เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 9

ข่าวลือที่น่ารำคาญ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"คำก็ขโมย สองคำก็ยักยอกของหลวง... ป้าเฉิน หากท่านไม่มีหลักฐานอันใด นอกเสียจากน้ำลายเหนียวหนืดที่พ่นออกมาจากความอิจฉาริษยา ระวังลิ้นแก่ๆ ของท่านจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสอาหารอันใดในหมู่บ้านนี้อีกนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นแทรกกลางลานดินหน้าบ้านพักท้ายหมู่บ้าน เฉินมู่หยางก้าวเท้าลงจากรถม้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีด กวาดมองกลุ่มชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก โดยเฉพาะป้าเฉิน—หญิงสูงวัยร่างท้วมผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างความรำคาญประจำหมู่บ้าน—ที่เวลานี้หน้าซีดเผือดลงถนัดตาเมื่อเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากค่าย หลินซูเหยายังคงยืนอยู่หน้าเตาปรุงอาหาร กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซี่โครงหมูตุ๋นพะโล้โบราณ" ที่อบอวลไปด้วยเครื่องเทศจีนแท้ๆ ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย และพริกไทยดำ ยังคงลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เธอมองดูสถานการณ์ด้วยรอยยิ้มบางเบา ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่นั้น ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน ขณะที่เธอกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารออกไปขายในตลาด ป้าเฉินผู้นี้ได้นำชาวบ้านกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาถึงหน้าบ้าน พร้อมกล่าวหาว่าวัตถุดิบชั้นดี ทั้งเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียม สมุนไพรหายาก และแป้งสาลีเนื้อเนียนที่เธอใช้ ล้วนเป็นของหลวงที่สามีของเธอยักยอกมาจากค่ายทหาร ข่าวลือเช่นนี้ หากเป็นหญิงสาวในอดีตคงลนลานร้องไห้ฟูมฟายจนเสียศูนย์ไปแล้ว แต่นี่คือหลินซูเหยา ผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาอย่างโชกโชนและมีระบบมิติพิเศษคอยหนุนหลัง "ท่านป้าเฉินพูดจาให้เกียรติสามีฉันด้วยนะคะ... เอ๊ด... พูดจาให้เกียรติสามีฉันด้วยครับ" หลินซูเหยาแก้คำพูดของตนเองทันควันด้วยรอยยิ้มเยือนเย็น เมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน เธอก้าวออกมาจากครัว พลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดมืออย่างใจเย็น "วัตถุดิบทุกชิ้น ทุกขีด ทุกตำลึงที่ข้าใช้ ล้วนได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานและการค้าขายสุจริต ท่านบอกว่าข้าขโมยของหลวงมาขาย เช่นนั้นแล้ว บัญชีซื้อขายจากพ่อค้าคนกลางในเมือง รวมถึงตราประทับรับรองจากทางการที่ข้าถืออยู่ ท่านจะอธิบายว่าอย่างไร หรือท่านมีสายตาที่วิเศษยิ่งกว่าขุนนางตรวจบัญชี ถึงได้มองทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้?" คำพูดที่ฉาดฉานและมีเหตุผลทำให้ชาวบ้านเริ่มซุบซิบคุยกัน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ตีกลับไปยังป้าเฉินทันที "นั่นสิ... ข้าเห็นหลานสาวตระกูลเฉินขยันขันแข็งเข้าป่าเก็บสมุนไพรมาตั้งแต่ไก่โห่" "อีกอย่าง อาหารที่นางทำขายมีกลิ่นหอมตลบอบอวลขนาดนี้ ใครได้ชิมก็รู้ว่าใช้วัตถุดิบสดใหม่ทั้งสิ้น ไม่เห็นจะมีร่องรอยของของหลวงตรงไหน" ป้าเฉินหน้าดำคร่ำเครียด นางเหลือบมองแม่สามีตระกูลเฉินที่ยืนหลบมุมอยู่หลังกลุ่มชาวบ้าน หวังจะให้ช่วยแก้ต่าง ทว่าแม่สามีตัวแสบกลับเบือนหน้าหนีทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพราะนางเองก็แอบหวังจะฮุบเงินกำไรจากการค้าขายของซูเหยาเช่นกัน จึงไม่อยากเอาตัวเข้าไปพัวพันให้ยุ่งยาก "ฮึ่ม! ปากคมนักนะนังสะใภ้ตัวดี!" ป้าเฉินแค่นเสียงฮึดฮัดด้วยความขัดเคือง ยามเมื่อเถียงสู้ไม่ได้ก็เริ่มใช้วิธีโบราณคือการชักแม่น้ำทั้งห้ามาโวยวาย "ถ้าไม่ได้ขโมย แล้วเอาเงินที่ไหนมาซื้อของแพงๆ แบบนี้ตั้งมากมาย! พวกเจ้าเป็นแค่ทหารชั้นผู้น้อยกับเมียชาวบ้านธรรมดา จะมีปัญญาหาเงินทองมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะทุจริตคดโกง!" เฉินมู่หยางหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างจนป้าเฉินสะดุ้งเฮือกถอยหลังไปสามก้าว เขาไม่ใช่คนชอบใช้กำลังรังแกผู้หญิง แต่หากใครกล้าล้ำเส้นครอบครัวและภรรยาของเขา มันผู้นั้นย่อมต้องชดใช้ "เงินทั้งหมดได้จากการค้าขายฝีมือของภรรยาข้าเองครับ..." เฉินมู่หยางก้าวเข้าไปประชิดตัวป้าเฉิน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันมหาศาล "และหากท่านยังไม่หยุดปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จเพื่อใส่ร้ายป้ายสีคนในครอบครัวของข้าพรุ่งนี้เช้า ทางการและศาลาว่าการอำเภอคงต้องต้อนรับท่านในฐานะผู้สร้างความวุ่นวายและหมิ่นประมาทข้าราชการทหาร... ท่านคิดว่าโทษของการสร้างความปั่นป่วนในหมู่บ้านช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มันกี่โบยกันล่ะครับ?" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบสงัดก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ป้าเฉินหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด นางอ้าปากพะงาบๆคล้ายปลาขาดน้ำ รู้ตัวทันทีว่างานนี้ตนเองพลาดท่าเสียทีให้กับความเจ้าเล่ห์และหลักฐานที่แน่นหนาของสองสามีภรรยาเข้าเสียแล้ว สุดท้ายจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อแล้ววิ่งหนีหายไปท่าเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของชาวบ้าน บรรยากาศความตึงเครียดคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว หลินซูเหยาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามี รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่ เป็นความเข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ "เหนื่อยหน่อยนะครับ" เฉินมู่หยางกล่าวเสียงนุ่ม แตกต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน มือหนายื่นไปปัดเศษฝุ่นที่ข้างแก้มของภรรยาอย่างทะนุถนอม "จัดการคนพวกนี้ทีไร เจ้าต้องเสียเวลาทำมาหากินทุกที" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ... เอ๊ย... ไม่เป็นไรหรอกครับ" ซูเหยาอมยิ้ม นางชะงักไปนิดกับสรรพนามที่เกือบหลุดปาก "ถือว่าเป็นการออกกำลังกายย่อยอาหารก่อนมื้อค่ำก็แล้วกัน ว่าแต่ท่านเถอะ กลับมาเหนื่อยๆ แบบนี้ ท้องร้องหรือยังครับ?" กลิ่นหอมของซี่โครงหมูตุ๋นพะโล้ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปสีเข้มข้นซึมลึกเข้าถึงเนื้อใน ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนให้ท้องร้องคำราม เฉินมู่หยางสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าปอดลึกๆ ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารมลายหายไปสิ้นในพริบตา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความสงบสุข เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าบ้าน พร้อมกับร่างของเด็กน้อยส่งจดหมายประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตระหนก "พี่มู่หยาง! พี่ซูเหยา!แย่แล้วครับ!" เด็กน้อยหอบหายใจจนตัวโยน "มี... มีราชสมบัติจากเมืองหลวง และกองทหารหลวงจำนวนหนึ่งกำลังควบม้าตรงมาที่หมู่บ้านของเราแล้วครับ เป้าหมายของพวกเขา... คือบ้านหลังนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%