เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 33

ปัญหาเรื่องที่ดิน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงกระแทกของถ้วยชาเคลือบหยาบลงบนโต๊ะไม้ไผ่ดังขึ้นอย่างจงใจ กลิ่นชาผู่เอ๋อร์ราคาถูกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน ผู้สวมชุดผ้าแพรสีตับหมูดูมีฐานะแต่กิริยาไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "หลินซูเหยา ข้าให้เวลาเจ้าคิดมาสามวันแล้ว สัญญาซื้อขายที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านนี้... ว่าอย่างไร?" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งของ "เศรษฐีเฉียน" ดังขึ้น ทำลายความสงบเงียบของลานบ้านตระกูลเฉินลงอย่างสิ้นเชิง หลินซูเหยายังคงก้มหน้าก้มตาใช้มีดเหล็กกล้าหั่นหัวไชเท้ารasมิติลับอย่างประณีต เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดัง *ฉับๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญผู้นี้ทันที ปล่อยให้ความกดดันจากความเงียบแผ่ซ่านออกไปช้าๆ ด้านข้างกันนั้น แม่สามีตระกูลเฉินที่แอบย่องเข้ามาทางประตูหลัง นั่งบีบมือด้วยความตื่นเต้นระคนโลภ ดวงตาฝ้าฟางมองเอกสารในมือของเศรษฐีเฉียนสลับกับร่างของสะใภ้รองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นางแอบกระซิบกระซาบกับตัวเองเบาๆ ว่าเงินห้าสิบตำลึงทองแดงนั้น หากแบ่งมาเข้ากระเป๋าตนเองสักครึ่ง ชีวิตในบั้นปลายของนางย่อมสุขสบายไร้กังวล "เศรษฐีเฉียน ท่านคงเข้าใจอะไรผิดกระมังครับ" เสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลังดังขึ้นจากบริเวณประตูรั้ว เฉินมู่หยางที่เพิ่งกลับจากการฝึกทหารในค่าย ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างและส่วนสูงที่สง่างามทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นมาทันตาเห็น นายทหารหนุ่มถอดเสื้อคลุมเปื้อนฝุ่นออก ส่งให้ภรรยาด้วยความคุ้นชิน ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพลประจำตำบลด้วยแววตานิ่งสนิทดั่งห้วงน้ำลึก "ที่ดินแปลงนั้น... ภรรยาของข้าใช้หยาดเหงื่อแรงกายพลิกฟื้นขึ้นมาจากดินแล้ง สวนสมุนไพรและแปลงผักปลอดสารพิษนั่น ไม่ใช่ที่รกร้างที่ใครจะมาฮุบไปตามอำเภอใจได้" มู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบคมดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก เศรษฐีเฉียนแค่น Ahem ออกมาเบาๆ เหล่ตามองนายทหารหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ "เฉินมู่หยาง เจ้าเป็นแค่ทหารผู้น้อย จะไปรู้อะไร โครงการขยายเส้นทางค้าขายผ่านหมู่บ้านเรากำลังจะเริ่ม ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านของพวกเจ้าอยู่ขวางทางพอดี ข้าให้ราคาห้าสิบตำลึงเงิน... นี่ถือว่าเมตตาพวกเจ้ามากแล้วนะ ถือเสียว่าเอาเงินไปตั้งตัวใหม่ ไม่เช่นนั้น... เกรงว่าวันดีคืนดี อาจจะมีโจรปล้นเสบียงหรือไฟไหม้สวนโดยไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้" นี่คือการข่มขู่คุกคามอย่างแจ้งชัด! แม่สามีที่แอบฟังอยู่รีบโพล่งขึ้นทันทีอย่างลืมตัว "ซูเหยา! เจ้าอย่าได้โง่เขลานักนะ! เงินตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะ นำมาแบ่งให้แม่ครึ่งหนึ่ง เจ้าก็ยังเหลือเงินไปซื้อที่แปลงใหม่ได้สบายๆ อย่าขัดใจเศรษฐีเฉียนเลยน่า!" หลินซูเหยาวางมีดลงในที่สุด นางเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี "ท่านแม่พูดถูกคำหนึ่งครับ..." ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส นางก้าวเดินออกมาจากโต๊ะเตรียมอาหาร เช็ดมือกับผ้าสะอาดอย่างใจเย็น "เงินห้าสิบตำลึงเงิน... สำหรับท่าน อาจจะมากมายจนยอมขายแม้กระทั่งวิญญาณ แต่สำหรับข้า หลินซูเหยา... แม้แต่เศษดินปลายเล็บในสวนแห่งนี้ ก็ยังมีค่ามากกว่าชีวิตของคนบางคนมารวมกันเสียอีก" "นัง... นังสารเลว!" เศรษฐีเฉียนตบโต๊ะฉาดใหญ่ หน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "กล้าดียังไงมาสามหาวต่อหน้าข้า! เจ้าคิดว่ามีสามีเป็นทหารกระจอกๆ แล้วจะค้ำฟ้าอย่างนั้นรึ? บอกให้รู้ไว้เสีย ที่ว่าการอำเภอ... ข้าก็รู้จักคนใหญ่คนโต!" บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยิบจับเป็นรูปธรรม เฉินมู่หยางก้าวเท้าขยับมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและสนับสนุนในทุกการตัดสินใจ ซูเหยาตบหลังมือสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางรับมือได้ นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มการค้าที่เคยใช้สยบบรรดาพ่อค้าในตลาดมืดผุดขึ้นบนใบหน้า "ท่านเศรษฐีเฉียนอย่าเพิ่งกริ้วไปเลยครับ ค้าขายไม่ได้... ก็ยังเป็นมิตรกันได้ ข้าเข้าใจว่าท่านต้องการที่ดินแปลงนั้นไปทำอะไร... ไม่ใช่เพราะขวางทางหรอกกระมังครับ แต่เป็นเพราะ 'กลิ่นอาย' ของผักและสมุนไพรที่ข้าปลูก มันดึงดูดสายตาของใครบางคน จนท่านต้องรีบกว้านซื้อก่อนที่ความลับเรื่องสรรพคุณบำรุงกำลังจะแพร่สะพัดออกไปต่างเมืองต่างหากล่ะ" คำพูดแทงใจดำนี้ทำให้เศรษฐีเฉียนชะงักไปชั่วครู่ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากหน้าปากทางเข้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วคุณหนูหลิน! ทางกองทัพหลวงส่งคนมา... ม... มาที่นี่!" ทุกคนในลานบ้านชะงักงัน เศรษฐีเฉียนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ขณะที่เฉินมู่หยางหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ทว่า สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างและแทบหยุดหายใจ คือร่างของชายชราในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้หนึ่ง ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ประจำกองทัพพยัคฆ์ประดับอยู่บนอกเสื้อ กำลังก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้านหลังเล็กๆ ของพวกเขาด้วยท่าทางเร่งรีบและนอบน้อมยิ่งนัก "คารวะ... แม่ครัวเอกหลินซูเหยา!" ขุนนางเฒ่าประสานมือคำนับนางอย่างนอบน้อมท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน "ฮ่องเต้ทรงเสวย 'ซุปไก่ตุ๋นโสมหิมะ' ที่ท่านส่งเข้าวังผ่านหน่วยลับเมื่อวานแล้ว พระองค์ทรงโปรดปรานยิ่งนัก! และมีราชโองการด่วน... แต่งตั้งให้ที่ดินรอบรัศมีสียะลี้ของตระกูลเฉินแห่งนี้ เป็น 'เขตคุ้มครองพิเศษหลวง' ห้ามผู้ใดล่วงละเว้นหรือซื้อขายเด็ดขาด!" คำประกาศนั้นดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ สีหน้าของเศรษฐีเฉียนซีดเผือดลงทันทีจนแทบไร้สีเลือด ส่วนแม่สามีถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความตกตะลึง หลินซูเหยาแย้มรอยยิ้มกริ่ม นางเหลือบมองเศรษฐีเฉียนที่ตัวสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยถามขุนนางเฒ่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบระคนเย้าหยอก "ท่านขุนนางเดินทางมาเหนื่อยๆ เช่นนี้... จะรับชาอุ่นๆ สักถ้วยก่อน หรือจะให้ข้าทำเมนูต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่บังเอิญมา 'เยือน' ถึงที่นี่ดีล่ะครับ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ใบชาหอมหมื่นลี้" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%