ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 14

นักผจญภัยเร่ร่อนผู้มีอดีตอันเจ็บปวด

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"ถ้าวางดาบเล่มนั้นลงไม่ได้ ท่านก็คงจะนั่งกินข้าวผัดของผมให้หมดจดไม่ได้เช่นกันครับ แขกผู้มาเยือนยามวิกาล" เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบพื้นหินดังขึ้นเบาๆ ควบคู่ไปกับเสียงหอบหายใจรวยรินราวกับคนใกล้หมดสอย เงาร่างมหึมาของนักผจญภัยในชุดเกราะขึ้นสนิมเขรอะไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมอย่างที่มาดามลูน่าคาดการณ์ไว้ในตอนแรก เธอตั้งท่าร่ายเวทมนตร์วงแหวนสีฟ้าครามไว้ที่ฝ่ามือเรียบร้อยแล้ว ทว่าเร็นกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น ดวงตาสีดำสนิทของเชฟหนุ่มจ้องมองผ่านควันร้อนกรุ่นที่ลอยขึ้นมาจากหม้อซุปกระดูกมังกรไปยังร่างที่ทรุดตัวลงพิงกรอบประตูไม้ ในดันเจี้ยนชั้นที่สี่แห่งนี้ ความตายเป็นเรื่องปกติสุขเสียยิ่งกว่ามื้ออาหาร แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากชายในชุดเกราะคนนี้ไม่ใช่กลิ่นของความโลภเหมือนพวกนักผจญภัยทั่วไป มันคือกลิ่นอายของ 'ความสิ้นหวัง' กลิ่นอายของผู้คนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างจนกระทั่งจิตวิญญาณหลงเหลือเพียงเปลือก "ข้า... ไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง" เสียงแหบแห้งรากับกระดาษทรายถูกบดขยี้ลอดผ่านช่องว่างของหมวกเหล็กที่บิดเบี้ยว "ข้าแค่ได้กลิ่น... กลิ่นที่ไม่ได้สัมผัสมาสามสิบปี กลิ่นของ... ข้าวผัดไข่" เร็นหรี่ตาลงเล็กน้อย ระบบร้านอาหารดันเจี้ยนในหัวของเขาตอบสนองทันทีโดยไม่ต้องเรียกหน้าต่างสเตตัสขึ้นมาแสดงผล แถบสีแดงกะพริบเตือนระดับอันตรายขั้นวิกฤต พร้อมกับข้อมูลเบื้องต้นที่ไหลผ่านสมอง *'เป้าหมาย: กาเร็ธ อดีตหัวหน้าหน่วยอัศวินโล่เหล็กแห่งอาณาจักรฟอร์เทรีย / สถานะ: สภาพจิตใจแตกสลาย, อาการขาดสารอาหารเรื้อรัง, พลังชีวิตเหลือเพียง 4% / เงื่อนไขกระตุ้นปฏิกิริยา: เยียวยาด้วยอาหารที่มีจิตวิญญาณ'* "เชิญนั่งก่อนครับ เก้าอี้ไม้ตัวริมหน้าต่างนั่นแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักเกราะของท่านได้แน่นอน" เร็นผายมือเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับพ่อค้ามืออาชีพ "ส่วนคุณลูน่า เก็บเวทมนตร์นั้นก่อนเถอะครับ ดูท่าทางเขาไม่ได้มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกดาบขึ้นมาฟันผักหรอกนะ" มาดามลูน่าพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่เธอก็ยอมลดมือลงและสลายวงแหวนเวทมนตร์ไป ดวงตาสีม่วงเข้มยังคงจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆ คลานเข่าเข้ามาในร้านด้วยความระแวดระวัง เจ้าเขี้ยวกุด (เบฮีมอธจิ๋ว) ที่นอนขดอยู่ข้างเตาไฟส่งเสียงขู่ฟ่อในลำคอเบาๆ ก่อนจะมุดหัวกลับเข้าไปใต้ผ้ากันเปื้อนของเร็นเมื่อเจ้านายลูบหัวปลอบโยน กาเร็ธถอดหมวกเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและหนวดเคราสีเทารุงรัง ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิทจากรอยฟันของมอนสเตอร์ระดับบอส แววตาคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ประกายแห่งชีวิต ราวกับศพที่ยังคงเดินได้ "ข้า... คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้กินอาหารที่ปรุงโดยมนุษย์อีกแล้ว" กาเร็ธพึมพำขณะวางดาบเล่มใหญ่ที่บิ่นจนแทบไม่เหลือสภาพลงบนพื้นไม้ เสียงมันหนักอึ้งจนพื้นร้านสะเทือน "พวกพ้องของข้าตายหมดที่ชั้นเจ็ด... ข้าหนีรอดมาได้พร้อมกับความอับอาย และ... ท้องที่ว่างเปล่า" เร็นไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมาในทันที คำพูดสวยหรูมักไร้ค่าสำหรับคนที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิด สิ่งเดียวที่จะดึงคนเหล่านี้ขึ้นมาได้คือ 'ความจริงรูปธรรม' ที่สัมผัสได้ด้วยลิ้นและกระเพาะอาหาร ชายหนุ่มหันกลับไป1เตาไฟ เสียงซู่ซ่าของน้ำมันหมูป่าชั้นดีที่กระทบกับกระทะเหล็กหล่อดังขึ้นประสานกับเสียงซอยต้นหอมอย่างเป็นจังหวะ เร็นหยิบข้าวสวยที่หุงด้วยน้ำซุปกระดูกมังกรและพักไว้จนเย็นสนิทลงไปในกระทะ เมล็ดข้าวแต่ละเม็ดเคลือบด้วยไข่ไก่สีทองอร่ามที่ตีจนเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟสีฟ้าจากเตาเวทมนตร์ลุกโชนขึ้นโอบล้อมก้นกระทะ ทักษะ 'การควบคุมความร้อนขั้นสูง' ทำงานอย่างเงียบเชียบ กลิ่นหอมของกระเทยวมเจียว เนยสมุนไพร และข้าวคั่วอบอวลไปทั่วทั้งร้านจนมาดามลูน่าต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะเพิ่งทานไปเมื่อมื้อกลางวันก็ตาม "นี่ครับ... ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์สูตรพิเศษสำหรับแขกผู้มาเยือนยามวิกาล" จานกระเบื้องสีขาวสะอาดถูกวางลงตรงหน้ากาเร็ธ ควันสีขาวบางเบาลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมที่ชวนให้หวนนึกถึงบ้าน ครอบครัว และช่วงเวลาที่โลกใบนี้ยังมีความหวัง เมล็ดข้าวสีทองอร่ามเรียงตัวสวยงามราวกับอัญมณี ไม่มีแม้แต่ความแฉะหรือความแห้งกระด้างแม้แต่น้อย โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดและพริกไทยดำป่นสดใหม่ กาเร็ธมองจานอาหารนิ่งงัน มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบช้อนโลหะขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขานำช้อนตักข้าวผัดคำนั้นขึ้นมาแล้วส่งเข้าปากช้าๆ วินาทีที่เมล็ดข้าวสัมผัสกับลิ้น... ดวงตาที่เคยไร้ประกายของอดีตอัศวินเบิกกว้างขึ้น น้ำใสๆ ไหลรินอาบสองข้างแก้มที่เต็มไปด้วยรสชาติของฝุ่นควันและคราบเลือด รสชาติของความเค็มจากเกลือหินดันเจี้ยนผสมผสานกับความหวานละมุนจากไข่แดงและน้ำซุปกระดูกมังกร มันไม่ใช่แค่รสชาติอาหาร แต่มันคือภาพความทรงจำเมื่อสามสิบปีก่อน ภาพของแม่ที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตาไฟในหมู่บ้านเล็กๆ ภาพของเพื่อนพ้องที่หัวเราะรอบกองไฟก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามรบ "นี่มัน..." กาเร็ธสำลักสะอื้น เขากินคำที่สอง สลับกับคำที่สามอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอาหารในจานจะหายวับไปกับตา ความหิวโหยทางจิตวิญญาณที่กัดกินหัวใจเขามานานนับทศวรรษถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง [ติ๊ง! ผู้เล่นเร็นทำสำเร็จ: เยียวยาจิตใจ 'กาเร็ธ อดีตอัศวินผู้สิ้นหวัง'] [ระดับความพึงพอใจของลูกค้า: 100% (ระดับตำนาน)] [ท่านได้รับฉายา: 'เชฟผู้เยียวยาจิตวิญญาณ'] [ปลดล็อกสกิลติดตัว: 'รัศมีแห่งความอบอุ่น' (เพิ่มเสน่ห์ในการเจรจาและการค้าขายกับมอนสเตอร์และมนุษย์ 30%)] [ความสัมพันธ์กับตัวละคร 'กาเร็ธ' เลื่อนระดับเป็น: พันธมิตรผู้สัตย์ซื่อ] เร็นยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ เขารู้ดีว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการต่อสู้และการฆ่าฟันเพียงอย่างเดียว แต่มันคือสถานที่ที่รวบรวมเศษซากของคนที่แตกสลาย และบางครั้ง... อาหารจานเดียวก็ทรงพลังยิ่งกว่ากองทัพนับพัน "อร่อยไหมครับ" เร็นเอ่ยถามเสียงนุ่ม เมื่อเห็นว่าจานตรงหน้าว่างเปล่าเกลี้ยงเกลา ราวกับถูกขัดด้วยกระดาษทราย กาเร็ธวางช้อนลงอย่างแผ่วเบา เขาเงยหน้าขึ้นมองเร็นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความมืดมนถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวและจงรักภักดีอย่างล้นพ้น ชายร่างยักษ์คุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นไม้เสียงดังสนั่น ก้มศีรษะลงแนบกับพื้นร้าน "ข้า... กาเร็ธ ขอเอาชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดนี้แลกกับการเป็นผู้คุ้มกันให้แก่ร้านอาหารแห่งนี้ หากใครกล้าเข้ามาหาเรื่องที่นี่ มันจะต้องก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน!" มาดามลูน่าเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ เธอไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะสามารถซื้อใจอัศวินผู้แข็งแกร่งและจิตใจแตกสลายคนนี้ได้ด้วยข้าวผัดไข่เพียงจานเดียว เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบพลางอมยิ้มบางๆ "ดูท่าทางร้านของเราจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ค่าจ้างถูกที่สุดในประวัติศาสตร์ดันเจี้ยนแล้วล่ะนะ เจ้าเร็น" "ไม่ได้เรียกว่าค่าจ้างถูกหรอครับคุณลูน่า แต่เรียกว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าต่างหาก" เร็นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเตรียมปิดร้านในยามดึก ทว่า... ก่อนที่เร็นจะได้เอ่ยปากบอกให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านที่ควรจะเงียบสงบไปแล้ว กลับดังขึ้นอีกครั้ง... *กรุ๊งกริ๊ง!* ไม่ใช่เสียงของนักผจญภัยทั่วไป และไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์เร่ร่อน... แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่กดทับมิติรอบตัวจนอากาศแทบจะกลายเป็นของแข็ง เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากกระดูกสัตว์ป่าประหลาด ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในร้านช้าๆ ในมือถือคทายาวที่สลักอักขระเรืองแสงสีเลือด และสิ่งที่ทำให้เร็นต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจก็คือ สัญลักษณ์บนปกเสื้อคลุมของแขกยามวิกาลผู้นี้... มันคือตราสัญลักษณ์ของ 'สมาคมนักปรุงอาหารหลวงแห่งอาณาจักรชั้นบน' ที่ไม่ควรจะมาโผล่อยู่ในดันเจี้ยนชั้นที่สี่แห่งนี้ได้! "เจอตัวเสียที... เชฟนอกรีตผู้ใช้มอนสเตอร์ทำอาหาร" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวน้ำแข็งดังลอดออกมาจากหน้ากากกระดูก "เจ้ามีความผิดฐานลักลอบใช้ 'วัตถุดิบต้องห้าม' และเปิดร้านอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสมาคม... จงตามเรากลับไปรับโทษแต่โดยดี มิฉะนั้น..." แขกผู้มาใหม่สะบัดคทาเบาๆ เปลวไฟสีดำสนิทก็ลุกโชนขึ้นรอบร้าน ปิดกั้นทางออกทุกเส้นทางในทันที! ------------------------------------------------------------------------------------------------ *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเชฟเร็นและผองเพื่อนมาจนถึงตอนนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมกระทะให้พร้อมเพราะมื้อต่อไปกำลังจะเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมนะครับ!)*
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%