้ที่สันหนังสือหลุดลุ่ยขึ้นมาเปิดผ่านๆ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเงาบนพื้น
รวินท์ถอนหายใจยาว ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสสายตา เส้นสายพลังงานสีฟ้าครามที่เขามองเห็นเป็นปกติยามใช้เนตรสถาปนิก บัดนี้กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป โครงสร้างอาคมของห้องสมุดแห่งนี้ซับซ้อนกว่าที่เขาเคยวิเคราะห์ไว้ในแปลนเก่าเมื่อสามปีก่อนมากนัก
"คุณศิลาคิดว่ามันคืออะไรครับ" รวินท์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความตึงเครียด "เงากลืนกินเงา... ผมไม่เคยเห็นอาคมประเภทที่สะท้อนตัวตนด้านมืดออกมาเป็นรูปร่างอิสระแบบนี้มาก่อนในตำราสถาปัตยกรรมศาสตร์แขนงไหนเลย"
ศิลาหยุดมือที่กำลังพลิกกระดาษ ดวงตาคมกริบคู่นั้นตวัดขึ้นมองหน้าสถาปนิกหนุ่มนิ่งนาน ก่อนจะริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันแต่ก็แฝงความเอ็นดูในความดึงดันของอีกฝ่าย
"เพราะคุณมองมันเป็น 'อาคม' ไงครับ รวินท์" ศิลาวางตำราเล่มหนาลดลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงกระดาษกระทบกันดังทึบในความเงียบ "สิ่งที่คุณเห็นเมื่อครู่ไม่ใช่โครงสร้างเวทมนตร์ที่ถูกผูกขึ้นด้วยอักขระ แต่มันคือ 'รอยต่อ' ของมิติที่ถูกเปิดออกด้วยความตั้งใจ อาคารหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บรักษาประวัติศาสตร์ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ 'กักขัง' บางสิ่งตั้งแต่แรกเริ่มต่างหาก"
คิ้วเข้มของรวินท์ขมวดเข้าหากันทันที เขารู้ดีว่าศิลาเป็นอดีตจอมขมังเวทผู้กุมความลับดำมืดบางอย่าง และการที่อีกฝ่ายยอมเปิดปากอธิบายยาวเหยียดเช่นนี้ หมายความว่าสถานการณ์รอบตัวกำลังเข้าขั้นอันตรายเกินกว่าจะเพิกเฉยได้
"แปลว่าแปลนอาคารที่ผมถืออยู่..." รวินท์หยิบม้วนกระดาษพิมพ์เขียวขึ้นมา กางออกบนโต๊ะ
"เป็นของปลอมครับ" ศิลาตัดบทอย่างไม่ใยดี ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องสมุดที่ไร้ผู้คน "หรือพูดให้ถูกคือ มันคือแปลนที่ถูกแก้ไขใหม่เมื่อหิบสีก่อน เพื่อปกปิดโครงสร้างที่แท้จริง... โครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นตามศาสตร์ลับของพวกนอกรีตยุคโบราณ"
บรรยากาศภายในห้องสมุดเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจของรวินท์กลายเป็นไอสีขาวจางๆ แสงไฟจากโคมไฟเพดานเริ่มกระพริบถี่และส่งเสียงฮัมต่ำๆ ในลำคอ ราวกับเครื่องจักรที่กำลังรับภาระเกินขีดจำกัด
รวินท์ไม่รอช้า เขาสูดหายใจเข้าลึกตั้งสติ รวบรวมพลังงานเนตรสถาปนิกเพ่งมองทะลุผ่านชั้นหนังสือไม้สักโบราณ ทันใดนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวระส่ำ
เส้นสายพลังงานสีดำทมิฬนับร้อยเส้นกำลังพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินใต้ห้องสมุด ถักทอเข้าหากันเป็นโครงสร้างรูปทรงเรขาคณิตประหลาด คล้ายกับกรงขังขนาดมหึมาที่กำลังขยายตัวโอบล้อมพวกเขาไว้ทีละน้อย และที่จุดศูนย์กลางของโครงสร้างนั้น... มีดวงตาสสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งคู่
*“ในที่สุด... ก็มีคนตกลงมาในกับดักอีกครา...”*
ศิลาขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือขวาตบลงบนกระเป๋าเสื้อคลุม ดึงแผ่นยันต์สีทองอร่ามสลักอักขระโบราณออกมาสะบัดออกไปเบื้องหน้าในพริบตา แสงสีทองสว่างวาบเข้าปะทะกับคลื่นพลังสีดำที่พุ่งทะลตู้หนังสือจนแหลกละเอียดเป็นจุล
"ถอยไปข้างหลังครับ รวินท์!" ศิลาเอ่ยเสียงกร้าว แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟสีส้มวับวาว "เจ้าสิ่งนี้ไม่ได้จำศีล... แต่มันกำลังรอให้เราเดินเข้ามาเปิดประตูให้ต่างหาก!"
รวินท์ไม่ลังเล เขาใช้ทักษะการคำนวณโครงสร้างในสมองประมวลผลจุดอ่อนของกรงขังพลังงานตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว แต่สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ไม่ยอมจำนนต่อความสมบูรณ์แบบที่บิดเบี้ยวก็ลุกโชนขึ้นมา
"มุมสิบเอ็ดนาฬิกา! เสาหลักต้นที่สามจากซ้ายมือ!" รวินท์ตะโกนบอก พร้อมกับชี้ไปยังโครงสร้างพลังงานที่เขามองเห็น "จุดนั้นคือจุดรับน้ำหนักทั้งหมดของอาคม! ถ้าทำลายฐานรากตรงนั้นลง โครงสร้างทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตา!"
ศิลาเหลือบมองรวินท์ด้วยแว่นสายตาที่ฉายแววทึ่งชั่วขณะ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
"รับทราบครับ สถาปนิกของผม"
สิ้นเสียงคำประกาศ ศิลาก็กระโจนเข้าหาเสาหลักเป้าหมายพร้อมกับระเบิดพลังอาคมสีครามเข้มข้นที่สะสมไว้ในร่างกายออกมาจนเกิดเสียงคำรามก้องราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่พลังของทั้งสองกำลังจะพุ่งชนเป้าหมายนั้นเอง พื้นห้องสมุดทั้งหมดก็ยุบตัวลงอย่างไร้สัญญาณเตือน ร่างของทั้งคู่ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างท่ามกลางเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
และก่อนที่สติของรวินท์จะดับวูบลงในความมืด เขากลับได้ยินเสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในหัว... เสียงที่คล้ายกับกลไกของระบบบางอย่างกำลังเริ่มต้นทำงาน
**[ตรวจพบผู้บุกรุกเข้าสู่เขตอาคมต้องห้าม: หอคอยไร้เงา (ชั้นที่ 0)]**
**[ระบบสถาปนิกนอกรีต ทำการปลุกเงื่อนไขพิเศษระดับ SSS สำเร็จ]**
**[ภารกิจลับ: 'สร้างหรือทำลาย' เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ... ขอให้โชคดีครับ ท่านสถาปนิก]**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้เสมอนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับจอมขมังเวทนอกรีต•ตอนที่ 2
คนนอกรีตในเงามืด
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับจอมขมังเวทนอกรีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!