เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 7

ความลับในกล่องขนม

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงไม้ฟืนลั่นเปรี๊ยะในเตาดินเผาช่วยกลบเสียงถอนหายใจของหลินซูเหยาได้เป็นอย่างดี "แม่ครับ... ไส้นี้ใส่หมูสับลงไปอีกนิด จะหอมเกินไปจนลุงซานข้างบ้านเดินมาเคาะประตูอีกหรือเปล่าครับ" เสียงใสแจ๋วของเจ้าแฝดน้อยดังขึ้นพร้อมกับมือป้อมๆ ที่กำลังช่วยกันนวดแป้งอย่างตั้งอกตั้งใจ ซูเหยาปาดเหงื่อที่ข้างขมับด้วยหลังมือ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพินิจมองกล่องไม้ไผ่สานประณีตตรงหน้า ที่ตอนนี้เรียงรายไปด้วย "ซาลาเปาไส้ทะลัก" แป้งเนียนนุ่มขึ้นฟูพอดีคำ ผิวสัมผัสขาวนวลราวกับหิมะแรก และที่สำคัญคือกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศชั้นดีผสมผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อหมูกับเห็ดหอม ที่โชยทะลุไอน้ำนึ่งออกมารบกวนประสาทสัมผัสของคนทั้งหมู่บ้าน นับตั้งแต่ซูเหยาตัดสินใจหันหลังให้ความอ่อนแอในอดีตและใช้ฝีมือปลายจวักสร้างเนื้อสร้างตัว ชีวิตของสองแม่ลูกก็ไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป วันนี้คือบททดสอบสำคัญ กล่องไม้ไผ่สามสิบกล่องที่อัดแน่นไปด้วยซาลาเปาร้อนๆ ฝีมือเธอ ถูกสั่งจองล่วงหน้าจากพ่อค้าคนกลางในตลาดตำบล รวมถึงเหล่าแม่บ้านผู้มีปากเสียงในชุมชนที่เคยนินทาลับหลังเธอ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่ซูเหยาจำได้ขึ้นใจ "หลินซูเหยา! นังตัวดี! อยู่บ้านหรือเปล่า เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" แม่สามีตระกูลเฉินก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาในบ้านทันทีที่ไม้ซีกประตูถูกผลักเปิดออก หญิงสูงวัยในชุดผ้าฝ้ายเก่าคร่ำครึ กวาดสายตามองไปรอบห้องครัวด้วยความริษยา กลิ่นหอมของซาลาเปาลอยเข้าจมูกจนนางต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ซูเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำขลับจ้องมองผู้เป็นแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบ นางไม่ได้ตื่นตระหนก หรือแม้แต่จะเอ่ยปากทักทายอย่างนอบน้อมเช่นในอดีต "ลมอะไรหอบท่านแม่มาถึงเรือนท้ายหมู่บ้านที่เคยบอกว่าสกปรกโสมมแห่งนี้ล่ะครับ" ซูเหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม แม่สามีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอสายตานั้น แต่นางก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความถือดี สายตาเหลือบไปเห็นกล่องไม้ไผ่สานที่วางเรียงรายส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ "เจ้าทำอะไรตั้งมากมายกลิ่นฟุ้งไปทั่วหมุ่บ้าน! อย่าบอกนะว่าแอบซ่อนเงินทองที่ควรจะเป็นของตระกูลเฉินเอาไว้ไปซื้อวัตถุดิบพวกนี้! สามีเจ้าส่งเงินทหารกลับมาเท่าไหร่ เจ้ายักยอกไว้หมดใช่ไหม นังสะใภ้เนรคุณ!" คำกล่าวหาที่คุ้นชินพรั่งพรูออกมาพร้อมกับมือหยาบกร้านที่พยายามเอื้อมไปเปิดฝากล่องไม้ไผ่ หวังจะคว้าซาลาเปาลูกโตมากินให้หนำใจและหยิบฉวยติดมือกลับบ้าน เพียะ! ซูเหยาขยับตัวเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง นางใช้ตะหลิวไม้เคาะลงบนหลังมือของแม่สามีอย่างแม่นยำและหนักแน่นพอสมควร จนหญิงสูงวัยต้องชักมือกลับพร้อมกับร้องอุทานด้วยความตกใจ "โอ๊ย! นังสารเลว! กล้าตีมือแม่สามีเรอะ! เจ้ามันอกตัญญู!" "ท่านแม่ต่างหากที่ต้องระวังมือ" ซูเหยาแย้มยิ้มเย็นเยียบ แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น "ของในกล่องเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติของตระกูลเฉิน และไม่ได้ใช้เงินสักอีแปะเดียวจากสามีของฉัน มันคือสินค้าที่ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้า หากท่านทำเสียหายแม้แต่ลูกเดียว ท่านจะชดใช้ค่าเสียหายและค่าเสียเวลาไหวหรือครับ?" "เจ้า... เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าเรอะ!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว นางหันไปมองหน้าเด็กแฝดที่ยืนหลบอยู่หลังมารดา แล้วถ่มน้ำลายลงพื้น "เหอะ! เลี้ยงลูกก็ดี ทำอาหารก็เก่งนักรึ คิดว่าหาเงินได้เองแล้วจะปีกกล้าขาแข็งรึไง อย่าลืมนะว่าชื่อของเจ้ายังอยู่ในทะเบียนบ้านตระกูลเฉิน!" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประรั้วบ้าน เฉินมู่หยาง นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อม ก้าวเข้ามาในบริเวณบ้านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาตนเองและภรรยาอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวของเขาลดอุณหภูมิลงจนทุกคนรู้สึกได้ "ท่านแม่... มาทำอะไรที่นี่ครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบ นิ่ง แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล แม่สามีที่ปกติมักจะถือหางลูกชายคนโปรดเสมอ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสบตาเข้ากับแววตาจริงจังของบุตรชาย ซูเหยาไม่ได้เอ่ยฟ้อง นางเพียงแต่ยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมของซาลาเปาร้อนๆ ยังคงลอยอวลอยู่รอบตัวตัดกับความตรึงเครียดของสถานการณ์ เฉินมู่หยางเดินเข้าไปใกล้ภรรยา สายตาอ่อนลงชั่วขณะเมื่อก้มลงมองกล่องซาลาเปาที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหันกลับมามองมารดาด้วยแววตาเด็ดขาด "ถ้าท่านแม่ไม่มีธุระสำคัญอะไร ผมว่าท่านกลับเรือนใหญ่ไปก่อนดีกว่าครับ ช่วงนี้ซูเหยาต้องรีบจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า หากล่าช้าจะมีผลกระทบต่อการค้าขายของนาง" "เจ้า... เจ้าลูกอกตัญญู เข้าข้างเมียนักนะ!" แม่สามีชี้นิ้วสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากบ้านอย่างหัวเสีย ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เฉินมู่หยางหันมามองภรรยา สังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของนาง มือหนายื่นออกไปหมายจะช่วยจัดกล่องไม้ไผ่ แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่สอดอยู่ใต้กล่องใบสุดท้าย... มันคือจดหมายจากทางการที่ประทับตราลับ ซึ่งระบุชื่อของเขาและภรรยาโดยตรง พร้อมกับข้อความที่ทำให้ลมหายใจของนายทหารหนุ่มต้องสะดุดกักค้าง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 7 และร่วมเดินทางไปกับกลิ่นอายความอบอุ่นผสมความอร่อยนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%