เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 14

จดหมายด่วนจากค่ายทหาร

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นจนถ้วยชามเซรามิกบนชั้นสั่นสะเทือน หลินว่านหลินไม่ได้สะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ปลายนิ้วเรียวงามคีบเมล็ดทานตะวันคั่วเกลือขึ้นมาแกะเปลือกอย่างใจเย็น สายตากวาดมองไปที่ร่างของหลินเจี้ยนกั๋วที่กำลังยืนหายใจฮึดฮัดหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กลางลานบ้าน "หลินว่านหลิน! แกมันนังตัวดี กล้าดียังไงถึงไปประกาศกร้าวกลางสหกรณ์ว่าตระกูลหลินเราเอาเปรียบแก รู้ไหมว่าตอนนี้ชาวบ้านเขานินทากันให้แซดว่าบ้านเราเป็นพวกสูบเลือดสูบเนื้อ!" หลินเจี้ยนกั๋วคำรามลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย ว่านหลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ใสราวกริ๊งๆ นั้นกลับสร้างความระคายหูให้แก่ผู้เป็นญาติจอมปลอมเสียเหลือเกิน เธอยื่นมือไปปัดเศษเปลือกเมล็ดทานตะวันบนตักออกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ แววตาคมกริบดั่งนักลงทุนที่กำลังประเมินมูลค่าหุ้นขยะไม่มีผิดเพี้ยน "อ้าว พี่เจี้ยนกั๋วพูดจาให้มันดีๆ หน่อยสิครับ... เอ้ย สติสตảngไปหมดแล้วมั้งคะ เอ๊ย! ผมหมายถึง... พี่พูดแบบนี้ไม่อายปากบ้างเลยหรือครับ?" ว่านหลินแกล้งเปลี่ยนสรรพนามเล่นสนุก เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า "ที่ชาวบ้านเขาพูดน่ะ มันคือความจริงไม่ใช่หรือครับ ตลอดสองปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งผลผลิตจากหยาดเหงื่อแรงงานของผมและจวินถิง ถูกพวกท่านกวาดต้อนไปไว้ที่บ้านใหญ่จนหมดเกลี้ยง แม้แต่แป้งสาลีเนื้อดีสักจานยังไม่เคยตกถึงท้องผมเลยด้วยซ้ำ แบบนี้ไม่เรียกว่าสูบเลือดสูบเนื้อ แล้วจะให้เรียกว่าทำบุญสุนทานหรืออย่างไร?" "แก... นังสารเลว ปีกกล้าขาแข็งนักนะ!" หลินเจี้ยนกั๋วกัดฟันกรอด เงื้อมมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาดให้หายแค้น ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวเข้มของทหารผ่านศึกที่ก้าวเข้ามาด้วยรัศมีเย็นเยียบ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนอุณหภูมิลดฮวบทันที "คนที่บังอาจยกมือขึ้นจะทำร้ายภรรยาของผมเมื่อครู่... ดูท่าทางแล้ว พรุ่งนี้คงไม่ต้องไปทำนาที่ไหนอีกนานเลยสินะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไปด้วยจิตสังหารของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน หลินเจี้ยนกั๋วที่กำลังจะเหวี่ยงมือลงมาถึงกับแข็งค้าง ชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อหันไปเห็นใบหน้าคมคายดุดันของ ลู่จวินถิง ที่ยืนจ้องเขม็งราวกับพญาอินทรีย์จ้องเหยื่อ "จ... จวินถิง! แก... แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่!" หลินเจี้ยนกั๋วหน้าถอดสี ละล่ำละลักถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดธรณีประตู ลู่จวินถิงไม่ชายตาแลญาติผู้พี่แม้แต่น้อย ร่างสูงก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาภรรยาตัวน้อยที่นั่งยิ้มแฉ่งรออยู่ ดวงตาคมกริมที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนละมุนละไมอย่างเห็นได้ชัด เขารีบก้มลงตรวจสอบสำรวจเนื้อตัวว่านหลินอย่างร้อนรน "ว่านหลิน เจ็บตรงไหนไหมครับ คนพวกนี้มารังแกอะไรเธออีกหรือเปล่า" ว่านหลินส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความดีใจ เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่าสามีหนุ่มร่างยักษ์คนนี้จะเดินทางกลับมาถึงบ้านเร็วกว่ากำหนดในจดหมายถึงสามวัน! "ฉันไม่เป็นไรเลยค่ะ... เอ๊ย ผมไม่เป็นไรเลยครับพี่จวินถิง" ว่านหลินเกือบหลุดปากพูดจาแบบเดิมอีกแล้ว เธอรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นชายหนุ่มผู้แข็งกร้าวตามบทบาทที่ตนเองสวมไว้ในสายตาชาวบ้าน แม้ในใจจะแอบอมยิ้มกับความคลั่งรักของสามีที่เอื้อมมือมาโอบไหล่เธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะหายไป หลินเจี้ยนกั๋วเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงพยายามเค้นเสียงพูดกลบเกลื่อนความกลัว "ลู่จวินถิง! เมียนายมันปากคอเราะร้าย เที่ยวไปเที่ยวประจานตระกูลเราเสียหาย นายกลับมาก็อบรมสั่งสอนเ..." "ไสหัวไปซะก่อนที่ผมจะหมดความอดทน" ลู่จวินถิงตวัดสายตาดุดันกลับไปมองเพียงนิดเดียว แตรรัศมีกดดันนั้นทำให้หลินเจี้ยนกั๋วถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่กล้าพูดต่อแม้แต่ครึ่งคำ ก่อนจะรีบวิ่งหางจุกตูดออกไปจากรั้วบ้านทันที เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา ลู่จวินถิงก็ถอนหายใจยาว วางกระเป๋าเดินทางใบคู่ใจลง แล้วหันมามองหน้าภรรยาตัวแสบที่ส่งยิ้มหวานเชื่อมมาให้ "ไหนบอกว่าจดหมายบอกว่าจะกลับมะพร้าว... เอ๊ย มะรืนนี้ไงครับ ทำไมถึงโผล่มาเร็วกว่ากำหนดล่ะครับสามี" ว่านหลินแกล้งหยอกเย้า แววตารjองระยับ ลู่จวินถิงยกมือขึ้นเคาะหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว "ก็ผมคิดถึงเมียน่ะสิครับ กลัวว่าอยู่ทางนี้คนเดียวจะโดนพวกนั้นรังแกอีก... ว่าแต่ ดูท่าทางเธอจัดการได้ดีจนผมแทบไม่ต้องออกโรงเลยนี่ครับ ยัยตัวแสบของผมเก่งขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย" ว่านหลินเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "ระดับผมเสียอย่าง ใครจะมายอมให้รังแกฝ่ายเดียวเล่าครับ! อีกอย่าง... ช่วงที่คุณไม่อยู่ ผมซ่อนความลับระดับมหาสล็อต... เอ๊ย มหาสมบัติไว้ในฟาร์มเพียบเลยนะ รอให้คุณกลับมาช่วยผมขยายกิจการอยู่พอดี" ลู่จวินถิงแย้มยิ้มอบอุ่น ดวงตาสื่อความรักความหลงใหลจนแทบจะละลาย เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาขึ้นมาลูบเบาๆ "ไม่ว่าเธออยากทำอะไร ผมพร้อมสนับสนุนและเปย์ให้เธอทุกอย่างอยู่แล้วครับ... ว่าแต่ เดินทางมาเหนื่อยๆ แบบนี้ มีอะไรอร่อยๆ ต้อนรับสามีคนนี้บ้างหรือเปล่าครับเนี่ย" ว่านหลินได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็นประกายวิบวับ เธอลุกพรวดขึ้นทันที "รอแป๊บเดียวนะครับ! วันนี้ผมใช้ผักจากมิติพิเศษมาตุ๋นซี่โครงหมูเห็ดหอมใส่โสมป่า กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วสามบ้านแปดบ้านแล้ว รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมไม่ลงแน่!" ว่าแล้วหญิงสาวก็วิ่งดุ๊กๆ เข้าครัวไป จัดแจงตักซี่โครงหมูตุ๋นร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างดี กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปากโชยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัว ทว่า ในจังหวะที่ว่านหลินกำลังจะยกถาดอาหารออกมาเสิร์ฟที่โต๊ะไม้หน้าบ้านนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบุรุษไปรษณีย์ประจำหมู่บ้านที่หอบห่อพัสดุขนาดใหญ่ด้วยอาการหอบเหนื่อยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "คุณลู่จวินถิง! คุณลู่จวินถิงครับ! มีพัสดุด่วนพิเศษ... ส่งตรงมาจาก... จากศูนย์บัญชาการทหารสูงสุด... ตราประทับลับสุดยอดครับ!" ลู่จวินถิงขมวดคิ้วมุ่นทันที เขารับซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะประทับตราครั่งสีแดงสดมาจากมือบุรุษไปรษณีย์ ดวงตาคมกริบกวาดอ่านข้อความบรรทัดแรกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นความเคร่งเครียดจริงจังที่ทำให้ว่านหลินใจกระตุกวาบ "มีอะไรหรือครับพี่จวินถิง..." ว่านหลินเอ่ยถาม เสียงซี่โครงหมูตุ๋นในมือแทบจะหล่นร่วง ลู่จวินถิงเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่คาดเดาไม่ได้ "ว่านหลิน... คำสั่งเรียกตัวด่วนที่สุดส่งมาถึงผมแล้วครับ... และดูเหมือนว่า... วันหยุดพักผ่อนของผมจะถูกยกเลิกตั้งแต่คืนนี้" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเซียนหุ้นย้อนเวลามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%