"ห้าเหมา! ข้าให้ห้าเหมาสำหรับกะหล่ำปลีหัวนี้! อย่าเพิ่งขายให้คนอื่นนะแม่นาง!"
เสียงทุบโต๊ะไม้เก่าดังปัง พร้อมกับธนบัตรสีมอๆ ใบยับยู่ยี่ที่ถูกยัดใส่มือของหลินว่านหลินอย่างร้อนรน ดวงตาของพ่อค้าคนกลางวัยกลางคนเบิกกว้างราวกับเห็นทองคำแท่ง ทั้งที่สิ่งที่อยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ตรงหน้าเป็นเพียงผักกะหล่ำปลีสีเขียวสดที่ห่อตัวแน่นหนาจนผิวใบตึงเปรี๊ยะ ผิวสัมผัสกรอบกรุบและส่งกลิ่นหอมสะอาดจางๆ แบบที่ต่อให้เดินหาทั่วทั้งตลาดมืดแห่งมณฑลทางเหนือนี้ตลอดทั้งเดือน ก็ไม่มีทางหาพบ
หลินว่านหลินแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่คมประกายระยับด้วยสัญชาตญาณของเซียนหุ้นผู้กุมความได้เปรียบในตลาด เธอไม่ได้รีบรับเงินทันที แต่ใช้นิ้วเรียวสวยปัดธนบัตรใบนั้นเบาๆ ก่อนจะสบตาคู่สนทนากลับด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก
"ลุงเฉิน ท่านก็รู้ว่าของในมือข้าไม่ใช่ผักธรรมดา รสชาติและความกรอบหวานนี้ต่อให้เอาไปทำซุปหรือผัดน้ำมันหมู ก็ยกระดับอาหารบนโต๊ะให้กลายเป็นภัตตาคารหรูได้ในพริบตา ห้าเหมา... ดูจะน้อยไปหน่อยกระมังสำหรับคุณภาพระดับนี้"
พ่อค้าแซ่เฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขารู้ดีว่าเด็กสาวตรงหน้าพูดความจริง แม้ว่านหลินจะดูบอบบางและเพิ่งแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านไร่ได้ไม่นาน ทว่าสินค้าที่เธอนำออกมาวางขายในวันนี้กลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลต่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือดที่พยายามกดราคารับซื้อ
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน บริเวณมุมอับของตลาดมืดแห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยความเงียบงันและความหวาดระแวง หลินว่านหลินในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้าน ก้าวเข้ามาพร้อมกับลู่จวินถิงสามีหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ สองสามีภรรยาช่วยกันยกตะกร้าไม้ไผ่สานใบโตลงจากหลังจักรยาน ทันทีที่ฝาผ้าดิบถูกเปิดออก กลิ่นอายความสดชื่นบริสุทธิ์ราวกับพืชผลที่เพิ่งเก็บเกี่ยวจากยอดเขาเซียนก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีสิบเมตร
กลุ่มแม่ค้าขาประจำที่มักรวมตัวกันนินทาและรอซ้ำเติมความลำบากของเธอ ต่างพากันชะựngฝีเท้า หันขวับมามองด้วยสายตาริษยาปนความอยากรู้อยากเห็น
"นั่น... นั่นมันผักอะไรเหตุใดจึงดูอวบอิ่มเขียวขจีเช่นนั้น? หน้าแล้งปีนี้ผักเหี่ยวเฉาตายเกือบหมดแปลงไม่ใช่หรือ?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากหญิงวัยกลางคนฟันเหยินคนหนึ่ง นางคือภรรยาของหัวหน้าคนงานในเหมืองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและชอบเอาเปรียบชาวบ้าน
หลินว่านหลินเหลือบสายตาคมกริบมองนางแวบหนึ่งโดยไม่ปริปากโต้ตอบ ปล่อยให้ผลงานชิ้นเอกทำหน้าที่พูดแทนทุกอย่าง
ลู่จวินถิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายกำยำในชุดเสื้อทหารเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีคุกคามน่าเกรงขาม สายตาคมปลาบกวาดมองรอบบริเวณเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ภรรยา มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและทำไร่ไถนาวางนิ่งอยู่ข้างลำตัว พร้อมเคลื่อนไหวทันทีหากมีเศษสวะหน้าไหนกล้าเข้ามาสร้างความวุ่นวาย
"เจ็ดเหมา!" เสียงตะโกนแทรกขึ้นมาจากพ่อค้าอีกคนทางด้านหลัง เขาคือนักเก็งกำไรตัวฉกาจที่มักกักตุนสินค้าเพื่อรอขายต่อในราคามหาโหด "ข้าเหมาหมดตะกร้า! สองสหาย... เอ่อ แม่นางหลิน ให้ข้าเถอะ ข้าให้ราคามากกว่าตลาดสามเท่า!"
ความโกลาหลขนาดย่อมบังเกิดขึ้นในพริบตา บรรดาคนมุงที่ตั้งใจมาเดินตลาดเพื่อหาซื้อของถูกต่างเบียดเสียดกันเข้ามาจนฝุ่นตลบ กลิ่นอายความตื่นตระหนกและการแย่งชิงทรัพยากรในยุคเปลี่ยนผ่านสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน ทุกคนต่างรู้ดีว่าเงินในกระเป๋ากำลังจะไร้ค่าหากไม่มีอาหารตุนไว้ประทังชีวิต และผักในมือของว่านหลินก็คือ "ทรัพย์สิน" ที่มีค่ามากกว่าทองคำในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขานี้
ว่านหลินลอบยิ้มเยาะในใจ ทักษะการอ่านกลไกตลาดและการควบคุมอุปสงค์อุปทานที่เธอร่ำเรียนและเคี่ยวกรำมาจากการเป็นเซียนหุ้นระดับท็อปในโลกอนาคต ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการขายผักในตลาดมืดได้อย่างแนบเนียนอย่างไร้ที่ติ
เธอยกมือขึ้นห้ามปรามความวุ่นวายด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น น้ำเสียงใสดังกังวานฟังชัดเจนทั่วบริเวณ
"ใจเย็นๆ ทุกท่าน ของในมือข้ามีจำกัด ผู้ใดให้ราคาสูงที่สุดและนำวัตถุดิบหายากมาแลกเปลี่ยนตามเงื่อนไขที่ข้ากำหนด ผู้นั้นย่อมได้สิทธิ์ครอบครองก่อน"
สิ้นคำกล่าวของเธอ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันควานหาของมีค่าในเสื้อกันจ้าละหวั่น บางคนยอมควักตั๋วแลกอาหารสำรองขั้นสุดท้าย บางคนเสนอเครื่องประดับเงินชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าเพื่อแลกกับผักกะหล่ำปลี มะเขือเทศเนื้อแน่นฉ่ำน้ำ และพริกขี้หนูสีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมเผ็ดร้อนยั่วยวนใจ
ลู่จวินถิงขยับตัวเข้ามาใกล้ภรรยาเล็กน้อย ไออุ่นจากร่างกายหนาแน่นแผ่ซ่านมาปะทะแผ่นหลังของเธอ เขาก้มกระซิบเสียงทุบต่ำข้างใบหูด้วยความห่วงใยระคนภาคภูมิใจ
"ภรรยา... เจ้าเก่งกาจเกินไปแล้ว คนพวกนั้นมองเจ้าตาเป็นมัน น่าจับกลับบ้านไปขังไว้ให้ดูคนเดียวเสียจริง"
ว่านหลินเหลือบตาค้อนสามีหนุ่มเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ "ท่านพี่ พูดจาเหลวไหล รีบช่วยข้าทอนเงินและจัดระเบียบคนพวกนี้เร็วเข้า เงินก้อนนี้จะทำให้บ้านเราไม่ต้องกินข้าวต้มเจือจางน้ำอีกต่อไปแล้วนะยะ"
คำว่า "บ้านเรา" ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก มือหนาเอื้อมไปช่วยหยิบจับสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่สายตายังคงคอยเหลือบมองภรรยาด้วยความคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ตะกร้าไม้ไผ่ใบโตสามใบที่บรรจุผลผลิตชั้นยอดจากมิติฟาร์มมหัศจรรย์ ก็ว่างเปล่าสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของผักแม้แต่ใบเดียว
ธนบัตรหลากสีสัน ทั้งใบใหญ่และใบย่อยถูกยัดแน่นจนล้นกระเป๋าผ้าสำรองที่ว่านหลินเตรียมมา ตัวเลขกำไรมหาศาลทะยานขึ้นสูงลิ่วในหัวของเธอ มากกว่ารายได้ทั้งปีของชาวนาทั่วไปรวมกันเสียอีก นี่คือจุดเริ่มต้นของการสะสมทุนรอนเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในยุคเศรษฐกิจใหม่
ทว่า ในขณะที่ความสำเร็จกำลังหอมหวานและเงินทองกองอยู่ตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนดังใกล้เข้ามาเป็นจังหวะ พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ในชุดเครื่องแบบตรวจการตลาดและการกวาดล้างสินค้าเถื่อน ที่พากันกรูเข้ามาปิดล้อมทางออกของตลาดมืดแห่งนี้เอาไว้ทุกด้าน
"หยุดอยู่ตรงนั้น! ห้ามใครขยับ! ได้ข่าวว่ามีคนลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายหลีกเลี่ยงภาษีในเขตนี้ ค้นตัวให้หมด!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความดุดันดังขึ้น พร้อมกับร่างของ "หลินเจี้ยนกั๋ว" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของเธอ ที่โผล่พ้นออกมาจากด้านหลังเจ้าหน้าที่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาส่อเค้าอาฆาตมาดร้ายเต็มพิกัด
"พี่สาว... ทำมาค้าขึ้นใหญ่โตถึงเพียงนี้ เกรงว่าเงินในกระเป๋าของท่านคงต้องถูกยึดเข้าทางการเสียแล้วกระมัง?"
ว่านหลินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีดที่อาบด้วยยาพิษ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกอบโกยความมั่งคั่งและตบหน้าตัวร้ายด้วยกันนะครับ
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 8
สินค้าล็อตแรกเกลี้ยงแผงในพริบตา
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!