เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับการเคลื่อนไหวของข้อมือซ้ายที่ตวัดกระทะเหล็กหล่อขึ้นมารับเมล็ดข้าวสวยที่กำลังลอยคว้างกลางอากาศ ความร้อนระดับสูงจากเตามานาขั้นต้นแผ่ซ่านกระทบผิวหน้าจนเม็ดเหงื่อผุดพราย แต่เร็นกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะยกหลังมือขึ้นมาเช็ดมัน ในโลกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์กระหายเลือดและการเอาชีวิตรอด การควบคุมอุณหภูมิของเปลวไฟคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย... หรืออย่างน้อยก็คือเส้นแบ่งระหว่างข้าวผัดไข่ที่เม็ดร่วนสวยกับข้าวเหนียวแฉะติดกระทะที่ชวนให้หงุดหงิด
"ไฟแรงเกินไปนิดครับมาดามลูน่า รบกวนช่วยลดระดับมานาในศิลาเวทลงอีกสองขีดได้ไหมครับ"
เร็นเอ่ยปากขอร้องโดยไม่ละสายตาไปจากกระทะ ในมือขวาคצตหลิวมะฮอกกานีเนื้อดีกำลังเกลี่ยไข่ไก่ที่เริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งจากการสัมผัสกับน้ำมันหมูอุ่นๆ ให้กระจายตัวอย่างรวดเร็ว
ร่างเพรียวบางในชุดคลุมนักเวทสีครามเข้มของมาดามลูน่าขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีอเมทิสต์คมกริบกวาดมองแผงควบคุมศิลามานาที่ติดตั้งอยู่ข้างเคียง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก แม้ภายนอกเธอจะเป็นถึงจอมเวทผู้ทรงเกียรติที่นักผจญภัยระดับสูงยังต้องเกรงใจ แต่ในยามนี้ เธอกลับทำหน้าที่เป็น 'ผู้ควบคุมเตาไฟ' จำยอมให้อาหารกลิ่นหอมเย้ายวนนี้สะกดจิตจนหมดสภาพความเย่อหยิ่ง
"เจ้าเรื่องมากจริงๆ เร็น..." ลูน่าพึมพำเสียงเบา ขณะใช้นิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ศิลาเวท "ถ้าข้าวผัดจานนี้รสชาติออกมาไม่สมกับที่ข้ายอมเสียศักดิ์ศรีมานั่งเฝ้าเตาให้เจ้าล่ะก็ ต่อให้เป็นระบบอะไรนั่น ข้าก็จะใช้เวทเพลิงกัลป์เผาร้านชั่วคราวของเจ้ารabทิ้งซะ"
"รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ" เร็นแย้มยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ
นี่คือข้าวผัดไข่จานแรกบนชั้นที่ 1 ของดันเจี้ยนแห่งนี้—ดันเจี้ยนที่ถูกขนานนามว่า 'สุสานผู้กล้า' แต่ในตอนนี้มันกำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโรงอาหารเคลื่อนที่ของเชฟผู้มาจากต่างโลก
องค์ประกอบทางเคมีและฟิสิกส์ของการทำอาหารไม่ได้เปลี่ยนไปตามกฎของโลกแฟนตาซี เมล็ดข้าวหอมมะลิที่ผ่านการหุงด้วยน้ำซุปกระดูกมอนสเตอร์แล้วนำไปแช่เย็นจนความชื้นส่วนเกินระเหยออกไป ถูกเทลงกระทบกับไข่เป็ดตีฟูที่เคลือบน้ำมันหมูร้อนจัดจนเกิดเสียง *ซ่า* ดังสนั่น กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวสีเหลืองทอง ไข่คั่วสุกกำลังดี และซีอิ๊วขาวที่หยดลงขอบกระทะเพื่อสร้างกลิ่นคั่วกระทะ (Maillard reaction) ลอยละลิ่วผสานกลิ่นไอความชื้นของหินผาดันเจี้ยน
ในโลกที่มอนสเตอร์กินดิบกินเลือดและมนุษย์กินอาหารแห้งรสชาติจืดชืด กลิ่นหอมระดับพรีเมียมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหาร แต่มันคือ 'อาวุธชีวภาพ' ที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าเวทมนตร์โจมตีหมู่
*ฟุดฟิด... ฟุดฟิด...*
เสียงสูดดมอากาศดังมาจากความมืดมิดของอุโมงค์หินทางด้านซ้าย
เจ้าเขี้ยวกุด (เบฮีมอธจิ๋ว) ที่นอนหมอบอยู่ข้างขาของเร็นสะดุ้งตื่นขึ้นทันที มันอ้าปากหาวหวอด เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ แหลมคม ก่อนจะกระดิกหูและหันขวับไปมองทางปากทางเข้าดันเจี้ยน ดวงตากลมโตสีดำสนิทเป็นประกายวาววับ น้ำลายสีใสไหลย้อยลงมาจากมุมปากอย่างไม่อายใคร
"มาแล้วสินะครับแขกกลุ่มแรกของเรา" เร็นหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางใช้ตะหลิวเกลี่ยข้าวผัดสีทองอร่ามลงในจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาอย่างประณีต โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดเพื่อตัดเลี่ยน
[ติ๊ง! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตประเภทมอนสเตอร์ระดับต่ำ (ก็อบลินลาดตระเวน) จำนวน 7 ตัว กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่รัศมีกลิ่นหอม 50 เมตร]
[คำเตือน: ความหิวโหยของเป้าหมายอยู่ในระดับวิกฤต ความก้าวร้าวลดลง 40% เนื่องจากอิทธิพลของกลิ่นหอมระดับตำนาน]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเร็น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา เร็นไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาวางจานข้าวผัดไข่ลงบนโต๊ะไม้สนที่จัดเตรียมไว้หน้าร้านอย่างใจเย็น จัดระเบียบผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดให้เรียบร้อย และยืนกอดอกรอคอยด้วยท่าทีของพ่อค้ามืออาชีพ
เงาร่างสีเขียวเข้มและเตี้ยมอมแมมค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด ทีแรกพวกมันถือสบองและมีดสนิมเขรอะพร้อมจะเข้าจู่โจมผู้บุกรุกตามสัญชาตญาณ แต่ทันทีที่ก้าวพ้นเขตโค้งของอุโมงค์ ฝีเท้าของพวกมันก็ชะงักกึก
ก็อบลินตัวหัวหน้าซึ่งมีแผลเป็นลากยาวผ่านดวงตาข้างซ้ายสูดจมูกฟุดฟิดอย่างแรง ดวงตาสสีแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยจิตสังหารและความกระหายเลือด กลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความงุนงง สัญชาตญาณนักล่าที่เคยสั่งให้ฆ่าและทำลาย ถูกความหอมเย้ายวนที่อัดแน่นไปด้วยไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเข้ายึดครองสมองส่วนหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
พวกมันทิ้งอาวุธลงบนพื้นโดยไม่รู้ตัว เดินเตาะแตะเข้ามาใกล้ร้านอาหารชั่วคราวราวกับต้องมนต์สะกด น้ำลายไหลย้อยเปรอะเปื้อนคางยาวๆ ของพวกมัน
"กะ... กะ..." เสียงครางต่ำในลำคอของหัวหน้าก็อบลินดังขึ้น มันชี้ไปที่จานข้าวผัดไข่บนโต๊ะ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่เห็นของเล่นชิ้นโปรด
มาดามลูน่าที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตาขยับตัวเข้ามาใกล้เร็นเล็กน้อย เธอกำไม้เท้าในมือแน่น แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัวื แต่การเผชิญหน้ากับฝูงก็อบลินโดยไม่มีการร่ายเวทป้องกันตัวก็ยังทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก "เจ้าพวกนี้... ไม่ได้มาเพื่อฆ่าเราหรอกหรือทำไมพวกมันถึงทำหน้าตาเหมือนสุนัขรออาหารแบบนั้นล่ะ"
"เพราะความหิวไม่เคยปรานีใครครับมาดาม ไม่เว้นแม้แต่มอนสเตอร์" เร็นกล่าวด้วยรอยสุภาพ ก่อนจะก้าวออกไปยืนต้อนรับหน้าร้านด้วยท่าทางองอาจและเป็นมิตร
"ยินดีต้อนรับสู่ 'ร้านอาหารดันเจี้ยน' ครับทุกท่าน! วันนี้เรามีเมนูแนะนำเป็น 'ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์' เมล็ดข้าวเรียงเม็ดสวยผัดคลุกเคล้ากับไข่เป็ดไล่ทุ่งและน้ำมันหมูคั่วไฟแรง หอมกลิ่นกระเทียมเจียวทะลุทะลวงจิตวิญญาณ..." เร็นผายมือไปยังจานข้าวผัดบนโต๊ะ "สนนราคาราคาจานละ 1 เหรียญทองแดง หรือหากไม่มีเงินสด สามารถใช้ซากวัสดุมอนสเตอร์หรือไอเทมแลกเปลี่ยนได้ครับ"
ก็อบลินตัวหัวหน้ากระพริบตาปริบๆ มันมองหน้าเร็น สลับกับมองจานข้าวผัด แล้วคว,hควานหาในกระเป๋าหนังขาดวิ่นของมัน ก่อนจะควักเหรียญทองแดงเก่าขึ้นมาสองเหรียญวางแปะลงบนโต๊ะด้วยความสั่นเทา
มันผลักเหรียญนั้นมาข้างหน้า ส่งเสียงคำรามเบาๆ เป็นเชิงว่า *'เอามาให้ข้าจานหนึ่ง เร็วเข้า!'*
เร็นแย้มยิ้มรับเงินด้วยความสุภาพ "รับทราบครับ รอสักครู่..."
ในวินาทีที่เร็นกำลังจะหยิบจานข้าวผัดยื่นให้ ก็อบลินตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดเกิดความโลภ มันพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วสูง หมายจะแย่งชิงจานอาหารไปจากโต๊ะโดยไม่ยอมจ่ายเงิน กรงเล็บแหลมคมพุ่งตรงเข้าใส่เร็นอย่างอุกอาจ
มาดามลูน่าเตรียมยกไม้เท้าขึ้นร่ายเวทเพื่อสั่งสอนเจ้าตัวดีที่บังอาจเสียมารยาทต่อหน้าพ่อค้า
แต่ทว่า... เร็นกลับเร็วกว่า
ด้วยทักษะการเคลื่อนไหวที่ติดตัวมาจากโลกเก่าในฐานะเชฟกระทะเหล็กที่ต้องหลบหลีกความโกลาหลในห้องครัว เร็นก้าวเท้าหลบฉากไปด้านข้างครึ่งก้าวอย่างนุ่มนวล มือซ้ายคว้าจับด้ามกระทะเหล็กที่ยังหลงเหลือความร้อนขึ้นมา แล้วเหวี่ยงมันออกไปในแนวโค้งอย่างแม่นยำ
*โป๊ง!*
เสียงกระทะเหล็กกระทบเข้ากับกะโหลกหนาๆ ของก็อบลินตัวนั้นเต็มแรง จนเกิดเสียงก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำ แรงเหวี่ยงพอเหมาะพอเจาะทำให้มันหมุนคว้างกลางอากาศสามรอบก่อนจะร่วงลงไปนอนสลบไสลไม่ได้สติคาพื้นหิน พร้อมกับดาวสีเหลืองที่ลอยวนอยู่รอบหัว
เร็นดึงกระทะกลับมาตั้งไว้ที่เดิม จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น แล้วหันไปโค้งคำนับให้แก่หัวหน้าก็อบลินและพรรคพวกที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน
"ขออภัยในความไม่สะดวกเมื่อสักครู่นี้ด้วยนะครับ การแซงคิวถือเป็นการผิดกฎของร้านเราครับ" เร็นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและรอยยิ้มพิมพ์ใจ "และเพื่อเป็นการขอโทษ ก็อบลินผู้โชคดีท่านนี้ จะได้รับสิทธิ์ชิมข้าวผัดไข่ฟรีเป็นท่านแรก เชิญครับ..."
หัวหน้าก็อบลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันมองเพื่อนที่นอนสลบคาพื้น แล้วหันกลับมามองจานข้าวผัดสีทองที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจยิ่งกว่าเดิม
ทว่า... ก่อนที่ตะหลิวในมือของเร็นจะตักข้าวคำแรกป้อนให้แก่ลูกค้าตัวเขียว ทันใดนั้น พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ
เสียงคำรามต่ำทุศลึกที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดชั้นที่ลึกยิ่งกว่า แรงดันมานาอันมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนเปลวไฟในเตามานาวูบดับลงชั่วขณะ
[ติ๊ง! เตือนภัยระดับวิกฤต!]
[พบการตื่น ฯ ของสิ่งมีชีวิตระดับบอสประจำชั้นที่ 2: 'ราชสีห์เขี้ยวอัสนี' เนื่องจากถูกรบกวนด้วยกลิ่นหอมอันเข้มข้นของข้าวผัดไข่!]
เร็นหรี่ตาลง มองไปยังความมืดเบื้องหน้า ขณะที่มาดามลูน่าหน้าซีดเผือดลงทันที...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดเตากับผมในตอนที่ 2 นี้ แล้วมาลุ้นกัน ะครับว่าข้าวผัดไข่จานนี้จะสยบราชสีห์เขี้ยวอัสนีได้หรือไม่นะครับ
ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 2
กลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ปลุกก็อบลินให้กลายเป็นลูกค้า
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!