"กลิ่นเนื้อมังกรพสุธาชั้นดีสามสับดาห์... กำลังจะกลายเป็นผงธุลีไร้ค่าภายในเวลาอีกไม่ถึงสองชั่วยามครับ"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับควันสีเทาจางๆ ที่ลอยกรุ่นออกมาจากช่องระบายความร้อนของ 'ห้องเก็บความเย็นเวทมนตร์' ตราโล่เหล็กไหล ภายในห้องครัวใต้ดินชั้นที่สี่ของดันเจี้ยน เร็นยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองหน้าจอผลึกมานาที่กะพริบเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน อุณหภูมิภายในห้องที่ควรจะคงที่อยู่ที่ติดลบส้าสิบองศาเซลเซียส บัดนี้กลับพุ่งสูงขึ้นจนแตะระดับบวกสิบห้าองศาเนื่องจากแกนผลึกน้ำแข็งมานาเกิดร้าวรานจากแรงสั่นสะเทือนของการต่อสู้กับฝูงก๊อบลินเหมืองเมื่อวาน
สำหรับฮันเตอร์ทั่วไป วัตถุดิบมอนสเตอร์ที่เริ่มเน่าเสียก็แค่ทิ้งมันไปหรือปล่อยให้เน่าเปื่อยตามธรรมชาติ แต่นี่คือ 'ร้านอาหารดันเจี้ยน' ของเร็น อดีตเชฟมือหนึ่งผู้ถือครองระบบร้านอาหารอันศักดิ์สิทธิ์ การปล่อยให้อาหารชั้นยอดกลายเป็นขยะถือเป็นบาปมหันต์ในวิชาชีพเชฟ ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุดิบในห้องนั้นคือเนื้อส่วนสันนอกของราชามังกรดินที่เขาเพิ่งประมูลมาด้วยราคาที่แทบจะล้มละลาย หากเน่าเสียขึ้นมาจริงๆ นอกจากจะขาดทุนย่อยยับแล้ว ชื่อเสียงในฐานะพ่อค้าผู้ไม่เคยพลาดเป้าของเขาย่อมด่างพร้อยอย่างแน่นอนครับ
"ระบบระบายความร้อนด้วยศิลามายาถูกใช้งานเกินขีดจำกัดจากการที่เจ้าเจ้าเขี้ยวกุดแอบเข้าไปนอนขดตัวซุกไออุ่นเมื่อคืนซินะครับ"
เร็นพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเคียดแค้นเล็กๆ เขามองไปยังเจ้าเบฮีมอธจิ๋วตัวปัญหานั่งหมอบหูตกอยู่มุมห้อง มันส่งเสียงร้อง "อี้..." เบาๆ พร้อมกับเอาอุ้งเท้าหน้ากุมหัวทำท่าสำนึกผิด ดวงตากลมโตสีดำขลับช้อนมองเจ้านายราวกับจะอ้อนวอนขอความเห็นใจ
"อย่ามาทำหน้าแบบนั้นเลยครับ เจ้าตัวแสบ นายท่านจะต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วยการช่วยข้าก่อไฟแรงดันสูงตลอดทั้งวันแน่ๆ"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะตัดอากาศได้ ประตูห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง มาดามลูน่าก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ เส้นผมสีเงินยวงรวบตึงเป็นหางม้าสะท้อนกับแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ ในมือเรียวบางของเธอกำคัมภีร์คาถาโบราณเล่มหนาที่อัดแน่นไปด้วยอักษรีกำลังเรืองแสงสีคราม
"เร็น ข้าตรวจสอบดูโครงสร้างวงแหวนเวทมนตร์ของห้องเก็บความเย็นแล้ว" นามปากกาของความเยือกเย็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาสีไพลินกวาดมองแผงควบคุมด้วยความรวดเร็ว "แกนผลึกมานานั้นหลอมละลายเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ด้วยเวทมนตร์ฟื้น2สภาพทั่วไป... เราต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวันในการหลอมผลึกใหม่จากเหมืองชั้นเจ็ด ซึ่งแปลว่า เนื้อราชามังกรดินและตับอสูรวารีในนั้นจะเน่าเสียกลายเป็นพิษภายในค่ำคืนนี้แน่นอน เจ้าจะเอายังไง? หรือเราต้องจำใจประกาศปิดร้าน?"
เร็นไม่ได้ตอบทันที เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ—สัญญาณเตือนว่าสมองอันปราดเปรื่องของอดีตเชฟกำลังคำนวณความเป็นไปได้นับพันรูปแบบภายในเสี้ยววินาที
การปิดร้านไม่ใช่ทางเลือก ในโลกแห่งดันเจี้ยนที่ความหิวโหยและความตายเดินเคียงคู่กัน ข่าวลือเรื่องร้านปิดให้บริการชั่วคราวอาจทำลายความน่าเชื่อถือที่เขาสั่งสมมานานหลายเดือน และที่สำคัญที่สุด... ในฐานะเชฟ การยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของวัตถุดิบคือความพ่ายแพ้ที่แท้จริง
"ปิดร้านไม่ได้เด็ดขาดครับ มาดามลูน่า" เร็นหันกลับมาสบตากับนักเวทสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "ในเมื่อความเย็นตามธรรมชาติและเวทมนตร์ปฏิเสธเราในตอนนี้ เราก็แค่ต้องเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นศิลปะการถนอมอาหารระดับตำนานก็เท่านั้นเองครับ"
ลูน่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินฉายแววฉงน "ถนอมอาหาร? ด้วยวิธีไหนในเมื่อเราไม่มีเวลาพอที่จะตากแห้งหรือรมควัน?"
"การหมักดองด้วยเกลือสมุทรดันเจี้ยนและการบ่มด้วยจุลินทรีย์เร่งรัดครับ" เร็นก้าวเท้าฉับๆ ไปยังชั้นวางเครื่องปรุง หยิบโหลแก้วคริสตัลขนาดใหญ่หลายใบออกมาวางเรียงรายบนเคาน์เตอร์สแตนเลส "เนื้อที่กำลังจะเน่าเสียเพราะความร้อนและความชื้น หากเราดึงน้ำส่วนเกินออกอย่างรวดเร็วด้วยเกลือบริสุทธิ์เข้มข้น พร้อมกับเติมกรดอินทรีย์จากผลไม้ป่าดองลงไปเพื่อหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดเลว เราจะสามารถเปลี่ยนเนื้อราชามังกรดินเหล่านี้ให้กลายเป็น 'ชาร์คูเทอรี (Charcuterie)' หรือเนื้อบ่มเกลือสูตรลับเฉพาะของดันเจี้ยนได้ครับ!"
นี่คือการใช้ความรู้ด้านจุลชีววิทยาและภูมิปัญญาการถนอมอาหารยุคโบราณมาผสมผสานเข้ากับระบบวัตถุดิบของดันเจี้ยน บรรยากาศภายในห้องครัวเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเร่งรีบแต่เป็นระเบียบ เร็นเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วราวกับวาทยากรผู้กำลังควบคุมวงออร์เคสตรา
"เจ้าเขี้ยวกุด! ไปเอาเกลือภูเขาไฟจากชั้นสามมาสิบกระสอบ! ส่วนมาดามลูน่า... ได้โปรดใช้เวทมนตร์สายลมควบคุมความชื้นในอากาศรอบๆ โหลแก้วนี้ให้ต่ำกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยครับ!"
"เข้าใจแล้ว!" ลูน่าพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว แม้มนตราของเธอจะเหมาะสำหรับการทำลายล้างมากกว่าการทำอาหาร แต่ด้วยการควบคุมพลังมานาที่แม่นยำระดับปรมาจารย์ เธอก็สามารถสร้างเขตแดนแห้งแล้งขนาดเล็กขึ้นรอบๆ โต๊ะเตรียมอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงท่ามกลางเสียงหั่นเนื้อที่เฉียบคมและกลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศนานาชนิด เร็นจัดการแล่เนื้อราชามังกรดินที่เริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างระมัดระวัง ตัดส่วนที่เสียหายออกอย่างแม่นยำ ก่อนจะนวดคลุกเคล้าเข้ากับเกลือสมุทร พริกไทยดำดันเจี้ยน และสมุนไพรป่ากลิ่นแรงที่ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มมิติของรสชาติ การทำงานแข่งกับเวลาครั้งนี้ทำให้เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมของชายหนุ่ม แต่แววตาของเขายังคงแน่วแน่และเป็นประกายด้วยความสนุกสนาน
ในที่สุด โหลแก้วคริสตัลใบใหญ่ยักษ์สามใบก็ถูกปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งเวทมนตร์เพื่อป้องกันอากาศภายนอกเล็ดลอดเข้าไป เร็นถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก
"เรียบร้อยครับ... ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งกระบวนการบ่มด้วยพลังงานมานาผ่าน 'ระบบเร่งสปีด' ของร้านเรา ซึ่งจะทำให้กระบวนการที่ปกติใช้เวลาเป็นเดือน ย่นระยะเวลาเหลือเพียงแค่ข้ามคืนเดียวเท่านั้น"
เร็นเอื้อมมือไปแตะที่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ นิ้วเรียวกดเลือกคำสั่งยืนยันการใช้แต้มสะสมเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีในโหลหมักดองทันที เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามในการแปรรูปและถนอมวัตถุดิบระดับตำนานด้วยภูมิปัญญาเฉพาะตัว]
[ระบบกำลังคำนวณอัตราส่วนความสำเร็จ...]
[ยินดีด้วย! ท่านได้รับเมนูใหม่: 'แฮมมังกรดินบ่มเกลือโบราณ' (Rank: A+)]
[คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มพลังป้องกันกายภาพ 30% และฟื้นฟูเรี่ยวแรงทันทีที่รับประทาน เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่ต้องเดินทางไกลในเขตแดนทุรกันดาร]
ลูน่ามองดูโหลแก้วที่เริ่มเปล่งแสงเรืองรองสีทองอ่อนๆ ออกมาด้วยความทึ่ง เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย ความสามารถในการพลิกสถานการณ์จากความหายนะให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ภายในไม่กี่นาทีเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้
"เจ้าเนี่ย... เก่งกาจเกินไปแล้วนะเร็น บางครั้งข้าก็สงสัยว่าสมองของเจ้าทำมาจากอะไรกันแน่" ลูน่าเอ่ยแซويด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"เป็นคำชมที่เกินไปครับมาดาม สำหรับพ่อค้าแล้ว วิกฤตไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มันมีไว้ให้ตั้งราคาเพิ่มต่างหากล่ะครับ" เร็นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปเก็บอุปกรณ์ทำครัวให้เข้าที่เข้าทางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเคย
แต่ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ควรจะเงียบลงไปแล้ว กลับดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่กระด้างและแหลมสูงกว่าปกติ—เสียงแจ้งเตือนแบบเดียวกันกับที่เขาเคยได้ยินเฉพาะตอนที่มีเหตุการณ์ภัยพิบัติระดับสูงเท่านั้น
[คำเตือน! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาภาระดันเจี้ยนชั้นที่สี่]
[ระบบตรวจพบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ระบุตัวตน ซึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังร้านอาหารด้วยความเร็วสูง]
[ภารกิจลับระดับ SSS: 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญแห่งรัตติกาล' ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากกลิ่นหอมของการหมักดองเนื้อราชามังกรดิน!]
[เงื่อนไขภารกิจ: ปกป้องร้านอาหารและต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยเมนูพิเศษก่อนที่ความอดอยากจะทำให้พวกมันทำลายทุกสิ่ง]
เร็นชะงักมือที่กำลังเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังประตูทางเข้าร้านที่อยู่เบื้องบนทันที ในขณะที่มาดามลูน่าชักดาบเวทมนตร์ออกจากฝักโดยสัญชาตญาณ แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เริ่มไล่เรียงมาจากพื้นดินด้านนอก ราวกับว่ามีบางสิ่งที่ใหญ่โตและหิวกระหายกำลังก้าวเข้ามาใกล้เร็นและร้านของเขาทีละก้าว... ทีละก้าว...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน" จนถึงวินาทีวิกฤตินี้ แล้วเราจะผ่านมันไปได้ด้วยรสชาติที่เหนือชั้นที่สุดนะครับ
ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 17
วิกฤตวัตถุดิบเน่าเสียและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!