"หากกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเขตบ้านเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว ขาของมันคงต้องลองถามดูว่ายังอยากจะเดินกลับไปดีๆ หรือไม่"
น้ำเสียงของเฉินมู่หยางไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยไอสังหารของนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินซูเหยาที่เลือนหายไปก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น นางไม่ได้หวาดกลัวต่อจดหมายขู่หรือการมาเยือนอย่างไร้สาระของแม่สามีและเครือญาติหน้าหนาตระกูลเฉินที่ส่งคนมาป้วนเปี้ยนแถวรั้วบ้านเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อคนพวกนั้นยังไม่เข็ดหลาบจากบทเรียนคราวก่อน เช่นนั้นวันนี้ นางก็พร้อมจะจัดชุดใหญ่ต้อนรับให้สาสมเช่นกัน
ทว่า... ความตึงเครียดในบรรยากาศรอบตัวถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ สี่คู่ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องครัว พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของสองแสบประจำบ้าน
"ท่านแม่! ข้าตำแป้งเสร็จแล้วขอรับ!" เสียงเจื้อยแจ้วของเสี่ยวเป่าดังขึ้น พร้อมกับชูสากไม้ขนาดจิ๋วที่เจ้าตัวเหลาขึ้นมาเองในมือ แป้งสีขาวเลอะเปรอะเปื้อนตั้งแต่ปลายจมูกลามไปถึงแก้มกลมๆ ทั้งสองข้าง
ข้างกายเขามีเสี่ยวหลิน เด็กหญิงตัวน้อยที่ถือตะหลิวไม้ด้ามยาวเกินตัว วิ่งตามมาติดๆ ใบหน้าจิမ်းลิ้มมอมแมมไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความภาคภูมิใจในผลงานศิลปะชิ้นเอกที่พวกเขาร่วมมือกันทำขึ้นในยามที่ผู้ใหญ่มัวแต่เคร่งเครียดกับปัญหาภายนอก
หลินซูเหยาถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางรีบวางมีดทำครัวลงแล้วก้าวเข้าไปหาลูกแฝดตัวน้อยทันที
"เสี่ยวเป่า เสี่ยวหลิน... นี่พวกเจ้าแอบไปยุ่งกับแป้งทำซาลาเปาที่แม่เตรียมไว้สำหรับขายพรุ่งนี้อีกแล้วหรือครับเนี่ยดูสภาพพวกเจ้าสิ กลายเป็นแป้งเปียกเดินได้ไปหมดแล้ว" ซูเหยาเอ็ดเบาๆ พลางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกน้อยอย่างเบามือ
"ก็ท่านแม่ทำอาหารอร่อยนี่ขอรับ! พวกเราแค่อยากช่วยท่านแม่ทำ 'หมั่นโถวสายรุ้ง' เผื่อว่าพรุ่งนี้ลูกค้าจะแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงเหมือนคราวก่อนไงขอรับ" เสี่ยวเป่าเอียงคออธิบายด้วยท่าทางฉลาดเฉลียว ดวงตาใสซื่อกระพริบปริบๆ หวังจะลดความผิด
เฉินมู่หยางที่ยืนมองภาพภรรยาและลูกแฝด สีหน้าที่เคร่งขรึมมืดมนเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลหลากเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาจากการสู้รบ ความวุ่นวายของเด็กๆ และกลิ่นอายของครอบครัวนี่แหละ คือสิ่งที่เขายอมแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องไว้
"เจ้าตัวแสบสองคนนี้ ชักจะซนเหมือนใครกันหนอ" มู่หยางเดินเข้าไปอุ้มเสี่ยวหลินขึ้นมาแนบอก เด็กหญิงหัวเราะคิกคักชอบใจ ซบหน้าลงกับบ่ากว้างของบิดาอย่างออดอ้อน
"ก็เหมือนท่านพ่อนะสิครับ เจ้าเล่ห์และดื้อรั้นพอกัน" ซูเหยาปรายตามองสามีด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะหันกลับมาจัดการกับแป้งที่ถูกสองแสบปั้นจนเละเทะ แต่นางกลับพบว่า... รูปร่างของแป้งที่เด็กๆ ช่วยกันปั้นนั้น แม้จะดูบิดเบี้ยวไม่เป็นทรง แต่มันกลับถูกปั้นเป็นรูป "เป็ดน้อย" และ "กระต่ายป่า" อย่างตั้งอกตั้งใจ
ซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นมา นางตระหนักได้ทันทีว่าเด็กๆ สองคนนี้ แม้จะซนแต่ก็มีความใส่ใจแฝงอยู่ พวกเขาแค่อยากมีส่วนร่วมในความสำเร็จของครอบครัว
"เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้าตั้งใจปั้นกันขนาดนี้ งั้นคืนนี้เรามาทำ 'เป็ดน้อยนึ่งไส้ครีมมะพร้าวอ่อน' สูตรพิเศษกันดีกว่า ใครทำเสร็จสวยที่สุด พรุ่งนี้จะได้กินคนแรก!"
สิ้นเสียงของมารดา สองแฝดก็ส่งเสียงร้องไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจทันที บรรยากาศในห้องครัวกลับมาครึกครื้นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง ราวกับว่าภายนอกบ้านไม่มีเงาของความขัดแย้งหรือคนตระกูลเฉินที่จ้องจะเข้ามาหาเรื่องอยู่เลย
ในขณะที่ซูเหยากำลังนวดแป้งอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมหวานของกะทิสดและเนื้อมะพร้าวอ่อนที่นางเพิ่งเคี่ยวเสร็จก็เริ่มโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณท้ายหมู่บ้าน กลิ่นหอมละมุนนี้ช่างเย้ายวนใจเสียจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนสูดดมด้วยความหลงใหล
นี่คืออาวุธลับของซูเหยา นางไม่จำเป็นต้องออกไปปะทะฝีปากกับใครให้เปลืองน้ำลาย อาหารรสเลิศและชีวิตที่มั่งคั่งขึ้นเรื่อยๆ ต่างหาก คือตบหน้าที่เจ็บแสบที่สุดสำหรับพวกคนใจแคบที่คอยอิจฉาริษยา
ทว่า ในขณะที่ความสุขกำลังดำเนินไปถึงจุดที่กลมกล่อมที่สุดนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงถีบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่สามีที่ตะโกนด่าทอเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
"หลินซูเหยา นังสารเลว! มึงกล้าดียังไงถึงสั่งคนมาไล่ญาติผู้พี่ของสามีออกจากตลาด! คายเงินและสูตรอาหารของตระกูลเฉินออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นกูจะเผาบ้านหลังนี้ให้เป็นจุล!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเหยาแข็งค้างไปชั่วพริบตา แววตาคมกริบฉายประกายเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางวางไม้คลึงแป้งลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ เสียงนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่ถูกขัดจังหวะ
เฉินมู่หยางค่อยๆ วางเสี่ยวหลินลงกับพื้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่ บัดนี้กลับเยือกเย็นราวยมทูตจากนรก เขาก้าวเท้าไปหยิบดาบไม้ไผ่ที่พิงอยู่มุมห้องขึ้นมา ปลายนิ้วลูบคมดาบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบกับภรรยา
"ซูเหยา อยู่ดูแลลูกในบ้าน เดี๋ยวพี่ออกไป 'ต้อนรับแขก' สารเลวพวกนี้เอง"
ซูเหยาส่ายหัวเล็กน้อย นางเดินไปหยิบกระทะเหล็กด้ามใหญ่ที่เพิ่งยก下来的จากเตา รอร้อนฉ่าพร้อมน้ำมันเดือดๆ ส่งยิ้มหวานหยดใหสามี แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความปรานี
"ท่านพี่ ปล่อยให้ข้าออกโรงเองบ้างเถอะเจ้าคะ... นานๆ ที ได้ทำ 'น้ำมันเดือดสาดหน้าหมา' ข้าเกรงว่าถ้าช้าไป แป้งในกระทะคงจะเย็นเสียก่อน"
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นล้อมรอบตัวบ้าน พร้อมกับเสียงหัวeาะเยาะหยันของชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ดังทะลุเข้ามาในลานบ้าน
"ไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปหรอก... เพราะพวกข้า 'กองปราบปรามราชสำนัก' ได้รับแจ้งว่าบ้านหลังนี้ซ่อนตัวอาชญากรหลบหนีคดีสำคัญ จงเปิดประตูและให้ความร่วมมือเสียดีๆ!"
ดวงตาของซูเหยาหรี่แคบลงทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทะเลาะวิวาทของครอบครัวไร้ยางอายอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือ "แผนการชั่วร้าย" ที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลัง!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางและร่วมลุ้นไปกับครอบครัวอบอุ่นและรสชาติอาหารของซูเหยามาโดยตลอดนะครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 23
ลูกแฝดจอมแสบ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!