"เซ็นตรงนี้ครับ... แล้วเรื่องระหว่างเราจะจบลงเสียที"
เสียงทุ้มต่ำของธามที่เคยเป็นดั่งสรวงสวรรค์สำหรับกวินท์ในอดีต บัดนี้กลับฟังดูเย็นชาและไร้ซึ่งเยื่อใย กวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนพูด เขาเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง
กวินท์ก้มมองใบหย่าสีขาวสะอาดตาที่วางอยู่ตรงหน้า กระดาษแผ่นนี้คืออิสรภาพที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสามปีที่ถูกกักขังอยู่ในความสัมพันธ์ที่เหมือนกรงทองคำซึ่งไร้ซึ่งหัวใจ กวินท์หยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาจรดปลายลงบนบรรทัดสุดท้ายอย่างมั่นคง ไม่มีมือที่สั่นเทา ไม่มีหยดน้ำตาที่ร่วงหล่น มีเพียงความเด็ดขาดที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสง
"คุณพอใจหรือยังคะ?" กวินท์เอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบจนธามต้องชะงัก สายตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มจับจ้องใบหน้าที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นของอดีตภรรยาอย่างไม่เข้าใจนัก
กวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทสถาปนิกสีเทาเรียบกริบให้เข้าที่ ก่อนจะปลดสร้อยคอเงินเส้นบางที่ธามเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันครบรอบปีแรกออกมา มันเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวที่เขายังหลงเหลือติดตัวไว้... จนกระทั่งวินาทีนี้
กวินท์วางสร้อยเส้นนั้นลงบนเอกสารเซ็นชื่อด้วยท่าทีแผ่วเบา แต่เสียงกระทบของจี้เงินกับโต๊ะไม้กลับดังก้องในใจของธามเหมือนเสียงค้อนที่ทุบลงบนใจที่เคยตายด้าน
"สร้อยเส้นนี้... ผมคืนให้ครับ" กวินท์กล่าวพลางคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "เหมือนกับหัวใจของผม ที่คุณเองก็ไม่เคยต้องการมันอยู่แล้ว"
ธามขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบไหวในอกราวกับถูกของมีคมกรีดลึก เขาจ้องมองใบหน้าที่กวินท์เคยใช้มองเขาด้วยความรักหมดใจ แต่ในวันนี้ เขากลับไม่พบสิ่งนั้นอีกต่อไป สิ่งที่เขามีคือความห่างเหินที่น่ารำคาญใจ
"นายพูดเหมือนกับว่ารอเวลานี้มานาน กวินท์" ธามเค้นเสียงตอบโต้ พยายามรักษามาดเย็นชาไว้ทั้งที่ในใจเริ่มปั่นป่วน
"ถูกแล้วค่ะ" กวินท์ตอบกลับทันควันโดยไม่ลังเล "การแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยการไม่ยอมรับ และจบลงด้วยความเย็นชาแบบนี้ มันน่าเหนื่อยเกินกว่าจะยื้อไว้... ลาก่อนนะคะ คุณธาม"
ร่างโปร่งเดินหันหลังออกจากห้องทำงานไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองคนข้างหลังที่ยืนนิ่งค้าง ธามมองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถนิยามได้ เขาหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาดู โลหะเย็นเยียบในมือเหมือนจะเตือนให้เขารู้ว่า อะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุดได้หลุดมือไปแล้วจริงๆ แต่ทิฐิที่มีก็มากเกินกว่าจะรั้งอีกฝ่ายไว้
กวินท์ก้าวออกมาจากตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองด้วยความรู้สึกโล่งเบาอย่างประหลาด เขาเดินไปตามทางเดินหน้าล็อบบี้เพื่อไปหาใครบางคนที่รออยู่
"หม่ามี้!"
เสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคยตะโกนเรียกดังขึ้น กวินท์รีบก้มตัวลงรับร่างของเด็กน้อยวัยห้าขวบที่วิ่งเข้ามาสวมกอดเขาไว้แน่น ภีมคือทุกอย่าง คือเหตุผลที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้จะต้องเลิกรากับคนคนนั้นไป
"รอนานไหมคะคนเก่ง? ป่ะ กลับบ้านกันนะ" กวินท์ยิ้มกว้างจนดวงตาเป็นประกาย เป็นรอยยิ้มที่ธามไม่เคยได้เห็นตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกัน
ทว่า... ในจังหวะที่กวินท์กำลังจะอุ้มเด็กน้อยเดินจากไป ธามที่ทนความรู้สึกกระวนกระวายใจไม่ไหวจนต้องเดินตามออกมาเพื่อจะพูดอะไรบางอย่างที่เขาก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ก็ชะงักเท้าลงกะทันหันที่ประตูทางออก
ธามยืนแข็งทื่อ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าคือเด็กชายตัวน้อยในอ้อมกอดของกวินท์
ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น... ดวงตาที่ดูซุกซนและคิ้วที่โค้งรับกันอย่างสวยงาม ไม่ต้องมีผลตรวจใดๆ มายืนยัน ธามก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาละเลยและเย็นชาใส่กวินท์ย้อนกลับมาฉายชัด
นั่นมันหน้าของเขา... ตอนที่เขายังเป็นเด็กไม่ผิดเพี้ยน!
กวินท์ที่สัมผัสได้ถึงสายตาจ้องมองจึงหันกลับมาเพียงเล็กน้อย แววตาที่เคยมองธามด้วยความรัก เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและเฉยชาอย่างน่ากลัว กวินท์กระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะเบือนหน้าหนีและเดินจากไป ทิ้งให้ธามยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน ราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงตรงหน้า
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ของกวินท์นะคะ หิมะแรกในโตเกียวจะรอพบทุกคนในตอนถัดไปค่ะ
ขอโทษที... ผมไม่รับรีเทิร์นกับคนเย็นชา•ตอนที่ 1
ใบหย่าในมือกับรอยยิ้มที่หายไป
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... ผมไม่รับรีเทิร์นกับคนเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
