กระดาษแผ่นบางในมือของเฉินมู่หยางสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่มันคือคลื่นอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเงียบงัน
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดอ่านตัวอักษรหมึกดำบนแผ่นกระดาษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราประทับลับรูปพยัคฆ์คาบดาบที่มุมล่างขวานั้นชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าเป็นของปลอม มันคือคำสั่งเรียกตัวด่วนจากค่ายทหารหลวงชายแดนเหนือ... และที่สำคัญที่สุด ชื่อของ 'เฉินมู่หยาง' และ 'หลินซูเหยา' ถูกระบุให้ต้องเดินทางไปรายงานตัวภายในสามสัปดาห์
"มีเรื่องอันใดหรือครับพี่มู่หยาง?"
เสียงหวานทุ้งเอ่ยถามทำลายความเงียบ หลินซูเห่าวางตะหลิวไม้ในมือลง นางสังเกตเห็นความผิดปกติจากแผ่นหลังที่เคยผึ่งผายของสามีตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา
เฉินมู่หยางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่าง เขากำกระดาษในมือแน่นจนมุมกระดาษยับย่น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับภรรยา แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่หญิงสาวชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจ มีทั้งความกังวล ความห่วงหา และประกายความเด็ดเดี่ยวบางอย่างที่เพิ่งถูกจุดขึ้น
"ทางการ... มีคำสั่งให้พวกเราเดินทางไป1ที่ค่ายทหารชายแดนเหนือ" เฉินมู่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เจ้าและลูกแฝดต้องร่วมเดินทางไปด้วย"
ซูเหยาชะงักไปชั่วขณะ นางมิใช่หญิงสาวไร้เดียงสาที่จำนนต่อโชคชะตา สมองอันเฉียบคมของอดีตเชفมือหนึ่งประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ตระกูลเฉินฝั่งแม่สามีเพิ่งจะมาอาละวาดหาเรื่องและพยายามสูบเงินทองจากพวกเขาเมื่อวานนี้ หากคนพวกนั้นรู้เรื่องคำสั่งจากทางการนี้เข้า มีหวังต้องตามมาเกาะแกะรีดไถระหว่างการเดินทางเป็นแน่แท้
แต่ทว่า... การไปชายแดนเหนือในยามนี้ อาจเป็นโอกาสทองในการสลัดทิ้งเงาอัปยศของตระกูลเดิม และเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัวในดินแดนใหม่ โดยอาศัยมิติพิเศษและฝีมือการทำอาหารของนาง
"ไปก็ไปครับ" ซูเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "อยู่ที่นี่รังแต่จะวุ่นวายกับคนตระกูลเฉินที่จ้องแต่จะเอาเปรียบ ไปเริ่มต้นใหม่ที่ชายแดน... ข้าเชื่อว่าฝีมือการทำอาหารของข้า จะทำให้ครอบครัวเราอยู่ดีกินดีได้ไม่แพ้ที่ใด"
เฉินมู่หยางมองใบหน้าของภรรยาด้วยความรู้สึกอัดแน่นในอก
ตั้งแต่นางฟื้นไข้มา หลินซูเหยาคนเดิมที่เคยขี้ขลาดและอ่อนแอได้มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยว งดงาม และเปี่ยมด้วยความสามารถ มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวบางที่เปื้อนคราบแป้งทำอาหารไว้อย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของซูเหยาอย่างประหลาด
"ข้าสัญญา... จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเจ้ากับลูกเด็ดขาด" สามีหนุ่มเอ่ยสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดั่งผาหิน
บรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ กลับมาอบอวลด้วยความรักและความเข้าใจอีกครั้ง แม้ภายนอกลมหนาวปลายฤดูจะเริ่มพัดโชยเข้ามาปะทะฝาผนังไม้จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอาร์ด แต่ภายในห้องนี้กลับอบอุ่นเสียยิ่งกว่าเตาผิงไฟ
ตกดึก ลูกแฝดทั้งสองคนคือน้องเต่าและน้องแตงที่วันนี้อิ่มท้องจากซุปไก่ตุ๋นโสมฝีมือมารดา ต่างนอนหลับพริ้มอย่างเป็นสุข ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเด็กน้อยทั้งสองสร้างรอยยิ้มบางๆ ให้แก่คนเป็นพ่อและแม่ ซูเหยานั่งมองบุตรฝาแฝดด้วยความรู้สึกเติมเต็มอย่างแท้จริง นี่คือชีวิตที่นางปรารถนา—เรียบง่าย อบอุ่น และมีคนที่รักอยู่เคียงข้าง
เช้าวันรุ่งขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นของ "โจ๊กหมูสับเห็ดหอมทรงเครื่อง" ก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณท้ายหมู่บ้าน เมล็ดข้าวต้มจนเคี่ยวจนแตกมันเนียนนุ่ม ผสมผสานกับเนื้อหมูหมักรสกลมกล่อมและเห็ดหอมย่างไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวถูกจัดวางเรียงรายอย่างประณีตบนโต๊ะไม้ไผ่
เฉินมู่หยางจัดการหั่นฟืนและเตรียมสัมภาระสำหรับการเดินทางล่วงหน้าอย่างขยันขันแข็ง ขณะที่ซูเหยากำลังตักโจ็กร้อนๆ ใส่ชามเพื่อเตรียมป้อนลูกแฝดที่เริ่มตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส
ทว่า ความสงบสุขยามเช้ากลับต้องสะดุดลง เมื่อจู่ๆ เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่สามีที่ตะโกนแผดเสียงโวยวายเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
"ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะใภ้ตัวดี! พวกแกซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองสองคนหรือ ถึงได้กล้าปิดประตูล็อคเงียบเชียบ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เฉินมู่หยางขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที เขาวางขวานในมือลง เตรียมจะเดินไปจัดการกับปัญหาเรื้อรังนี้ แต่ซูเหยากลับยกมือขึ้นแตะแขนของสามีเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์
"พี่มู่หยาง... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะครับ วันนี้ข้าจะทำให้แม่สามีผู้ประเสริฐผู้นั้น ต้องเดินกลับบ้านไปพร้อมกับความแค้นใจที่ไม่มีวันลืม"
ซูเหยาเดินไปปลดกลอนประตูไม้ช้าๆ บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างอ้วนท้วมของแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่วินาทีที่หญิงแก่สูดกลิ่นหอมละมุนของโจ๊กหมูสับที่ลอยมาจากในครัวเข้าเต็มปอด ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความโลภโมโทสาลที่ฉายชัดออกมาทางแววตา
แต่ทว่า... สิ่งที่แม่สามีตระกูลเฉินกำลังจะเอ่ยปากทวงกินในวินาทีต่อมา กลับต้องกลืนกลับลงคอไปทันที เมื่อเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่สวมหมวกฟางปีกกว้างและพกดาบยาวที่เอว ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังบ้าน พร้อมกับขวางทางเข้าประตูไว้ทั้งหมด และหนึ่งในนั้นคือหัวหน้ามือปราบประจำอำเภอที่ถือหมายราชการประทับตราแดงฉานไว้ในมือ!
"หลินซูเหยา และ เฉินมู่หยาง... พวกเจ้าทั้งสอง จงรับราชโองการลับจากเมืองหลวง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขเรียบง่ายในครัวท้ายหมู่บ้านนี้นะครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 8
ลูกแฝดเริ่มกินอิ่มนอนหลับ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!