เสียงกัมปนาทจากห้วงมิติเบื้องบนราวกับเสียงคำรามของพญามังกรโกรธเกรี้ยว ความกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งตำหนักร้างตระกูลหลี่จนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
หลี่ชิงเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินอัคคีโบราณ แววตาของอดีตมหาเทพกระบี่มิได้มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย มีเพียงประกายคมปลาบดุจคมกระบี่สวรรค์ที่ถูกชักออกจากฝัก รอบกายของเขามีกลุ่มควันสีดำสนิทและไอน้ำวนเวียนประหนึ่งพายุหมุนขนาดย่อม มันคือมลทินและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างสวะของเด็กหนุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง ซึ่งบัดนี้กำลังถูกขับไล่ออกมาด้วยพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่เขารวบรวมขึ้นใหม่
"หึ... ร่างกายนี้ช่างเปราะบางเสียจริง ปราณสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเพียงเศษเสี้ยว ยังแทบจะฉีกเส้นชีพจรของเจ้าออกเป็นเสี่ยงๆ"
หลี่ชิงเฟิงพึมพำกับตนเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างทระนง สองมือผสานอินทร์ตราตาม "เคล็ดวิชาหลอมกายเทวะ" วิชาบรรพกาลที่สะท้านสะเทือนสามภพในอดีตชาติ ทันใดนั้น ชีพจรทั่วร่างที่เคยตีบตันและเสียหายกลับเปล่งแสงสีทองเรืองรองราวกับเส้นไหมอัคคีที่ถูกถักทอขึ้นใหม่ ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายท่วมแผ่นหลัง แต่สีหน้าของเขากลับราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งเสียงครางระงมแม้แต่ครึ่งคำ
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนรับรองไกลออกไป นางเซียนแห่งตำหนักเหมันต์นิรันดร์ ไป๋ลี่หลัน ยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง
นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ เส้นผมดำขลับทิ้งตัวยาวถึงสะโพก ใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับจับจ้องไปยังทิศทางของตำหนักร้างด้วยความประหลาดใจระคนห่วงใย
"กลิ่นอายนี้... ปราณฟ้าดินกำลังถูกดึงดูดอย่างบ้าคลั่ง นี่ไม่ใช่ระดับการฝึก1ปรกติ... ชิงเฟิง เจ้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่?"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งพึมพำเบาๆ นางก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างระหงก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงละอองความเย็นที่ทำให้ดอกไม้ริมทางกลายเป็นผลึกแก้ว
กลับมาที่แท่นหินอัคคี หลี่ชิงเฟิงไม่อาจสนใจสิ่งรอบข้างได้อีกต่อไป จุดตันเถียนในร่างของเขากำลังขยายใหญ่ขึ้นด้วยความเร็วสูง พลังวิญญาณจากธรรมชาติรอบรัศมีร้อยลี้ถูกกระชากเข้ามาผ่านทางผิวหนังและลมหายใจจนเกิดเป็นเสียงหอนหวีดหวิวของสายลม
*ตูม!*
เสียงระเบิดดังขึ้นในห้วงจิตสำนึก ขอบเขตพลังยุทธ์ขั้นแรกที่กั้นขวางเขาไว้ดุจกำแพงเหล็ก บัดนี้ถูกพังทลายลงด้วยกระแสปราณอันเกรี้ยวกราด ระดับพลังพุ่งทะยานจาก "ขั้นก่อเกิดปราณ" ทะลุผ่าน "ขั้นหลอมรวมกาย" ในชั่วพริบตาเดียว!
คลื่นพลังออร่าสีทองอร่ามระเบิดออกรอบทิศทาง พัดพากำแพงตำหนักพังครืนลงมาเป็นฝุ่นผง เศษหินและต้นไม้รอบบริเวณถูกบดขยี้จนแหลقละเอียด หลี่ชิงเฟิงลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาทั้งคู่ฉายแสงสีทองเจิดจ้า ร่างกายที่เคยผอมแห้งแรงน้อยบัดนี้เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วนทรงพลัง เปี่ยมล้นด้วยพละกำลังที่สามารถสחดหินผาให้แหลกได้ด้วยหมัดเดียว
"ฮ่าๆๆ... ขอบเขตหลอมรวมกายขั้นที่สาม! ร่างกายนี้เริ่มใช้งานได้ดั่งใจนึกแล้ว"
เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างทระนงดั่งกระบี่เล่มหนึ่งที่ปักค้ำฟ้า บรรยากาศรอบตัวกดดันจนสรรพสัตว์ในละแวกนั้นต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
ทว่า ในวินาทีที่เขาก กำลังจะกวาดสายตาสำรวจความเปลี่ยนแปลงของตนเอง เงาร่างสีขาวดุจหิมะก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ ไป๋ลี่หลันยืนมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน นางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของเขา ตรวจสอบกระแสปราณที่ยังคงปั่นป่วนอยู่เล็กน้อย
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?" น้ำเสียงของนางเย็นชา แต่น้ำคำกลับเจือความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด "การทะลวงขอบเขตโดยไม่ใช้โอสถประคับประคอง ร่างกายของเจ้าอาจแหลกสลายได้ในพริบตา รู้ตัวหรือไม่?"
หลี่ชิงเฟิงก้มมองใบหน้างดงามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวนาง เขายิ้มมุมปาก ยื่นมือออกไปกุมมือเรียวงามนั้นไว้โดยไม่เกรงกลัวความเย็นที่กัดกินผิวเนื้อ
"หากข้าไม่เร่งมือ... แล้วข้าจะปกป้องคนที่ข้าอยากปกป้องจากพวกมันได้อย่างไรเล่า ลี่หลัน?"
คำพูดนั้นสะท้านเข้าไปในหัวใจของนางเซียนผู้เย็นชา ไป๋ลี่หลันชะงักงัน หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตกลับเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ นางเตรียมจะเอ่ยปากดุว่าเขาเช่นเคย แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากเรียวปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากนอกเขตตระกูลหลี่
*โครม!*
ประตูใหญ่ของตระกูลหลี่ถูกถีบจนพังกระเด็น กลุ่มคนในชุดคลุมสีดำปักลายหัวกะโหลกอัคคีเดินกร้าวก้าวเข้ามา นำโดยชายชราผู้หนึ่งที่ปล่อยกลิ่นอายพลังกดดันระดับ "ขอบเขตผันแปรวิญญาณ" ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ไอ้สวะชิงเฟิง! ออกมาคุกเข่ารับความตายเสีย! พวกเจ้ากล้าดียังไงสังหารศิษย์สายในของสำนักอัคคีทมิฬ!" เสียงคำรามดังก้องไปทั่วฟ้า
หลี่ชิงเฟิงหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขากำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ก่อนจะหันไปสบตากับไป๋ลี่หลันที่ชักกระบี่น้ำแข็งออกจากฝักโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
"ดูเหมือนว่า... พวกมันจะรีบมาเป็นปุ๋ยให้คมกระบี่ของข้าเร็วกว่าที่คิดนะ ลี่หลัน"
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่สยบอสูร บรรลุวิถีฟ้าดิน•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชาหลอมกายเทวะ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบอสูร บรรลุวิถีฟ้าดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
