กลิ่นอายของซอสพริกไทยดำที่เคลือบอยู่บนเมล็ดข้าวหอมมะลิเรียงเม็ดสวย ถูกแผดเผาจนระเหยกลายเป็นควันสีขาวพวยพุ่ง แต่ทว่า... เปลวไฟสีดำสนิทที่กำลังโอบล้อมรอบร้านอาหาร ‘ครัวอัสดง’ ณ ชั้นที่ 3 ของดันเจี้ยนแห่งนี้ กลับมิได้เกิดจากความร้อนของการทำอาหาร หากแต่มันคือมานาอันเข้มข้นที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นเขตอาคมระดับสูง
"ระวังตัวด้วยครับอาจารย์ลูน่า เปลวไฟนั่นไม่ใช่เวทมนตร์โจมตีธรรมดา มันกำลังกัดกินออกซิเจนและโครงสร้างมานาในรัศมีสามสิบเมตร"
เร็นกระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงสุขุม สองมือยังคงประคองกระทะเหล็กหล่อคู่ใจไว้มั่น แม้รอบกายจะถูกปิดกั้นทางออกทุกเส้นทางด้วยม่านเพลิงสีดำทมิฬ แต่แววตาของอดีตเชฟหนุ่มกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาเลือกที่จะใช้สายตาวิเคราะห์โครงสร้างของอาคมแทนที่จะสาดเวทมนตร์เข้าใส่แบบไร้กระบวนท่า
มาดามลูน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายคทาไม้โอ๊กโบราณในมือขวาของเธอสั่นระริกเล็กน้อยจากแรงกดดันภายนอก เธอปรายตามองลูกศิษย์จำเป็นที่ตอนนี้พลิกบทบาทจากเชฟมาเป็นผู้นำทางยุทธวิธีได้อย่างน่าทึ่ง
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอกเร็น... เจ้าเด็กนี่ เจ้าควรห่วงกระทะในมือเธอก่อนดีกว่า ว่ามันจะทนความร้อนของ ‘เพลิงทมิฬกลืนวิญญาณ’ ไหวไหม" ลูน่าแย้มยิ้มบางเบา มุมปากยกขึ้นอย่างท้าทายตามประเพณีของนักเวทผู้หยิ่งทะนง แต่ดวงตาสสีนิลกลับกวาดมองไปรอบร้านเพื่อประเมินสถานการณ์
แกร๊ก!
เสียงกรงเล็บกระทบกับพื้นหินดังขึ้น เจ้าเขี้ยวกุด (เบฮีมอธจิ๋ว) ที่ปกติมักจะนอนพุงกางรอเศษอาหารอยู่ข้างเคาท์เตอร์ บัดนี้เกล็ดสีนิลทั่วร่างกลับพองฟู ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังร่างเงาดำที่ค่อยๆ ก้าวทะลุม่านเพลิงเข้ามา มันส่งเสียงขู่คำรามในลำคอต่ำๆ "แฮ่..." พร้อมกับพ่นประกายไฟสีฟ้าออกมาจากจมูก เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดว่า ผู้มาเยือนเบื้องหน้าไม่ใช่แค่นักผจญภัยกระจอกง่อยทั่วไป
เงาร่างนั้นค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงไฟอบอุ่นจากโคมไฟคริสตัลในร้าน เป็นชายหนุ่มสวมผ้าคลุมสีเทาเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ด แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือตราสัญลักษณ์ ‘หอคอยเวทมนตร์หลวง’ ที่ปักด้วยด้ายสีทองบนปกเสื้อ
"ไม่นึกเลยว่าข่าวลือเรื่องร้านอาหารประหลาดที่สามารถสยบราชันย์แห่งชั้นที่สามได้ จะเป็นเรื่องจริง..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้น กวาดสายตามองโต๊ะไม้สนที่ถูกขัดจนเงางาม และคราบความสุขุมของผู้มาใหม่ทำให้บรรยากาศในร้านตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก "พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงได้เปลี่ยนรังของมอนสเตอร์ ให้กลายเป็น... โรงเตี๊ยมชั้นต่ำแบบนี้"
เร็นค่อยๆ วางกระทะลงบนเตาถ่านอย่างเบามือ เสียงโลหะกระทบกับตะแกรงเหล็กดังขึ้นกังวานท่ามกลางความเงียบ เขาใช้ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มสุภาพตามวิสัยพ่อค้า
"ยินดีต้อนรับสู่ ‘ครัวอัสดง’ ครับท่านแขกผู้มีเกียรติ... ถึงแม้ว่าวิธีการเข้ามาของท่านจะดูไร้มารยาทไปสักนิด จนทำให้ลูกค้าท่านอื่นเสียบรรยากาศ แต่ถ้าท่านมาเพื่อรับประทานอาหาร ผมยินดีต้อนรับด้วยความเต็มใจครับ"
คำพูดที่เจือไปด้วยความนิ่งสงบทำให้ชายสวมฮู้ดชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาใต้หมวกหรี่แคบลง "เจ้าไม่กลัวข้าหรือ? รู้ไหมว่าข้าคือใคร?"
"ผมไม่สนใจหครับว่าท่านจะเป็นใครมาจากไหน..." เร็นก้าวเท้าออกจากเคาท์เตอร์อย่างเป็นจังหวะ ทุกย่างก้าวมีความมั่นคงและคำนวณระยะไว้อย่างรอบคอบ "แต่ในรัศมีสามเมตรนี้ ทุกคนคือ ‘แขก’ และกฎข้อแรกของร้านผมคือ... ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามใช้อาวุธคุกคามบรรยากาศการกินอาหารอันศักดิ์สิทธิ์"
บรรยากาศรอบตัวเร็นเปลี่ยนไปชั่วขณะ ระบบร้านอาหารดันเจี้ยนในหัวของเขาส่งเสียงเตือนรัวเร็วจนเกิดคลื่นความถี่ต่ำ
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบแรงดันมานาภายนอกระดับ A+]*
*[คำเตือน: เป้าหมายมีเจตนาฆ่าชัดเจน แนะนำให้ใช้ ‘ทักษะลับ: กลิ่นหอมสะท้านจิต’ เพื่อลดความกระหายเลือด]*
เร็นไม่รอช้า เขาตวัดมือหยิบกระบวยไม้ขึ้นมาตักน้ำซุปกระดูกมอนสเตอร์ที่เคี่ยวจนงวดได้ที่ ราดลงบนเศษกระเทียมเจียวกรอบๆ บนกระทะที่ยังร้อนระอุ เสียง ‘ฉ่าาาา!’ ดังสนั่นลั่นร้าน กลิ่นหอมหวนอันเป็นเอกลักษณ์ของกระเทียมเจียวผสมผสานกับความเข้มข้นของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวสามวันสามคืน พุ่งทะยานทะลุม่านเพลิงสีดำออกไปอย่างไร้ความปราณี
พริบตานั้นเอง... สีหน้าของชายสวมฮู้ดที่เคยเย็นชาและเปี่ยมด้วยอำนาจ ก็เกิดรอยร้าวขึ้นเล็กน้อย จมูกของเขาขยับสูดดมกลิ่นอายนั้นโดยไม่รู้ตัว
นี่คือกลยุทธ์ของเร็น การใช้ ‘ศาสตร์แห่งการทำอาหาร’ ทำลายเกราะป้องกันทางจิตใจของคู่ต่อสู้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ร่ายเวทมนตร์บทต่อไป
"กลิ่นนี่มัน..." ชายสวมฮู้ดพึมพำออกมาโดยไม่ตั้งใจ
มาดามลูน่าที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังแอบอมยิ้มในใจ เธอรู้ดีว่านี่คือไม้ตายที่ทำให้แม้แต่นักเวทระดับสูงอย่างเธอก็ยังต้องยอมสยบมาแล้ว
แต่ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดี เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เร็นคุ้นเคย กลับดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจทั่วไป แต่เป็นเสียงเตือนสีแดงฉานที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS]*
*[ตรวจพบรอยแยกมิติที่ชั้นที่ 4 กำลังขยายตัวอย่างผิดธรรมชาติ... บอสลับแห่งดันเจี้ยน ‘มังกรโบราณไร้เงา’ ตื่นจากการหลับใหลแล้ว]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: กลิ่นหอมจากร้านอาหารของท่าน ได้กลายเป็นตัวล่อเป้าหมายหลักของบอสระดับภัยพิบัติ!]*
เร็นชะงักกึก รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ เขากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกเวทมนตร์ ที่บัดนี้... ท้องฟ้าจำลองของดันเจี้ยนชั้นที่ 3 กำลังเปลี่ยนจากสีคราม เป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเริ่มเขย่าพื้นร้านจนถ้วยชามบนชั้นวางสั่นระรัว
ชายสวมฮู้ดหันขวับไปมองทางออกนอกร้านทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "บ้านน่า... มันตื่นเร็วกว่ากำหนดสามเดือนได้ยังไง!"
เร็นสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วหันกลับมามองหน้าแขกผู้มาใหม่และอาจารย์ลูน่า สัญชาตญาณเชฟและผู้รอดชีวิตในดันเจี้ยนสั่งให้เขาต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที
กระทะเหล็กในมือถูกกำชับแน่นขึ้น ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ดูท่าทาง..." เร็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ นิ่ง สนิท แต่ทรงพลังจนสะกดทุกสายตาให้หันมามอง "อาหารจานหลักของค่ำคืนนี้... คงไม่ได้มีแค่พวกเราเสียแล้วล่ะครับ"
---
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน" มาจนถึงบทสรุปองค์ที่ 1 นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!*
ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 15
สิ้นสุดองค์ที่ 1: ร้านอาหารสวรรค์กลางนรก
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!