"หยุดอยู่ตรงนั้น... อย่าขยับ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยกระแสจิตสังหารของหลินว่านหลินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความหวานชื่นของสามีภรรยา ลู่จวินถิงที่กำลังโน้มใบหน้าลงมาหมายจะลิ้มลองความหอมหวานจากริมฝีปากของภรรยา ชะงักกึกทันทีด้วยสัญชาตญาณดิบของนายทหารผู้ผ่านสนามรบ แววตาที่เมื่อครู่พราวระยับด้วยความคลั่งรัก แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดในเสี้ยววินาที
มือหนาคว้าข้อมือเรียวบางของภรรยาไว้โดยอัตโนมัติ ร่างกายกำยำขยับบังร่างอรชรของว่านหลินไว้เบื้องหลังอย่างปกป้อง สายตาคมกราบกวาดมองไปที่บานหน้าต่างห้องครัวซึ่งถูกความมืดสลัวของยามโพล้เพล้กลืนกิน
กลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนลอยเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมล้ำลึกที่เกิดจากการเคี่ยวซี่โครงหมูตุ๋นโสมพันปีในมิติฟาร์มมหัศจรรย์ ซึ่งต่อให้เอาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในประเทศจีนยุค 80มารวมกัน ก็ไม่มีทางปรุงกลิ่นอเอกลักษณ์เช่นนี้ออกมาได้!
"คุณครับ... กลิ่นนี่มัน" ลู่จวินถิงขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่คืบคลานเข้ามา
"ไม่ใช่ฝีมือฉันแน่นอนค่ะ... เอ๊ย! ไม่ใช่ฝีมือฉันแน่ๆ ค่ะ—" ว่านหลินเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้คำพูดในใจอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้โป๊ะเรื่องมิติ เธอดึงสติกลับมาแล้วหรี่ตามองคราบสีน้ำตาลเข้มข้นที่หยดติ๋งลงบนขอบหน้าต่างไม้ "มีคนแอบย่องเข้ามาในบ้านเราตอนที่เราเผลอ แถมยัง... แอบขโมยน้ำซุปวิเศษจากมิติ หรือไม่ก็แอบเข้ามาตักวัตถุดิบของเราไป!"
ในยุค 80 ที่ข้าวยากหมากแพง การมีอาหารดีๆ กินถือเป็นเรื่องใหญ่คับฟ้า ยิ่งเป็นกลิ่นหอมฟุ้งที่เย้ายวนใจจนคนข้างบ้านน้ำลายสอด้วยแล้ว ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของพวกเห็นแก่ตัวในหมู่บ้านอย่างหลินเจี้ยนกั๋วและพวกสมุนเป็นแน่แท้
ว่านหลินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์แบบฉบับเซียนหุ้นผู้กุมความได้เปรียบในตลาดหุ้น การโดนลักเล็กขโมยน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การที่ "หนูสกปรก" กล้ามาบุกรุกถึงถิ่นของเธอก่อนวันจัดงานเลี้ยงฉลองความมั่งคั่งและต้อนรับยุคปฏิรูปเศรษฐกิจ 80 ที่กำลังจะมาถึง... นี่คือการหาเรื่องใส่ตัวที่โง่เง่าสิ้นดี
"จวินถิงคะ... อะแฮ่ม! จวินถิงครับ" ว่านหลินรีบปรับสรรพนามตามความเคยชินของสามี "คุณคิดว่าแมลงสาบตัวไหนกล้ามาขโมยของบ้านเราในคืนสำคัญแบบนี้"
ลู่จวินถิงเหยียดยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายดูหล่อเหลาดุดันจนน่ากลัว "แมลงสาบตัวไหนไม่สำคัญ... สำคัญที่มันเลือกเวลาตายได้ไม่เข้าท่าเลยสักนิด"
พูดจบ นายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ขยับตัวราวกับเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อ เขาย่องก้าวเข้าไปใกล้ประตูหลังบ้านอย่างเงียบเชด ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ทิ้งให้ว่านหลินยืนหยิบผ้ากันเปื้อนมาสะบัดเบาๆ พร้อมกับเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมของมิติฟาร์มขึ้นมาในห้วงความคิด มือเรียวกดเลือก "กระบองไฟฟ้าพลังงานต่ำ" ออกมาซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างแนบเนียน
*อยากลองดีกับเศรษฐีินีแห่งยุค 80 งั้นเหรอ? เดี๋ยวแม่จะจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้จำไม่ลืมเลย!*
ตึง!
เสียงถีบประตูหลังบ้านดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้บานไม้เก่าๆ เกือบหลุดออกจากวงกบ ลู่จวินถิงพุ่งตัวเข้าไปในความมืดพร้อมกับเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของใครบางคนดังขึ้น
"โอ๊ย! แม่เจ้าโว้ย! ใครวะ!"
แสงไฟฉายจากตะเกียงพกพาถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีส้มสาดส่องกระทบกับใบหน้าบวมเป่งและเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำซุปสีน้ำตาลเข้ม ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทั้งลู่จวินถิงและว่านหลินต้องเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกัน
ร่างที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้นห้องครัว ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือ "หลินเจี้ยนกั๋ว" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่เพิ่งโดนตบหน้ากลางตลาด黑市 (ตลาดมืด) ไปหมาดๆ ในมือข้างหนึ่งยังถือทัพพีไม้ตักซุป ส่วนอีกมือถือหม้อดินเผาขนาดเล็กที่แอบจิ๊กมาจากเตาไฟของบ้านลู่
สภาพของหลินเจี้ยนกั๋วน่าเวทนาเสียยิ่งกว่าขอทาน เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยน้ำซุปยาจีนราคาแพง กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้อง แต่สีหน้าของเจ้าตัวกลับบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการโดนเตะเข้าที่ซี่โครง
"ไอ้... ไอ้จวินถิง!แกกล้าทำร้ายพี่ชายเหรอ!" หลินเจี้ยนกั๋วโวยวายเสียงดังลั่นบ้านด้วยความเจ็บแค้นและหวาดกลัว ปนความอับอายที่ถูกจับคาหนังคาเขา
ลู่จวินถิงยืนค้ำหัวอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นยะเยือก ร่างกายกำยำแผ่รังสีความกดดันแบบทหารอาชีพออกมาจนหลินเจี้ยนกั๋วไม่กล้าสบตา "พี่ชายเหรอ? ฉันจำได้ว่าตระกูลลู่ตัดขาดความสัมพันธ์กับแกไปตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้วนี่ หรือว่าสมองแกเริ่มเสื่อมจนจำไม่ได้ ถึงต้องมาขโมยอาหารกินประทังชีวิตเหมือนหมาข้างถนน"
"แก! พูดจาให้มันดีๆ นะ!" หลินเจี้ยนกั๋วหน้าดำคร่ำเครียด พยายามยันกายลุกขึ้นยืนแต่ก็ต้องทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอีกรอบเพราะพิษสงของการเตะเมื่อครู่ "ฉันไม่ได้ขโมยนะ! ฉันแค่... ฉันแค่ผ่านมาแล้วได้กลิ่นหอมเกินห้ามใจ เลยแวะมาดูด้วยความหวังดี กลัวว่าพวกแกจะทำอาหารไหม้ต่างหาก!"
"หวังดีจนต้องแอบปีนหน้าต่างเข้ามาตอนพลบค่ำ และถือหม้อตักซุปตักซดหน้าตาเฉยเนี่ยนะ?" ว่านหลินเดินน่องเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าสวยหวานช่างดูเย็นเยียบและทรงพลังจนหลินเจี้ยนกั๋วรู้สึกหนีบหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง
"นัง... นังตัวดี!" หลินเจี้ยนกั๋วชี้หน้าว่านหลินด้วยความโกรธเกรี้ยว "เพราะนังคนเดียว! ถ้าแกไม่เอาข้าวสารทิพย์กับเนื้อชั้นดีไปผูกขาดขายในตลาดมืด ครอบครัวฉันจะมีสภาพอดอยากจนต้องมาแอบกินเศษอาหารแบบนี้เหรอ! แกมันใจดำอำมหิต! รวยเอาๆ แต่ปล่อยให้ญาติพี่น้องอดตาย!"
ว่านหลินหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนเข็มพันเล่มทิ่มแทง
"โอ้? พูดได้ดีนี่คะ... เอ่อ, ครับ" ว่านหลินเกือบหลุดปากอีกรอบ รีบปรับสรรพนามตามสัญชาตญาณ "จำได้ด้วยเหรอว่าฉันรวย? แล้วจำได้ไหมล่ะคะ... ว่าทรัพย์สินพวกนี้ ฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและมันสมองของฉันเอง ไม่ได้ไปปล้น ไปจี้ หรือไปแอบย่องเบาเหมือนหมาขโมยอย่างคุณ!"
เธอเดินเข้าไปใกล้หม้อดินเผาที่เปรอะเปื้อน ก้มลงมองซุปยาจีนที่เหลืออยู่ครึ่งหม้อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหลินเจี้ยนกั๋วด้วยแววตาเฉียบคมดึงดูดใจ
"คุณรู้ไหมคะ... ซุปหม้อนี้ ฉันตั้งใจจะเอาไว้จัดโต๊ะฉลอง 'ความมั่งคั่ง' และ 'การปฏิรูปเศรษฐกิจยุค 80' ที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้... งานเลี้ยงที่ฉันเชิญทั้งหัวหน้าหมู่บ้านและพ่อค้าคนกลางรายใหญ่มาเป็นสักขีพยานความสำเร็จของตระกูลเรา"
ว่านหลินเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มพราวเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหลินเจี้ยนกั๋วถึงกับหน้าซีดเผือด
"ในเมื่อคุณอุตส่าห์ลงทุน 'ชิม' ให้ก่อนแบบนี้... ฉันในฐานะเจ้าบ้านผู้ใจบุญ ก็ควรจะบริการคุณให้สมเกียรติสมาชิกตระกูลหลินเสียหน่อยดีไหมคะ... เอ๊ย! ดีไหมครับ?"
ว่านหลินหันไปส่งสายตาปิ๊งๆ ให้สามีหนุ่มผู้คลั่งรักทันที ลู่จวินถิงพยักหน้ารับรู้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เข้าขาหลุดโลก เขาก้มลงกระชากคอเสื้อของหลินเจี้ยนกั๋วขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับหิ้วลูกไก่
"เมียผมบอกให้กินต่อให้หมดหม้อ... แกคงไม่ขัดศรัทธาใช่ไหม พี่ชาย?"
หลินเจี้ยนกั๋วเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่านหลินหยิบขวดแก้วลึกลับจากกระเป๋าเสื้อ—ขวดน้ำยาสูตรพิเศษจากมิติฟาร์ม ที่ต่อให้ช้างสารกินเข้าไปก็ต้องท้องเสียวิ่งเข้าห้องน้ำสามวันสามคืนไม่หยุด!
"ม... ไม่นะ! พวกแกจะทำอะไร— อื้ออออ!"
แต่ยังไม่ทันที่หลินเจี้ยนกั๋วจะได้แหกปากร้องขอชีวิต ลู่จวินถิงก็จัดการกรอกน้ำซุปผสมยาพิษสูตรพิเศษลงคออีกฝ่ายรวดเดียวหมดหม้อ ท่ามกลางเสียงสำลักและเสียงโอดครวญโหยหวนที่ดังลั่นทะลุออกไปนอกรั้วบ้าน จนชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มสะดุ้งตื่นและเดินมามุงดูเหตุการณ์ที่หน้าบ้านของสองสามีภรรยาตระกูลลู่
ทว่า... ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุด และหลินเจี้ยนกั๋วกำลังล้มพับหมดสภาพอยู่บนพื้นนั้นเอง จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของ "ผู้ใหญ่บ้าน" ที่ดังฝ่าความมืดเข้ามา
"คุณลู่! คุณว่านหลิน! แย่แล้วครับ... มีโทรศัพท์ทางไกลด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงคุณว่านหลินโดยเฉพาะ บอกว่าเป็นเรื่องของ 'โควตานำเข้าสินค้าล็อตแรก' ที่กำลังจะถูกริบสิทธิ์ในคืนนี้!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" มาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าจะจัดความฟินและความสะใจให้แบบจัดเต็มในตอนหน้าอย่างแน่นอนครับ!
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70•ตอนที่ 26
เฉลิมฉลองความสำเร็จและก้าวสู่ยุคใหม่
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวแสบ พร้อมฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!