ขอโทษที... ผมไม่รับรีเทิร์นกับคนเย็นชา•ตอนที่ 2

เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีคุณ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมกับกลิ่นสีน้ำมันจางๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานสตูดิโอบนชั้นสามของตึกสถาปัตยกรรมย่านใจกลางเมืองเชียงใหม่ กวินท์ใช้ปลายนิ้วเรียวเลื่อนเมาส์ตรวจดูแปลนอาคารของโครงการรีสอร์ทเชิงนิเวศบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ เส้นสายลายเส้นทุกเส้นถูกวัดตวงด้วยความประณีต เช่นเดียวกับชีวิตของเขาในตอนนี้ ที่ถูกจัดระเบียบใหม่อย่างมั่นคงและไร้ซึ่งความเปราะบางเหมือนในอดีต "ปะป๊าฮะ มื้อนี้ภีมขอเพิ่มชีสสองเท่าได้ไหมอ่า... น้าพงษ์บอกว่าถ้ากินชีสเยอะๆ ภีมจะตัวโตเท่าปะป๊าเลยนะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยดยีนส์ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาเกาะขาเก้าอี้ทำงาน กวินท์ละสายตาจากหน้าจอทันที รอยยิ้มละมุนที่มักจะสงวนไว้ให้ลูกชายคนนี้เพียงคนเดียวผุดขึ้นบนใบหน้าสวยคม เขาหมุนเก้าอี้กลับไปหาก่อนจะย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเจ้าตัวเล็ก "ไม่ได้เลยค่ะตัวแสบ ถ้ากินชีสเยอะเกินไป พุงน้อยๆ ของภีมจะปริเอาได้นะคะ แล้วใครกันนะที่บอกปะป๊าว่าอยากใส่ชุดเท่ๆ ไปงานโรงเรียนสัปดาห์หน้า ถ้าพุงกางจนติดกระดุมไม่ได้ ปะป๊าไม่รู้ด้วยน้า" กวินท์แกล้งทำเสียงดุแต่แววตากลับพราวระยับด้วยความเอ็นดู น้องภีมทำแก่งอน แก้มป่องลมจนกลมเป็นลูกโป่ง ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเมื่อถูกคุณพ่อคนเก่งจิ้มเบาๆ ที่พุงกะทิ ความน่ารักสดใสและรอยยิ้มไร้เดียงสาของลูกชายคือเกราะคุ้ม ภัยชั้นดีที่ทำให้กวินท์ลืมเลือนความเจ็บปวดทั้งหมดในอดีต เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและความทรงจำอันโหดร้ายถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไร้เยื่อใย ที่นี่... เชียงใหม่โอบกอดพวกเขาไว้ด้วยความอบอุ่น และให้โอกาสกวินท์ได้สร้างอาณาจักรเล็กๆ ที่มีเพียง "เราสองคนพ่อลูก" ตึ้ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้น ขัดจังหวะความสุขยามบ่าย กวินท์เหลือบมองหน้าจอเล็กน้อย เห็นชื่อของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จากกรุงเทพฯ ที่เพิ่งส่งอีเมลเข้ามาเกี่ยวกับเอกสารอนุมัติแปลนก่อสร้างรอบสุดท้าย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอกชั่วขณะ—*ธาม*... ชายผู้เคยคิดว่ากวินท์เป็นเพียงเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังใหญ่ เป็นคนใจร้ายที่เหยียบย่ำหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแหลكสลาย แต่ตอนนี้ เงาหัวใจของคนคนนั้นไม่อาจเอื้อมมาถึงพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว กวินท์กดปิดหน้าจออย่างไร้ความสนใจ เขารวบร่างป้อมของน้องภีมขึ้นมาอุ้มแนบอกสูดกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา "ไปค่ะ น้าพงษ์รอรับไปกินเค้กมะพร้าวร้านโปรดข้างล่างแล้ว ปะป๊าเคลียร์งานตรงนี้เสร็จพอดีเลย" การใช้ชีวิตอย่างไร้เงาของอดีสามีมันช่างหอมหวานและอิสระเสรีเสียจนกวินท์ไม่อาจแลกมันด้วยอะไรทั้งสิ้น ทว่า... โลกใบนี้บางครั้งก็กลมกลืนและใจร้ายเกินกว่าจะปล่อยให้คนเราหนีอดีตพ้นไปได้ตลอดรอดฝั่ง ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในร้านกาแฟกระจกใสที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของตึกสตูดิโอ ธามในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อตามหาบางสิ่ง... หรือบางคนที่เขาทำหล่นหายไปตลอดกาล ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังของธามบัดนี้กลับพังทลายลงเหลือเพียงความเวิ้งว้างในอก เขายกกาแฟดำขึ้นจิบเพื่อขับไล่ความอ่อนเพลีย ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับร่างของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งถือลูกโป่งสีฟ้าวิ่งผ่านหน้าร้านไป รอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะคิกคักนั้นสะท้อนเข้าตาธามอย่างจัง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงราวกับมีใครเอามือมาบีบเค้น เด็กชายคนนั้น... ใบหน้าด้านข้าง สันจมูกรั้นๆ และรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบนั้น... มันถอดแบบมาจากใครบางคนที่เขากำลังตามหาแทบจะพิมพ์เดียวกัน ธามวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนพนักงานในร้านสะดุ้ง เขาลุกพรวดขึ้นทันทีโดยไม่ทันสังเกตว่า เอกสารแฟ้มลับโครงการก่อสร้างรีสอร์ทมูลค่าหลายพันล้านที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงพื้น แผ่นกระดาษA4 แผ่นหนึ่งปลิวหลุดออกมาจากแฟ้ม และตกลงแทบเท้าของใครบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านพอดี กวินท์ที่เพิ่งอุ้มน้องภีมเดินเข้ามาเพื่อจะซื้อเค้กมะพร้าวชะงักฝีเท้าลงทันที เมื่อก้มลงมองกระดาษแผ่นที่ปลิวมาติดรองเท้า ตัวอักษรหัวกระดาษเอกสารระบุชื่อโครงการอย่างชัดเจน... และชื่อของผู้บริหารสูงสุดฝ่ายอนุมัติโครงการที่เซ็นกำกับไว้ด้วยลายเซ็นอันคุ้นตาจนน่าสะอิดสะเอียน—*ธาม กิตติภัทรโภคิน* ลมหายใจของกวินท์สะดุดกึก ร่างเพรียวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในเสี้ยววินาที "ปะป๊าฮะ... ทำไมหน้าปะป๊าซีดจางเลยล่ะฮะ มีอะไรติดอยู่ที่รองเท้าหรือเปล่า?" เสียงใสของน้องภีมเอียงคอถามด้วยความสงสัยบริสุทธิ์ ยังไม่ทันที่กวินท์จะทันได้ขยับตัว เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิตก็ดังขึ้นจากด้านหลังด้วยน้ำสั่นเครือและเปี่ยมไปด้วยความตกตะลึงระคนความหวังอันริบหรี่ "กวินท์..." ธามยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ดวงตาคมกริบสั่นระริกขณะจ้องมองแผ่นหลังของอดีภรรยาที่ไม่ได้พบกันนานนับปี ก่อนที่สายตาของธามจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนนั้น—เด็กชายที่มีดวงตากลมโตและหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา หัวใจของธามหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่กวินท์ปกปิดไว้ตลอดห ปี ไม่ใช่แค่การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... แต่มันคือสายเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขากำลังตามหา และเป็นสิ่งเดียวที่จะไม่มีวันให้อภัยคนอย่างเขาเด็ดขาด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... ผมไม่รับรีเทิร์นกับคนเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%