"ถ้าตระกูลหลินยังกล้าส่งคนมาป้วนเปี้ยนแถวรั้วบ้านเราอีก ผมจะเอาด้ามปืนฟาดหน้าพวกมันเรียงตัว ไม่เว้นแม้แต่ลุงใหญ่ของเธอหรอกนะครับว่านหลิน"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววคุกรุ่นความเดือดดาลดังขึ้น ขณะที่มือหนาหยาบกร้านของลู่จวินถิงกำลังวางจานกระเบื้องเคลือบสีหม่นลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบกันเบาๆ ขัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องครัวคับแคบ นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นทุกสัดส่วน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมิได้ทอประกายความหวาดหวั่นต่ออิทธิพลของญาติผู้พี่ตัวแสบเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารของชายชาติทหารที่พร้อมปกป้องภรรยาจากเหล่าเหลือบไร่ในคราบญาติสนิท
หลินว่านหลินกะพริบตาปริบๆ หันกลับมาจากเตาฟืนที่มีควันโขมงเล็กน้อย มุมปากบางเฉียบยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิการเงินอันเชี่ยวกรากมาแล้ว มือเรียวบางที่เพิ่งผ่านการหยิบจับสมุนไพรทิพย์ในมิติฟาร์มมหัศจรรย์ยื่นไปตบแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม
"ใจเย็นก่อนสิครับพี่จวินถิง คนพวกนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกครับ... การใช้กำลังมันคือวิธีแก้ปัญหาของคนไร้สมอง แต่สำหรับผมแล้ว การทำให้พวกมัน 'หมดตัว' จนต้องคุกเข่าอ้อนวอนต่างหาก คือความบันเทิงที่คุ้มค่าแก่การลงทุนยิ่งกว่าหุ้นปั่นเสียอีกนะครับ"
คำพูดของภรรยาสาวทำให้ลู่จวินถิงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มมองสำรวจใบหน้าเรียวเนียนที่ฉายแววความมั่นอกมั่นใจเกินวัย ความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวนี้เองที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นระรัวทุกครั้งที่ได้ยิน เธอไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านที่วันๆ เอาแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว หลินว่านหลินในตอนนี้เปรียบเสมือนพยัคฆ์สาวที่กางกรงเล็บพร้อมขย้ำศัตรูให้จมดิน และที่สำคัญ... เธอยิ่งทวีความงดงามชวนมองขึ้นทุกวันจนเขาแทบไม่อยากละสายตาไปไหน
"ตามใจเธอก็แล้วกันครับ อยากจะทำอะไรกับพวกมัน ผมพร้อมเป็นฐานรองรับให้เสมอ... ขอแค่เธอบอกคำเดียว ต่อให้ต้องไปพังบ้านตระกูลหลินให้ราบเป็นหน้ากลอง ผมก็ทำได้" ลู่จวินถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง พลางยื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนให้อย่างเบามือ
หลินว่านหลินแอบอมยิ้มกับความสปอร์ตเปย์หนักของสามีหนุ่มบ้านไร่คนนี้ แม้ปากจะบอกว่าเป็นทหารยากจน แต่ความจริงใจและการกระทำที่พร้อมสนับสนุนเธอทุกย่างก้าวนี้มีค่ามากกว่าทองคำแท่งเสียอีก
"งั้นเราพักเรื่องพวกนั้นไว้ก่อนดีกว่าครับ... ตอนนี้ สิ่งที่เราควรให้ความสนใจมากที่สุด ไม่ใช่ตระกูลหลิน แต่เป็น 'แปลงผักหลังบ้าน' ต่างหากล่ะครับ"
ว่าแล้ว หญิงสาวก็จูงมือสามีเดินลัดเลาะผ่านประตูหลังบ้าน มุ่งตรงไปยังแปลงดินขนาดกว้างราวสเกลสนามแบดมินตันที่เคยรกร้างและเต็มไปด้วยวัชพืชเมื่อวานนี้ ทว่าภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในยามสายของวันใหม่ กลับทำให้ลู่จวินถิงถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?!"
นายทหารหนุ่มอุทานออกมาเสียงหลง ก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว พื้นดินสีดำสนิทที่เคยแห้งแล้ง บัดนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยความเขียวขจีของต้นกล้าผักกาดและคะน้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ยอดใบสีเขียวมรกตอวบอิ่มชูช่อรับแสงแดดอย่างสง่างาม ราวกับว่าพวกมันไม่ได้ใช้เวลาเติบโตเพียงแค่ข้ามคืน แต่ผ่านการบำรุงมานับแรมเดือน!
กลิ่นอายความสดชื่นบริสุทธิ์ลอยกรุ่นแตะจมูก ทั้งที่รอบข้างเป็นเพียงแปลงดินธรรมดาๆ ไม่มีปุ๋ยเคมีหรือระบบชลประทานใดๆ ทั้งสิ้น
หลินว่านหลินยิ้มกริ่มในใจ เธอรู้ดีว่านี่คือผลลัพธ์จากการแอบรดน้ำในแปลงด้วย 'น้ำทิพย์บริสุทธิ์' ที่ตักมาจากลำธารในมิติฟาร์มมหัศจรรย์เมื่อคืนก่อน ทรัพยากรล้ำค่าที่อุดมไปด้วยพลังงานปราณธรรมชาติและแร่ธาตุเร่งการเจริญเติบโตระดับเทพ ไม่เพียงแต่ทำให้พืชผักโตไวผิดมนุษย์มนาเท่านั้น แต่ยังทำให้โครงสร้างเซลล์ของพืชมีความแข็งแรง สมบูรณ์ และกักเก็บสารอาหารไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
"ผม... ผมจำได้ว่าเมื่อวานตรงนี้ยังมีแต่หญ้าคาอยู่เลยนี่ครับว่านหลิน" ลู่จวินถิงหันมามองหน้าภรรยาด้วยความสับสนปนทึ่ง มือหนาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะใบผักคะน้าต้นหนึ่งอย่างทะนุถนอม ผิวสัมผัสกรอบแน่นและเนียนละเอียดจนสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวา "นี่มันโตเร็วกว่าปกติเป็นสิบเท่า... แถมใบยังใหญ่และสมบูรณ์กว่าผักในตลาดอำเภอเสียอีก"
"ความลับทางการค้านะครับพี่จวินถิง" หลินว่านหลินย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับราวกับเด็กน้อยที่กำลังถือหุ้นบลูชิพอยู่ในมือ "ผมมีเคล็ดลับการผสมปุ๋ยสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเอง รับรองว่าถ้าเอาผักเหล่านี้ไปวางขายในตลาดมืดหรือตลาดเสรีของอำเภอ จะต้องกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่แย่งกันซื้อจนเกลี้ยงแผงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีแน่ๆ ครับ"
ลู่จวินถิงมองรอยยิ้มมั่นใจของภรรยา หัวใจของชายหนุ่มพองโตจนคับอก เขาไม่สนใจหรอdว่าเคล็ดลับนั้นคืออะไร จะเป็นเวทมนตร์หรือความบังเอิญ เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า... ภรรยาตัวน้อยของเขามีความสามารถเหลือล้น และหน้าที่ของเขาคือการเป็นโล่คุ้มกันพร้อมทั้งช่วยเธอกอบโกยความมั่งคั่งนี้ให้ราบรื่นที่สุด
"ถ้าอย่างนั้น..." ลู่จวินถิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตล็อตแรกนี้จะทำกำไรให้เราได้มากที่สุด ผมจะช่วยเธอนำมันไปเก็บเกี่ยวและจัดใส่ตะกร้าเตรียมไปส่งที่ตลาดเมืองหลวงเขตข้างเคียงในวันพรุ่งนี้เช้า... เธออยากให้ผมช่วยสร้างแผงร้านค้าชั่วคราวด้วยไหมครับ?"
"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอครับ..." หลินว่านหลินส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "แค่เราเอาผักบางส่วนไปลองทำอาหารรสชาติเลิศรสแจกจ่ายให้ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าแถวตลาดใหญ่ได้ชิมเป็นตัวอย่างก่อน รับรองว่า 'พลังแห่งความอร่อย' จะดึงดูดลูกค้ากระเป๋าหนักให้วิ่งมาหาเราเองโดยที่เราไม่ต้องไปเร่ขายเลยล่ะครับ"
กลิ่นหอมกรุ่นของดินชื้นและใบไม้เขียวขจีผสมผสานกับบรรยากาศอันอบอุ่นในยามสาย ทำให้บ้านหลังน้อยดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างถนัดตา ทั้งสองช่วยกันลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตล็อตแรกด้วยความรวดเร็ว ผักแต่ละต้นถูกถอนขึ้นมาอย่างทะนุถนอม วางเรียงรายลงในตะกร้าไม้ไผ่สานจนเต็มเอี๊ยด น้ำหนักที่หนักอึ้งและสีเขียวสดใสของผักสวนครัวเหล่านี้ คือก้าวแรกแห่งความมั่งคั่งที่หลินว่านหลินกำลังจะใช้ตบหน้าพวกตระกูลหลินให้กระอักเลือด
ทว่า... ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังงละมุนอยู่กับการคัดแยกผักเกรดพรีเมียม เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมแสบที่ตะโกนแ로드เข้ามาในความเงียบ
"ไอ้จวินถิง! นังว่านหลิน! พวกแกสองคนรีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าหลบอยู่ในบ้านแล้วจะรอดตัว!"
เสียงตบประตูและแรงกระแทกจากด้านนอกทำให้บรรยากาศสงบสุขเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา ลู่จวินถิงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาทันที ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการกับตัวปัญหาที่บังaانมารบกวนเวลาภรรยา แต่หลินว่านหลินกลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อของเขาไว้เสียก่อน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยคมเขี้ยวแห่งเซียนหุ้นให้สามี
"ใจเย็นก่อนครับพี่จวินถิง... ในเมื่อเหยื่อเดินมาส่งถึงที่ปากถ้ำแล้ว มีหรือที่เราจะไม่ต้อนรับพวกเขาสesงหน่อย?"
ดวงตาคู่สวยทอประกายคมปลาบ หลินว่านหลินปัดเศษดินออกจากมือ ชายเสื้อสะบัดเล็กน้อยอย่างสง่างาม ก่อนจะก้าวเดินนำหน้าสามีออกไปยังประตูหน้าบ้านด้วยฝาดก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง...
ปัง! เสียงไม้กระแทกประตูดังลั่นเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อหลินว่านหลินเอื้อมมือไปปลดกลอนแล้วกระชากเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของหลินเจี้ยนกั๋วและผู้เป็นแม่สามีที่ยืนจังก้าอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับถุงกระสอบเปล่าในมือที่เตรียมมาปล้นสะดมอย่างเห็นได้ชัด—
แต่ทว่า... สิ่งที่แม่สามีและหลินเจี้ยนกั๋วเห็นเมื่อประตูเปิดออก กลับไม่ใช่ความหวาดกลัวบนใบหน้าของสะใภ้ตัวแสบ หากแต่เป็นกลิ่นหอมหวานอันแปลกประหลาดที่โชยออกมาจากแปลงผักหลังบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทำให้กระดูกสันหลังของพวกเขารู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทันที!
...
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกอบโกยความมั่งคั่งและตบหน้าตัวร้ายด้วยกันนะครับ*
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 6
แปลงโฉมผักสวนครัวด้วยน้ำทิพย์มิติ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!