“ถ้าพวกคุณยังกล้าเอาตั๋วแป้งในครัวเรือนของฉันไปขายใหม่อีกรอบ ฉันจะไปฟ้องสหกรณ์คอมมูนให้มาตรวจสอบบัญชีเงินกู้ยืมของบ้านใหญ่ให้หมดเปลือก!”
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นเรือนพักฝั่งทิศตะวันออก หลินว่านหลินยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาทรงเสน่ห์ฉายแววเยียบเย็นจนหลินเจี้ยนกั๋วที่ตั้งใจจะมายุ่มย่ามยามวิกาลถึงกับผะเผงถอยหลังไปสามก้าว
นี่คือกลยุทธ์ขั้นพื้นฐานของเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิการเงินมาอย่างโชกโชน การจะก้าวเท้าออกไปกอบโกยความมั่งคั่งนอกหมู่บ้านในยุคเศรษฐกิจวางแผนเช่นนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตัดวงจรอุบาทว์ของพวกปลิงดูดเลือดในตระกูลเสียก่อน นางใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางบัญชีและการเมืองท้องถิ่นขู่กลับ จนคนหน้าเงินอย่างหลินเจี้ยนกั๋วไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
กระทั่งเงาร่างสูงใหญ่ของลู่จวินถิงก้าวเข้ามาบังแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่สาดส่อง ร่างกายกำยำของนายทหารหนุ่มแผ่ซ่านไออุ่นที่ทรงพลัง เขาไม่ได้เอ่ยปากด่าทอแม้แต่ครึ่งคำ ทว่าสายตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่มองเหยื่อ ทำให้หลินเจี้ยนกั๋วต้องรีบสาวเท้าหนีออกจากบ้านหลังน้อยราวกับเจอผีสาง
“ภรรยา... เจ้าเก่งกาจขึ้นทุกวันแล้วนะ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระคนเอ็นดู ลู่จวินถิงวางห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ซุกซ่อนไว้ในเสื้อโค้ททหารลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ดวงตาคมกริบมองภรรยาคนสวยที่วันนี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นเอวบางร่างน้อยน่าทะนุถนอม
ว่านหลินปรายตามองห่อกระดาษนั้น มุมปากหยักยิ้มบางเบา “ไม่ใช่แค่เก่งกาจ แต่ฉันกำลังจะพาคุณไปรวยต่างหากล่ะ”
นางเปิดห่อกระดาษออกเผยให้เห็นรองเท้าผ้าใบทหารมือสองสภาพดีที่ลู่จวินถิงแอบไปแลกมาจากสหายในกองร้อย เพื่อให้ภรรยาสวมใส่ยามต้องเดินทางไกล ทว่าสิ่งที่ว่านหลินเตรียมตัวไว้ในมิติฟาร์มมหัศจรรย์นั้นล้ำค่ายิ่งกว่าสิบทาสีรองเท้าคู่นี้เสียอีก
ล่วงเลยเข้ายามโฉบ (03:00 น.) ท่ามกลางความมืดมิดและสายหมอกบางเบาที่ปกคลุมผืนนาอันหนาบหนาวในมณฑลจี๋หลินยุค 70 หลินว่านหลินในชุดเสื้อกันหนาวตัวโคร่งและผ้าพันคอไหมพรมผืนหนา ก้าวเดินเคียงคู่มากับลู่จวินถิงผู้แบกตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่สองใบไว้บนบ่า ภายในตะกร้านั้นถูกอำพรางด้วยผักกาดขาวหัวโตและมันเทศลูกยักษ์จากโลกภายนอก ทว่าก้นตะกร้าลึกกลับซุกซ่อนไข่ไก่ป่าจากมิติฟาร์มที่ฟักตัวจนสมบูรณ์ น้ำผึ้งป่าเดือนห้าบรรจุในกระบอกไม้ไผ่ขัดมัน และเนื้อหมูสามชั้นแล่บางหมักซอสสูตรลับที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ แม้จะปิดฝาแน่นหนา
การเดินทางเข้าสู่ตลาดมืดใจกลางเมืองหลวงในยุคที่การค้าเสรีเป็นความผิดอาญาแชมป์เปียก ย่อมเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่จะถูกหน่วยตรวจการกวาดล้าง (หน่วยเรดการ์ดหรือตำรวจตรวจตลาดมืด) ทุกเมื่อ ทว่าสำหรับอดีตเซียนหุ้นผู้เชี่ยวชาญการอ่านเกมความเสี่ยงและกระแสเงินสด ความหวาดกลัวเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
“จวินถิง ถ้าเราเจอคนใส่ปลอกแขนแดงตรวจตรา คุณต้องทำตามแผนที่เราตกลงกันไว้ ห้ามใช้กำลังเด็ดขาด ให้ใช้หน้าตาซื่อๆ ของคุณนี่แหละกลบเกลื่อน เข้าใจไหม?” ว่านหลินกระซิบกระซาบชิดใบหูของสามี พลางจัดปกเสื้อให้เขาอย่างเบามือ
ลู่จวินถิงคว้ามือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบขึ้นมาถูไถด้วยฝ่ามืออันอบอุ่นของตนเอง แววตาคลั่งรักฉายชัดในความมืด “วางใจเถอะต่อให้ฟ้าถล่มลงมา พี่ก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องปลายเล็บของเจ้าแม้แต่น้อย ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก พี่ก็จะปกป้องสินค้าในตะกร้าและตัวภรรยาให้ปลอดภัย”
คำพูดหนักแน่นจริงจังของชายหนุ่มบ้านไร่ผู้ซื่อตรง ทำเอาหัวใจของเซียนหุ้นสาวที่ด้านชามานานเกิดอาการเต้นผิดจังหวะ นางค้อนใส่เขาควงหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ “ใครเขาขอให้คุณเอาชีวิตเข้าแลก แค่ให้ช่วยขายของแล้วเอาเงินกลับมาซื้อแป้งสาลีมาทำซาลาเปาก็พอแล้ว!”
ทั้งสองลัดเลาะตามทางเดินแคบๆ หลังโกดังสินค้าเก่าของสถานีรถไฟ ที่ซึ่งแสงไฟสลัวจากะเกียงคาร์ไบด์ส่องกระทบใบหน้าของผู้คนที่สวมหมวกดึงปีกต่ำกำลังกระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างระแวดระวัง บรรยากาศของตลาดมืดในยามวิกาลเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื่นเต้นและกลิ่นหอมของอาหารแอบซ่อน
ว่านหลินเลือกมุมอับสายตาใต้ร่มเงาของต้นสนใหญ่ นางหยิบมันเทศหัวโตและผักกาดขาวชุดแรกออกมาวางเรียงบนผ้าใบเก่าๆ บนพื้น ก่อนจะเปิดฝากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำผึ้งป่าเนื้อเนียนออกเพียงนิดเดียว กลิ่นหอมหวานละมุนของน้ำผึ้งบริสุทธิ์จากมิติฟาร์มมหัศจรรย์ก็พวยพุ่งทะลักฝ่าสายหมอกยามเช้าตรู่ ดึงดูดสายตาของพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนในตลาดมืดให้หันมามองเป็นตาเดียวทันที
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ลูกค้าคนแรกซึ่งเป็นชายวัยกลางคนแต่งกายภูมิฐานแต่สวมเสื้อผ้าเก่าเพื่อตบตาคน ส่ำส่ายเข้ามาใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นี่สหาย... น้ำผึ้งนี่ขายอย่างไร? แล้วมีเนื้อหมูจริงๆ อย่างที่ลือกันหรือเปล่า?”
ว่านหลินแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ ประกายตาพราวระยับด้วยสัญชาตญาณนักธุรกิจมือฉมัง นางกำลังจะอ้าปากเสนอราคาเพื่อปิดการขายล็อตแรกที่มูลค่าสูงลิ่ว ทว่า...
ทันใดนั้น เสียงนกหวีดแหลมสูงก็ดังกรีดแทรกความเงียบงันขึ้นที่หัวมุมถนน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความตื่นตระหนกของใครบางคน
“ตรวจตลาดมืด! หน่วยลาดตระเวนมาแล้ว! วิ่งเร็ว!”
ผู้คนในตลาดแตกตื่นราวกับผึ้งแตกฮาย สินค้าถูกกวาดเก็บชุลมุน ลู่จวินถิงคว้าแขนภรรยาเตรียมดึงเข้าหาตัวเพื่อหลบหนี ทว่าว่านหลินกลับไม่ยอมขยับเขยื้อน นัยน์ตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นเงาร่างของหัวหน้าชุดลาดตระเวนที่กำลังเดินตรงดิ่งมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่... และบุคคลผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องสายรองของบ้านใหญ่ที่เคยประกาศกร้าวว่าจะจัดการครอบครัวของพวกนางให้พินาศ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกอบโกยความมั่งคั่งและตบหน้าตัวร้ายด้วยกันนะครับ
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 7
แผนการแรกมุ่งสู่ตลาดมืดเมืองหลวง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!