"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะราดน้ำมันพริกเดือดๆ นี่ลงบนหลังเท้าเจ้าเสีย"
เสียงของหลินซูเหยาไม่ได้ดังตึงตัง แต่มันเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนคมปลาบ ตะหลิวเหล็กในมือของนางเคาะลงกับขอบกระทะเหล็กหล้าเสียงกริ๊งกราง จังหวะการเคลื่อนไหวของนางสงบนิ่ง ทว่าแผ่รังสีคุกคามที่ทำให้ผู้บุกรุกชะงักฝีเท้ากึก
บริเวณลานบ้านท้ายหมู่บ้านยามนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่ตัดกันฉับพลันกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหาร หลินซูเหยายืนอยู่หน้าเตาไฟ ไอความร้อนจากกระทะลอยกรุ่นขึ้นกระทบใบหน้าเนียนใสที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ
เบื้องหน้าของนางคือ "หลินเฉิง" ญาติผู้น้องสายรองจากตระกูลเดิมที่นางเคยหวาดกลัวและยอมก้มหัวให้เมื่อครั้งอดีต ชายหนุ่มร่างผอมเกร็ง ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งความเจ้าเล่ห์สวมชุดผ้าป่านเก่าคร่ำคร่า เขากำลังทำท่าจะก้าวย่างเข้ามาในเขตบ้านของนางเพื่อฉวยโอกาสหยิบฉวยเข่งผักและตระกร้าเนื้อหมูที่เพิ่งเตรียมไว้สำหรับทำอาหารขายในตลาดพรุ่งนี้เช้า
"พี่หญิงรอง... ท่านพูดจาใจร้ายเกินไปแล้วกระมัง ข้าเป็นถึงน้องชายแท้ๆ ของท่านนะ เดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อเยี่ยมเยียน ไฉนต้อนรับข้าด้วยกิริยาเช่นนี้เล่า" หลินเฉิงปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารทันที พร้อมกับป้องมือคารวะแบบขอไปที สายตาเหลือบมองไปรอบบริเวณด้วยความโลภ
เฉินมู่หยาง สามีหนุ่มนายทหารผู้เพิ่งก้าวเท้าออกมาจากห้องเก็บฟืน หยุดยืนนิ่งที่มุมเสาบ้าน แววตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จดจ้องเหยื่อ เขาไม่ได้กล่าววาจาใดๆ ทว่ากล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นใต้ร่มผ้าและรัศมีกดดันจากสนามรบที่แผ่ออกมาโดยธรรมชาติ ก็มากพอที่จะทำให้หลินเฉิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"น้องชายหรือ?" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ นางวางตะลงลงบนเตาอย่างนุ่มนวล แต่เสียงนั้นกลับดังก้องกังวานในความเงียบ "วันที่ตระกูลหลินขับไล่ข้าออกจากบ้านเพราะเกรงกลัวความผิด วันที่พวกท่านเอาสัญญาขายตัวข้าไปแลกกับถังข้าวสารครึ่งถัง พวกท่านเคยจำได้ไหมว่าข้ามีศักดิ์เป็นพี่สาว?"
"นั่น... นั่นมันเรื่องในอดีต ท่านแม่ต่างหากที่เป็นคนตัดสินใจ ข้าหาได้เกี่ยวข้องด้วยไม่..." หลินเฉิงแก้ตัวเสียงสั่น หลบสายตาวาววับของเฉินมู่หยางที่ขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าว
"ในเมื่อไม่เกี่ยวข้อง แล้วเหตุใดจึงก้าวย่างเข้ามาในบ้านของผู้อื่นยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต?" หลินซูเหยาก้าวเท้าออกจากหน้าเตา นางหยิบกระบวยไม้ตักน้ำแกงที่กำลังเคี่ยวจนเดือดพล่านขึ้นมาควันโขมง "ข้าจำได้ว่าตระกูลหลินสอนสั่งบุตรหลานมาอย่างดีเรื่องมารยาท หรือว่าท่านลืมสิ้นแล้ว... ให้ข้าช่วยเตือนความจำด้วย 'น้ำแกงปลาต้มผักดองรสเผ็ด' หม้อนี้ดีหรือไม่?"
คำขู่ของนางไม่ใช่เรื่องล้อเล่น น้ำแกงสีแดงฉานที่มีพริกแห้งและพริกไทยเสฉวนลอยฟ่องส่งกลิ่นฉุนจัดจ้านจนหลินเฉิงต้องถอยหลังกรูด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่า หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่หลินซูเหยาผู้โง่งดงามและอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป นางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แววตาเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดคู่นั้นทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะต่อปากต่อคำ
"ข... ข้าแค่มารับสาส์น!" หลินเฉิงละล่ำละลักคว,สาส์นฉบับหนึ่งออกจากอกเสื้อ ยื่นส่งให้อย่างลิบลน "ท่านแม่... ท่านแม่ส่งจดหมายมาบอกว่า สุขภาพไม่สู้ดีนัก อยากให้ท่านกลับไปเยี่ยมเยียนสักครั้ง... และ... และนำเงินเก็บจากการขายอาหารที่หมู่บ้านนี้ติดมือกลับไปด้วย เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณน้ำนม..."
คำว่า "ทดแทนบุญคุณน้ำนม" ถูกพ่นออกมาด้วยความหน้าไม่อาย เฉินมู่หยางที่ยืนฟังเงียบๆ มานานขยับตัวเข้ามาประชิดภรรยา มือหนาวางลงบนไหล่บางของหลินซูเหยาเบาๆ เป็นการส่งกระแสความอบอุ่นและยืนหยัดเคียงข้าง นางเอกสาวเหลือบมองสามีแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มรับด้วยความรู้ใจ
"ทดแทนบุญคุณน้ำนมงั้นหรือ?" หลินซูเหยารับซองจดหมายมาโดยไม่เปิดอ่าน นางใช้ปลายนิ้วเขี่ยกระดาษราคาถูกนั้นราวกับมันเป็นสิ่งสกปรก "น่าเสียดายนักที่น้ำนมชามนั้น ข้าได้ชดใช้คืนให้ตระกูลหลินจนหยดสุดท้ายตั้งแต่วันที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้ว ส่วนเงินเก็บของข้า... มันคือหยาดเหงื่อแรงงานที่ข้ากับสามีช่วยกันหามาหาเลี้ยงลูกแฝด หาใช่เศษเงินทานอสของใครไม่"
"ท่าน... ท่านกล้าปฏิเสธคำสั่งของแม่หรือ!" หลินเฉิงเริ่มแสดงธาตุแท้เมื่อเห็นว่าไม่อาจใช้ไม้อ่อนได้สำเร็จ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้ามันอกตัญญู! ระวังเถอะ ชื่อเสียงของเจ้าในหมู่บ้านนี้จะย่อยยับ หากข้าประกาศออกไปว่าเจ้าทอดทิ้งมารดาบังเกิดเกล้า!"
บรรยากาศในลานบ้านตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะราวกับห้วงเวลากำลังหยุดนิ่ง หลินซูเหยาไม่สะทกสะท้านตคำขู่ของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย นางหันกลับไปตักอาหารในหม้อใส่ชามดินเผาอย่างใจเย็น กลิ่นหอมของเนื้อปลาต้มผักดองที่ผสมผสานเครื่องเทศนานาชนิดลอยฟอลอบอวลไปทั่วบริเวณ ยั่วเย้าประสาทรับกลิ่นจนน่าประหลาดใจ
"เชิญประกาศตามสบายเถอะ" หลินซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ "แต่ก่อนที่เจ้าจะไปเดินสายประกาศเรื่องของข้า ข้ามีเรื่องสนุกๆ จะบอกเจ้าสักนิด..."
นางโน้มตัวเข้าไปใกล้หลินเฉิงเล็กน้อย จงใจลดเสียงให้กระซิบกระซาบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนในโสตประสาทของอีกฝ่าย "จดหมายที่แม่ส่งมา... และท่าทีร้อนรนของเจ้าในยามนี้ คงไม่ใช่เพราะว่าบ่อนการพนันของคุณชายรองตระกูลหลินกำลังจะถูกยึด... และพวกเจ้ากำลังหาเงินไปใช้หนี้ก้อนโตหรอกกระมัง?"
สีหน้าของหลินเฉิงซีดเผือดลงในพริบตา ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางแสกหน้า ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ความลับที่คิดว่าปิดบังไว้มิดชิดกลับถูกเปิดโปงอย่างง่ายดายโดยผู้หญิงที่ตนดูแคลนมาตลอด
เฉินมู่หยางมองปฏิกิริยานั้นด้วยสายตาคมกริบ เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
"ดึกมากแล้ว เกรงว่าหมู่บ้านท้ายเขาแห่งนี้คงไม่มีเรือนพักรับรองคนเช่นเจ้า หากยังไม่รีบไสหัวออกไป... ข้าเกรงว่าสุนัขเฝ้าบ้านของข้าอาจจะหิวโซเสียก่อน"
หลินเฉิงไม่กล้าอยู่ต่ออีกแม้แต่ลมหายใจเดียว เขาลนลานหันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืดของราตรีราวกับสุนัขจนตรอก ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตลิดเปิดเปิงด้วยความหวาดกลัว
หลินซูเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งหมดทิ้งไป นางหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้สามีหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
"เหนื่อยหน่อยนะครับท่านพี่ แต่อาหารมื้อนี้คงต้องทานกันสองคนแล้วกระมัง" นางเอ่ยเสียงอ่อนหวาน
เฉินมู่หยางส่ายหน้าช้าๆ เดินเข้ามาโอบเอวบางของนางเข้ามาแนบชิด ดวงตาคมทอประกายความรักลึกซึ้ง "เจ้าจัดการได้ยอดเยี่ยมมากภรรยาข้า... แต่เรื่องของตระกูลหลิน คงไม่จบลงง่ายๆ เพียงเท่านี้แน่"
ถูกต้อง... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเอาคืนเท่านั้น ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันกลับไปจัดการสำรับอาหารบนโต๊ะ จู่ๆ เสียงเคาะประตูกรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
หลินซูเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางหันไปสบตากับเฉินมู่หยางที่ชักมือข้างหนึ่งไปแตะด้ามมีดสั้นที่พกติดตัวไว้อย่างระแวดระวัง ในยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่มาเคาะประตูบ้านท้ายหมู่บ้านแห่งนี้... และที่สำคัญยิ่งกว่า ประตูรั้วไม่ได้ถูกล็อคกลอน แต่กลับมีร่างเงาดำสายหนึ่งผลักมันเปิดอ้าออกด้วยความถือวิสาสะ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหבריดที่ดังลอดเข้ามาในความมืด
"ฮี่ๆๆ... หลินซูเหยาหลานรัก... ข้าไม่ได้มามือเปล่าหรอกนะ..."
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" เสมอมานะครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 25
ญาติผู้น้องที่น่าสงสัย
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!