เสียงคำรามต่ำทุบพื้นดังสะท้านสะเทือนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาดำขนาดมหึมาที่ทอดทับปากทางเข้าถ้ำ—
"โครก..."
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากกระเพาะของเจ้าเขี้ยวกุด เบฮีมอธจิ๋วที่กำลังนอนหมอบเลียอุ้งเท้าอยู่หน้าเตาไฟแต่อย่างใด ทว่ามันดังมาจากเงามืดเบื้องหน้าพอดิบพอดี ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่เร็นกำลังถือตะหลิวสเตนเลสสตีลเกรดพรีเมียมเตรียมตั้งรับการจู่โจมของมอนสเตอร์ระดับสูง เงาร่างนั้นกลับทรุดฮวบล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ฟอร์ม เสียงเกราะโลหะกระทบกับหินกรวดดังเกรียวกราด ตามมาด้วยกลิ่นอายมานาอันเข้มข้นที่ปั่นป่วนจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เร็นหรี่ตาลงเล็กน้อย อาศัยแสงไฟสีส้มจากตะเกียงมานาสำรวจผู้บุกรุก พลางใช้สมองคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วตามวิสัยของอดีตเชฟผู้ผ่านโลกมนุษย์มาโชกโชน นี่ไม่ใช่การจู่โจมเพื่อชิงอาณาเขต แต่เป็นสภาพของสิ่งมีชีวิตที่สูญเสียพลังงานจนถึงขีดจำกัดต่างหาก
"นะ... หน้าร้านข้า... ห้ามส่งเสียงดังรบกวนลูกค้า... เอ๊ะ เดี๋ยวนะ" เร็นกระพริบตาปริบๆ เมื่อร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่ตรงธรณีประตูเริ่มขยับ
เส้นผมสีเงินยวงที่บัดนี้เปรอะเปื้อนฝุ่นผงและคราบเขม่าดินปืนแผ่สอยระพื้น ชุดคลุมนักเวทชั้นสูงสีครามเข้มขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยแผลจากการต่อสู้หนักหน่วง แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือออร่าเวทมนตร์อันคุ้นเคยที่แม้จะอ่อนแรงลงไปมาก แต่มันก็ยังคงความสะพรึงกลัวในระดับที่นักผจญภัยทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้
มาดามลูน่า—อาจารย์สาวลึกลับผู้ทรงพลังและมักจะปรากฏตัวพร้อมกับท่าทีเย่อหยิ่งเสมอ ในตอนนี้เธอกลับอยู่ในสภาพโรยรา ไร้ซึ่งมามานารอบตัว และที่สำคัญที่สุด... ท้องของเธอกำลังส่งเสียงร้องประท้วงออกมาดังลั่นถ้ำอีกครั้ง
"เจ้า... พ่อค้า..." เสียงแหบพร่าลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากของเธอ ลูน่าพยายามใช้มือเรียวยันพื้นหินเพื่อพยุงร่างขึ้น แต่เพราะความหิวโหยและอาการ exhaustion ขั้นรุนแรง ทำให้ข้อศอกของเธอทรุดฮวบทันที "ข้า... ข้าไม่ได้มากินข้าวฟรีนะ... ยืนบื้ออยู่ทำไมเล่า! เอาข้าวผัดไข่มาจานหนึ่ง เร็วเข้า!"
เร็นถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความระอาใจปนขัน เขาวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์ไม้ไผ่ที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวาน ก่อนจะเดินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหมดสภาพอยู่ตรงนั้น
[ระบบร้านอาหารดันเจี้ยน แจ้งเตือน: ตรวจพบตัวละครสำคัญ 'มาดามลูน่า' อยู่ในภาวะวิกฤตพลังงานเวทต่ำกว่า 3% และความหิวระดับ SSS หากไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับพันธมิตรและเควสต์ลับในอนาคต]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบโฮโลแกรมสีฟ้าใสเด้งขึ้นตรงหน้า เร็นเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนจะปิดหน้าต่างนั้นทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ เพราะต่อให้ไม่มีระบบเตือน เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้ลูกค้ากระเป๋าหนัก (และเป็นผู้ให้ข้อมูลดันเจี้ยนคนสำคัญ) ต้องมาอดตายหน้าร้านของเขาแน่
"สภาพดูไม่จืดเลยนะครับ อาจารย์ลูน่า" เร็นย่อตัวลง นำผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นมาเช็ดคราบเขม่าบริเวณข้างแก้มให้เธออย่างเบามือ "ถ้าจะมาปล้นร้านผม อย่างน้อยก็น่าจะเลือกเวลาที่ท้องอิ่มเสียก่อนนะครับ การเดินดุ่มๆ เข้ามาในดันเจี้ยนชั้นสามด้วยสภาพนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าเตาอบเลยนะรู้ไหม"
ลูน่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสไออุ่นจากผ้าขนหนู เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่สบอารมณ์นัก แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจนไร้สีเลือด แต่ดวงตาสีมรกตคู่สวยก็ยังคงฉายแววค้อนคว่ำใส่เขา "เจ้าเด็กนี่... ปากคอเราะร้ายนักนะ ข้าแค่... พลาดท่าให้กับฝูงกิ้งก่าเงาตอนลงไปสำรวจชั้นล่างสุดมาต่างหากเล่า มานาในตัวหมดเกลี้ยง ใช้เวทเคลื่อนย้ายไม่ได้... เลยต้องเดินเท้าลากสังขารมาที่นี่เนี่ย"
เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ พลางสูดกลิ่นหอมจางๆ ของกระเทียมเจียวและเนยที่ลอยอบอวลอยู่ในร้านเข้าไปเต็มปอด น้ำลายในปากเริ่มสอขึ้นมาทันที "ว่าแต่... กลิ่นนี่มัน... เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
"ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์สูตรพิเศษเฉพาะกิจ สำหรับลูกค้าที่หน้ามืดเพราะความหิวโดยเฉพาะครับ" เร็นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยักพิดให้เจ้าเขี้ยวกุดช่วยลากร่างของนักเวทสาวเข้ามานั่งพักบนเก้าอี้ไม้หน้าร้าน "นั่งรอสักครู่ครับ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะได้กินฟรีนะครับ ถึงเราจะเป็นพันธมิตรกัน แต่กฎของร้านผมคือ 'วัตถุดิบแลกอาหาร' หรือไม่ก็ 'เงินสด' เท่านั้น"
"เจ้า... หน้าเลือดจริงๆ!" ลูน่ากัดฟันกรอดด้วยความเคืองแค้น แต่เพราะแรงที่มีไม่เหลือพอจะต่อปากต่อคำ เธอจึงทำได้เพียงนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ มองตามแผ่นหลังของพ่อค้าหนุ่มที่กำลังเตรียมวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่ว
ในครัวเปิดชั่วคราว เร็นหยิบไข่ไก่ป่าดันเจี้ยนที่มีเปลือกสีทองอร่ามออกมาจากช่องเก็บความเย็นของระบบ ตอกลงในชามแก้วด้วยมือเดียวอย่างแม่นยำ ตามด้วยข้าวสวยที่หุงจากเมล็ดข้าววิเศษซึ่งดูดซับมานาในดิน ทำให้มีความเหนียวนุ่มและขึ้นเงา เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยไม่เกาะกันเป็นก้อน—นี่คือหัวใจสำคัญของการทำข้าวผัดไข่ระดับเซียน
"ฉ่า—!"
เสียงน้ำมันร้อนๆ สัมผัสกับกระเทียมสับละเอียดและต้นหอมซอยดังขึ้น กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งถ้ำหินอับชื้น จนแม้แต่เจ้าเขี้ยวกุดที่อิ่มหนำสำราญไปแล้วยังต้องลุกขึ้นมานั่งน้ำลายสอ เร็นควบคุมไฟด้วยการป้อนมานาเข้าสู่เตาหินเวทมนตร์อย่างแม่นยำ เม็ดข้าวทุกเม็ดถูกสะบัดพลิกกลับไปมาในกระทะเหล็กเกิดเป็นประกายไฟสีส้มวับวามราวกับการแสดงกล
ลูน่าจ้องมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง แม้เธอจะเป็นถึงจอมเวทระดับสูงที่เคยเสวยอาหารในราชสำนักมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีเชฟคนใดในอาณาจักรที่สามารถดึงเอา 'แก่นแท้' ของวัตถุดิบธรรมดาๆ อย่างไข่และข้าวออกมาได้ถึงเพียงนี้ ออร่าเวทมนตร์รอบตัวเธอที่เคยเหือดแห้ง ค่อยๆ ถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมละมุนที่ลอยเข้ามาแตะจมูก
"เสร็จแล้วครับ... ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ พิเศษสำหรับยอดนักเวทผู้หิวโหย"
เร็นวางจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลงตรงหน้า ลวดลายควันฉุยที่ลอยขึ้นมาเป็นรูปเกลียวคลื่นจางๆ บ่งบอกถึงความร้อนที่เพิ่งยกออกจากเตา เมล็ดข้าวสีทองเคลือบด้วยไข่แดงขึ้นเงาโรยด้วยพริกไทยดำป่นละเอียดและต้นหอมซอยสีเขียวสด ตัดกับสีสันอย่างลงตัว
ลูน่าไม่รอช้า เธอคว้าช้อนเงินขึ้นมาตักข้าวผัดคำโตเข้าปากทันทีโดยไม่สนใจมาMมาดของอาจารย์ผู้สูงศักดิ์
สัมผัสแรกที่แตะลงบนลิ้นคือความกรอบนอกนุ่มในของเมล็ดข้าว ตามด้วยความมันกลมกล่อมของไข่ที่เคลือบอยู่ทุกอณู และรสสัมผัสเผ็ดร้อนปลายลิ้นของพริกไทยดำที่ช่วยปลุกประสาทสัมผัสทั้งหมดให้ตื่นตัว ทันใดนั้น กระแสมานาอันอบอุ่นและบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งจากกระเพาะกระจายไปทั่วร่าง ไล่ความเหนื่อยล้าและฟื้นฟูพลังเวทที่เหือดแห้งให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์!
"นี่มัน..." ลูน่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่าวงแหวนเวทในTomeประจำตัวกำลังหมุนวนกลับมาเปล่งแสงอีกครั้ง "พลังเวทของข้า... ฟื้นกลับมาถึงครึ่งหนึ่งแล้วภายในคำเดียวเนี่ยนะ?!"
"ฝีมือระดับเชฟมือหนึ่งไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกครับ" เร็นยิ้มมุมปาก ยืนกอดอกมองผลงานของตนเองด้วยความพึงพอใจ "ทีนี้... ถึงเวลาชำระค่าอาหารแล้วล่ะครับ มาดามลูน่า"
นักเวทสาววางช้อนลงอย่างเสียดาย เธอกลืนอาหารคำสุดท้ายลงคอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพ่อค้าหนุ่มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "เจ้าคิดว่าข้าจะไม่มีข้อแลกเปลี่ยนมาจ่ายงั้นรึ? พ่อค้าหน้าเลือด..."
เธอยื่นมือที่สวมถุงมือหนังเวทมนตร์เข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะหยิบวัตถุดิบชิ้นหนึ่งออกมาวางกระแทกบนโต๊ะ เสียงโลหะหนักอึ้งกระทบไม้ดังทึบ วัตถุดิบนั้นคือผลึกคริสตัลสีดำสนิทที่แผ่ออร่าความมืดอันน่าสะพรึงกลัวออกมา แต่มันกลับมีลวดลายอักษรโบราณสลักอยู่รอบผลึก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูห้องโถงลับของดันเจี้ยนชั้นที่สี่
"นี่คือ 'ศิลาผนึกเงา' ของบอสชั้นสาม..." ลูน่าหรี่ตามองเขาอย่างท้าทาย "ข้าแลกมันกับการกินข้าวผัดไข่ของเจ้าไม่อั้นตลอดสัปดาห์นี้... ดีลไหมล่ะ?"
เร็นก้มลงมองผลึกสีดำในมือ แววตาของเขาประกายวาววับขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่แค่ผลึกธรรมดา แต่มันคือตั๋วผ่านทางไปสู่แหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่มีใครเคยเข้าถึงมาก่อน
ทว่า... ก่อนที่เร็นจะทันได้อ้าปากตอบรับ เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านที่ควรจะถูกล็อกไว้ กลับส่งเสียง 'กรุ๊งกริ๊ง' ดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบสงัดของดันเจี้ยนยามวิกาล
และไม่ใช่แค่เสียงกระดิ่ง... เงาดำนับสิบสายที่อยู่นอกเขตอาคมของร้าน กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาโอบล้อมร้านอาหารไม้ไผ่แห่งนี้ไว้หมดทุกด้านอย่างเงียบเชียบ!
[ระบบร้านอาหารดันเจี้ยน แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบผู้บุกรุกกลุ่มใหญ่ ระดับภัยคุกคาม 'ผู้กล้าแห่งสมาคมนักผจญภัย' กำลังพังแนวป้องกันเข้ามา—]
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพ่อค้าอาหารดันเจี้ยน และโปรดเตรียมกระทะให้พร้อมสำหรับความมันส์ในตอนต่อไปนะครับ!
ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 4
แขกไม่ได้รับเชิญ นักเวทสาวผู้หิวโหย
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!