เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 13

ตบหน้าญาติหน้าเงินด้วยกระบวยไม้

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
ปึง! เสียงทุบประตูไม้สนเก่าครึ่งผุครึ่งพังดังสะเทือนไปจนถึงคานหลังคาบ้าน แรงสั่นสะเทือนนั้นมากพอที่จะทำให้ฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามหยากไย่มุมห้องร่วงลงมาคล้ายหิมะโปรยปราย ทว่าหลินว่านหลินหาได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอกำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดมีดเหล็กกล้าขึ้นสนิมเล่มหนึ่งอย่างใจเย็น แววตาคมกริบดุจเซียนหุ้นผู้กำลังประเมินมูลค่าบริษัทใกล้ล้มละลาย ทอดมองไปยังบานประตูกั้นที่กำลังจะพังมิพังแหล่ด้วยรอยเหยียดหยามจางๆ "เปิดประตูสวะนี่เดี๋ยวนี้! หลินว่านหลิน! แกคิดว่าจะหนีพ้นความลับเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของแกพ้นงั้นเรอะ!" เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกของหลินเจี้ยนกั๋วดังแผดทะลุกรอบประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่ง ด้านนอกนั้น นอกจากไอ้ญาติหน้าเงินคนนี้แล้ว ยังมีเสียงสมุนบริวารและเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นเริ่มมารุมล้อมรอบรั้วบ้านตระกูลลู่กันอย่างเนืองแน่น สำหรับคนในยุค 70 ที่ความบันเทิงมีเพียงน้อยนิด การได้ดูเรื่องชาวบ้านคือมหรสพชั้นดี แต่พวกเขากล้าผิดเวลาและผิดสถานที่เกินไป... นี่คือช่วงเวลาที่หลินว่านหลินกำลังเตรียมวัตถุดิบทำอาหารมื้อเที่ยงเพื่อปรนเปรอสามีหนุ่มผู้เหน็ดเหนื่อยจากการฝึกซ้อมทางทหาร "หนีงั้นเหรอ?" ว่านหลินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง "คนอย่างหลินว่านหลินไม่เคยหนีใคร มีแต่จะไล่ตะเพิดให้กลับไปแทบไม่ทันต่างหาก" เธอวางมีดลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *กริ๊ง* ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้บานประตู มือเรียวบางเอื้อมไปปลดสลักไม้ที่ใช้ขัดไว้อย่างไม่รีเวลาร้อนใจ *แอ๊ด—* ทันทีที่ประตูถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงเหวี่ยงนั้นเกือบทำให้หลินเจี้ยนกั๋วที่กำลังเงื้อมือจะทุบซ้ำเสียหลักคะมำหน้าคว่ำลงไปกองกับพื้นดินโคลน ดีที่เขายังมีสติควстаวงกบประตูไว้ได้ทัน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโลภและริ้วรอยแห่งความอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้ฉันรอ..." "หยุดเห่าได้แล้ว หลินเจี้ยนกั๋ว" ว่านหลินแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง เธอไม่ได้ตะโกน ทว่ากิริยาท่าทางและแววตานิ่งสนิทคู่นั้นกลับทำให้หลินเจี้ยนกั๋วชะงักกึก กลืนคำพูดที่เหลือลงคอแทบไม่ทัน รอบบริเวณบ้าน บรรดาชาวบ้านที่มามุงดูต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นเบาๆ พวกเขาคาดว่าสะไภ้คนใหม่ผู้บอบบางคนนี้คงจะร้องไห้ขี้มูกโป่งหวาดกลัวอำนาจของตระกูลหลั่งน้ำตา แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายธรรมดาที่ยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างองอาจ ราวกับพญาหงส์กำลังมองดูฝูงสุนัขข้างถนน "แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจากับฉันแบบนี้! ฉันเป็นถึงญาติผู้พี่ของแกนะ!" หลินเจี้ยนกั๋วหน้าดำหน้าแดงด้วยความอับอายเมื่อเห็นสายตาตำหนิจากชาวบ้านรอบข้าง เขาจึงรีบงัดไม่ตายขึ้นมาขู่ "เรื่องชาติกำเนิดของแก... ถ้าแกไม่อยากให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแกเป็นแค่เด็กเก็บมาเลี้ยงที่ไร้หัวนอนปลายเท้า ปล่อยให้ตระกูลหลินชุบเลี้ยงมาจนโต แกต้องเอาเงินออมทั้งหมดและตั๋วอาหารในมือแกออกมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!" นี่คือแผนการรีดไถแบบเดิมๆ ที่พวกมันใช้สูบเลือดสูบเนื้อเจ้าของร่างเดิมมาโดยตลอด หากเป็นหลินว่านหลินคนเก่าคงหวาดกลัวจนตัวสั่นและยอมมอบทุกอย่างให้เพื่อแลกกับการปิดปาก แต่... น่าเสียดายที่วิญญาณข้างในนี้คือนักลงทุนระดับพันล้านผู้เชี่ยวชาญการอ่านเกมขาด ว่านหลินหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เธอป้องปากเบาๆ คล้ายได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี รอยยิ้มพราวเสน่ห์แต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เด็กเก็บมาเลี้ยงงั้นเหรอ? ว้าว... ช่างเป็นข้อมูลที่ลึกซึ้งเสียจริงนะ" ว่านหลินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหลินเจี้ยนกั๋วทีละก้าว บีบให้ชายร่างท้วมต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "แล้วยังไงต่อล่ะ? ตระกูลหลินผู้สูงส่งของพวกแก เลี้ยงดูฉันด้วยข้าวสารกี่ถัง น้ำแกงกี่ชาม จนต้องแบกหน้ามาขอส่วนบุญถึงบ้านสามีฉันในยามวิกาลแบบนี้?" "แก! นังเนรคุณ! แกกล้าทวงบุญคุณกับผู้มีพระคุณรึ!" หลินเจี้ยนกั๋วชี้หน้าตะคอกเสียงสั่น "ผู้มีพระคุณ?" ว่านหลินทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอหันไปกวาดสายตามองฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทุกคนได้ยินชัดเจน "ทุกท่านโปรดเป็นพยานให้ฉันด้วยนะ! ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ฉันจำความได้ ตระกูลหลินใช้งานฉันราวกับวัวควาย ซักผ้าห่ม ทำนา หาฟืน จนมือฉันด้านชาไม่ต่างจากกระดาษทราย ข้าวสารกรอกหม้อแต่ละมื้อฉันได้กินเพียงเศษข้าวต้มก้นหม้อที่เจือจางจนมองเห็นเงาหน้าตัวเอง ส่วนเงินหยวนที่ฉันหามาได้จากการรับจ้างเย็บผ้าตอนกลางคืน... หึ! ถูกพวกมันยึดไปเล่นการพนันและซื้อเหล้ากินจนหมดเกลี้ยง!" คำพูดของเธอพรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร (ซึ่งเธอแอบเติมอินเนอร์การแสดงระดับอוסکارเข้าไปด้วย) ภาพของรอยฟกช้ำดำเขียวตามแขนขาของเจ้าของร่างเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ถูกเปิดเผยให้เห็นชัดเจนภายใต้แขนเสื้อที่พับขึ้น ตั้งใจแสดงให้ชาวบ้านเห็นตำตา บรรดาชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันเสียงดังขึ้น สีหน้าของแต่ละคนเปลี่ยนเป็นมองหลินเจี้ยนกั๋วด้วยสายตารังเกียจทันที "ตายจริง... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันเคยเห็นนังหนูว่านหลินหอบฟืนจนหลังแอ่นตั้งแต่ยังตัวกระเปี๊ยก" "ตระกูลหลินนี่มันหน้าเลือดจริงๆ สูบเลือดสะใภ้จนแห้งเหือดแล้วยังตามมาตอแยไม่เลิก" "หน้าไม่อายจริงๆ ลูกผู้ชายอกสามศอกมาขู่รีดไถผู้หญิงตัวคนเดียว" เสียงนินทาดังระงมเข้ามา หลินเจี้ยนกั๋วหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาไม่คิดว่านังเด็กโง่คนนี้จะกลerพูดสวนกลับแถมยังพลิกเกมด่าทอเขากลับต่อหน้าธารกำนัลได้อย่างฉาดฉานขนาดนี้ "แก... นังสารเลว! แกพูดจาเหลวไหล!" หลินเจี้ยนกั๋วบันดาลโทสะ หน้ามืดตามัวด้วยความอับอาย เงื้อมือหนาขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าสวยหวานของว่านหลินให้หายแค้น *ผวะ!* เสียงกระทบหนักหน่วงดังขึ้นท่ามกลางความตกใจของทุกคน แต่... ไม่มีเสียงร้องระงมของความเจ็บปวดจากหลินว่านหลิน ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของหลินเจี้ยนกั๋วกำลังจะเหวี่ยงมาถึง ว่านหลินไม่ได้หลบ เธอรวดเร็วกว่านั้น มือข้างหนึ่งคว้าจับ "กระบวยไม้เนื้อแข็ง" ที่ใช้สำหรับตักน้ำซุปในครัวซึ่งเธอถือติดมือมาตั้งแต่แรก เหวี่ยงกระแทกสวนเข้าใส่ข้อมือของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี! "โอ๊ยยย!" เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังลั่น หลินเจี้ยนกั๋วกุมข้อมือตัวเองที่บวมเป่งขึ้นมาทันทีด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกโพลงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ว่านหลินไม่ปล่อยให้เขาตั้งตัว เธอยกกระบวยไม้ในมือขึ้นชี้หน้าเขา น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อนเอ่ยออกมาทีละคำชัดเจน "จำใส่สมองอันน้อยนิดของแกเอาไว้ หลินเจี้ยนกั๋ว... ตอนนี้ฉันแต่งงานมีสามีเป็นทหารแล้ว ฉันไม่ใช่คนในตระกูลหลินที่พวกแกจะมาโขกสับได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป หากพวกแกยังกล้ามาเหยียบที่นี่เพื่อหาเรื่องรีดไถแม้แต่ครั้งเดียว... ครั้งหน้า สิ่งที่ฉันจะใช้ฟาดหัวพวกแกจะไม่ใช่แค่กระบวยไม้พายอันนี้แน่!" เธอกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มสมุนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดผวา รัศมีความดุดันและเด็ดขาดที่แผ่ออกมาจากตัวของหลินว่านหลินในตอนนี้ ทำให้ไม่มีใครกล้าสบตาเธอแม้แต่คนเดียว "ไสหัวไป! ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจแจ้งเจ้าหน้าที่คอมมิวนิลิตี้ให้มาจับพวกแกฐานบุกรุกและกรรโชกทรัพย์!" สิ้นเสียงประกาศกร้าว หลินเจี้ยนกั๋วที่ทั้งเจ็บข้อมือและอับจนหนทางทำได้เพียงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง เขาชี้หน้าคาดโทษอากาศเบาๆ ก่อนจะตะโกนสั่งลูกสมุน "จำไว้... นังตัวแสบ แกได้เห็นดีกันแน่!" แล้วพากันวิ่งหางจุกตูดหนีหายไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วท่าเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของชาวบ้าน บรรยากาศรอบบ้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ว่านหลินถอนหายใจยาวเหยียด เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้ชาวบ้านที่ยังคงยืนมุงดูอยู่รอบรั้ว "ไม่มีอะไรแล้วครับทุกท่าน เชิญแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยเถอะครับ ขอบคุณที่เป็นพยานให้" ชาวบ้านต่างพากันพยักหน้ารับและแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของสะใภ้ตระกูลลู่คนนี้ หลินว่านหลินหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าบ้านเพื่อไปจัดการมื้อเที่ยงต่อ ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นและเนื้อย่างรมควันก็ลอยเตะจมูกโชยมาจากในห้องครัว... เธอย่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ... ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้เริ่มจุดไฟทำอาหารเลยสักนิด แล้วกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ทำให้ท้องร้องโครกครานี้มาจากไหนกัน? ว่านหลินก้าวเท้าเดินสาวเข้าไปในห้องครัวด้วยความระแวดระวัง ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง บนโต๊ะไม้เก่าๆ มีหม้อดินเผาใบใหญ่ส่งไอความร้อนพวยพุ่งออกมา พร้อมกับจานเนื้อตุ๋นสีแดงฉ่ำน้ำราดรสเลิศที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต และข้างๆ นั้น... ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นเคยกำลังยืนหันหลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมตะเกียบ ลู่จวินถิงหันกลับมามองเธอ รอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมระบายอยู่บนใบหน้าคมคาย นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววคลั่งรักและประกายความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด "ภรรยา... เหนื่อยหน่อยนะ" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับยกฝาหม้อไม้ขึ้น เผยให้เห็นเมนูเด็ดลับเฉพาะที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบ้านและทะลุออกไปนอกรั้ว จนใครได้กลิ่นก็ต้องน้ำลายสอ แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของว่านหลินสะดุด ไม่ใช่แค่ความหอมของอาหารตรงหน้า สายตาคมกริบของลู่จวินถิงก้มลงมองรอยเปื้อนโคลนเล็กๆ ที่ชายกระโปรงของเธอ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงชั่วขณะ "คนที่บังA... กล้ามายุ่งกับภรรยาของผมเมื่อครู่... ดูท่าทางแล้ว พรุ่งนี้คงไม่ต้องไปทำนาที่ไหนอีกนานเลยสินะครับ" (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%