เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังปังจนถ้วยชาเซรามิกบนตู้สั่นสะเทือน หลินว่านหลินไม่ได้สะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ช้อนเงินคนน้ำตาลในถ้วยกาแฟคั่วบดเองอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียมจากมิติฟาร์มลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ไม่ได้ซักมาหลายวันของแขกผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน
"หลินว่านหลิน! เจ้าเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ ถึงกล้าปล่อยให้พวกฉันยืนรอที่หน้าประตูกลางแดดเปรี้ยงตั้งครึ่งค่อนวัน!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ "แม่สามีจอมปลอม" หรือก็คือป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองจอมปลอมในอดีตดังแผดขึ้น นางถลกแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนเหี่ยวย่น ด้านข้างมีสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลินยืนเท้าสะเอทำหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยา สายตาของทั้งคู่กวาดมองไปทั่วห้องโถงของบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งต่อเติม เครื่องเรือนไม้เนื้อดี ผ้าม่านเนื้อหนาสวยงาม และกลิ่นหอมของอาหารละมุนที่ลอยมาจากห้องครัว ทำให้ดวงตาของสองแม่ลูกเป็นประกายวาววับราวกับหมาป่าเห็นเหยื่ออันโอชะ
ว่านหลินวางช้อนลงกระทบจานเสียงใส เธอยกยอบมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษไปให้ "ยืนตากแดดเหรอครับ? ฉันจำได้ว่าป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้านมีร่มไม้ใหญ่ หรือถ้ากลัวแดดนัก ทำไมไม่นั่งแท็กซี่กลับบ้านกำแพงดินของพวกท่านไปเสียล่ะครับ มาเดินดุ่มๆ เข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับเชิญ แล้วยังกล้าโวยวายเสียงดัง น่าอายแทนคนแก่จริงๆ นะครับ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด "แกแต่งงานเข้าตระกูลลู่มา ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กล้าปีนเกลียวผู้ใหญ่แบบนี้! สามีแกเป็นแค่นายทหารชั้นผู้น้อย ทำงานเสี่ยงตายในค่าย แกเอาเงินที่ไหนมาสร้างบ้านหลังใหญ่โต แถมยังซื้อเนื้อหมูกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอยแบบนี้! บอกมานะว่าแอบซ่อนเงินทองของตระกูลไว้ที่ไหน!"
สะใภ้ใหญ่รีบเสริมทัพทันที นางเดินเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร ทำท่าทางกระเง้ากระงอด "นั่นสิose! ว่านหลิน เธอจะกินอยู่สุขสบายคนเดียวไม่ได้นะ แม่กับฉันลำบากตรากตรำทำนาแทบตายที่หมู่บ้านเดิม ลูกๆ ก็กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องการเงินทุนมหาศาล ในฐานะสะใภ้และแม่สามี เธอควรสำนึกบุญคุณตระกูลที่เลี้ยงดูข้าวแดงแกงร้อนมาตั้งแต่เด็ก ส่งเงินและเสบียงครึ่งหนึ่งมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้!"
นี่คือกลยุทธ์ "เกาะสูบเลือดเนื้อ" แบบคลาสสิกที่ตระกูลสายรองใช้หากินมาหลายชั่วอายุคน ในอดีต หลินว่านหลินผู้ซื่อบื้อและอ่อนแอต้องยอมก้มหัว ส่งเงินเดือนทหารทุกลู่หยวนของลู่จวินถิงให้พวกมันเอาไปผลาญเล่นจนบ้านแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ แต่นี่คือยุค 70 ยุคที่เซียนหุ้นมือหนึ่งอย่างเธอถือครองทั้งความรู้ระดับโลกและมิติฟาร์มมหัศจรรย์ ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางสูบเลือดจากเธอได้แม้แต่หยดเดียว!
ว่านหลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทำให้สองแม่ลูกชะงัก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีทิ้งตัวลงอย่างสง่างาม เธอก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ผ่านการเจรจาธุรกิจระดับร้อยล้านหยวนถูกปลดปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว
"บุญคุณเหรอครับ? เลี้ยงดูข้าวแดงแกงร้อนตั้งแต่เด็กงั้นเหรอ?" ว่านหลินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกน "ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนอายุแปดขวบ ฉันถูกพวกท่านใช้งานในนาตั้งแต่ตีสี่จนหน้ามืดเป็นลม ข้าวที่ให้กินคือข้าวต้มเจือจางที่มีแต่น้ำ เสื้อผ้าก็ใส่แต่ชุดเก่าๆ ปะชุนจนแทบไม่เหลือสภาพมนุษย์ ส่วนเงินชดเชยที่พ่อแม่แท้ๆ ของฉันทิ้งไว้ก่อนจากไป พวกท่านก็ฮุบเอาไปสร้างบ้านให้ลูกชายคนโปรดไม่ใช่หรือครับ?"
"แก... แกพูดเหลวไหลอะไร!" แม่สามีหน้าถอดสี หลบสายตา วาจาเริ่มติดขัด
"เหลวไหลงั้นเหรอครับ?" ว่านหลินแค่นยิ้ม "ฉันยังมีสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่พ่อฉันจดไว้ก่อนตายเก็บไว้นะครับ รวมถึงพยานปากเอกอย่างผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเดิม ถ้าฉันเอาหลักฐานพวกนี้ไปยื่นให้ทางการในข้อหายักยอกทรัพย์และทารุณกรรมเด็กกำพร้า คิดว่าบั้นปลายชีวิตของพวกท่านจะสุขสบายในคุก หรือจะนอนหนาวตายข้างถนนกันแน่ครับ?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที สะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด นางไม่คิดว่าเด็กสาวที่เคยหัวอ่อนคนนี้จะกลerพูดจาฉะฉานและมีชั้นเชิงถึงเพียงนี้
ทว่าความโลภบังตา มนุษย์บางประเภทต่อให้เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตา แม่สามีขบกรามแน่น เปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้ไม้อ่อน บีบน้ำตาปลอมๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วร้องห่มร้องไห้โวยวายเสียงดังโหยหวน
"ฟ้าดินเอ๋ย! ดูเอาเถอะ! ลูกสะใภ้เนรคุณคนนี้มันกล้าขู่แม้กระทั่งแม่สามีผู้ให้กำเนิด! สามีแกไม่อยู่ก็คิดจะทำตัวเป็นใหญ่รังแกคนแก่ คนบ้านนอกอย่างพวกเราตายไปก็ไม่มีใครใยดี ฮือๆๆ... ใครก็ได้มาดูความอกตัญญูนี้ที!"
เสียงโวยวายเริ่มดึงดูดสายตาของเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาหน้าบ้าน ลู่จวินถิงที่เพิ่งกลับจากการตรวจลาดตระเวนและซื้อของเข้าบ้านเดินเลี้ยวเข้ามาพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่รีดเรียบกริบ รัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนต้องหลบทาง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังสองแม่ลูกที่กำลังนั่งร้องไห้โขยกเขยกอยู่บนพื้นห้องโถง
หัวใจของสะใภ้ใหญ่เต้นระรัว นางรีบคลานเข้าไปหาลู่จวินถิง หมายจะเกาะขาอ้อนวอน "ผู้กองลู่! คุณกลับมาก็ดีแล้ว! ภรรยาของคุณเธอรังแกแม่สามีคนนี้อย่างไร้ความปรานี! พวกเราแค่มารเยี่ยมเยียนด้วยความห่วงใย นางกลับไล่ตะเพิดแถมยังขู่จะส่งพวกเราเข้าคุก! คุณต้องจัดการนางนะ!"
ลู่จวินถิงก้มมองหญิงแก่ที่กำลังบีบน้ำตาอยู่เบื้องล่าง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เขาไม่แม้แต่จะชายตามองมือที่ยื่นมาแตะรองเท้าคอมแบทของตนเอง
ชายหนุ่มก้าวข้ามผ่านร่างนั้นไปอย่างไม่แยแส ตรงดิ่งเข้าไปโอบเอวบางของหลินว่านหลินเข้ามาแนบชิด ไออุ่นจากร่างกายของสามีแผ่ซ่านเข้ามาปลอบประโลมภรรยา ท่าทีที่อ่อนโยนราวกับพลิกฝ่ามือทำให้คนนอกต้องตกตะลึง
ลู่จวินถิงก้มลงมองภรรยาด้วยแววตารักใคร่สุดซึ้ง ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองผู้บุกรุก น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนแก้วหูสั่นสะเทือนดังขึ้น
"ภรรยาผมเหนื่อยกับการทำมาหากินมาทั้งวันแล้ว ไม่มีเวลามาต้อนรับคนหน้าหนาที่มาขอทานเงินทองหรอครับ"
ลู่จวินถิงหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้สองแม่ลูกหน้าชาดั่งถูกตบด้วยรองเท้าคอมแบท
"ส่วนเรื่องเงินเดือนและเสบียงของผม... อยู่ในบัญชีของว่านหลินทั้งหมด ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่แดงเดียว ถ้ายังไม่อยากให้ผมใช้กฎหมายทหารจัดการข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในเขตที่พักทหาร... ไสหัวออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้!"
คำพูดประกาศิตของนายทหารหนุ่มทำเอาสองแม่ลูกหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ลนลานพยุงกันลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปแทบไม่ทัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจของหลินว่านหลิน
เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลู่จวินถิงก็หันมามองภรรยาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ข้างแก้มของเธออย่างทะนุถนอม "เมียรัก... ไล่คนพวกนั้นไปเหนื่อยขนาดนี้ มื้อเย็นนี้คุณเตรียมอะไรไว้รางวัลให้สามีคนนี้บ้างล่ะครับ?"
ว่านหลินยิ้มพราย ดวงตาเป็นประกายซุกซน นางเอื้อมมือไปคล้องคอสามี กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงยั่วยวน "วันนี้ฉันทำเมนูพิเศษจากมิติฟาร์ม... 'ไก่ตุ๋นโสมพันปีเห็ดหอมป่า' น้ำซุปเคี่ยวจนเข้มข้น หอมกรุ่นไปทั่วทั้งสามตำบล รับรองว่าซดคำเดียวแล้วคุณจะลืมทางกลับค่ายทหารเลยล่ะค่ะ... เอ๊ย... นะครับ!"
คำว่า "ค่ะ" ที่เผลอหลุดปากเกือบทำให้ลู่จวินถิงหัวเราะพรืด ทว่าก่อนที่บทสนทนาหวานชื่นจะดำเนินต่อไป เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของชายชราแปลกหน้าที่ทำเอาเลือดในกายของหลินว่านหลินเย็นเฉียบลงในพริบตา—
"เปิดประตู! หลินว่านหลิน! แกคิดว่าจะหนีพ้นความลับเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของแกพ้นงั้นเรอะ!"
[โปรดติดตามตอนต่อไป ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ]
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 12
ญาติจอมปลอมโผล่มาทวงบุญคุณ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!