เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดังฉับไว ดังก้องกังวานขับไล่ความเงียบงันยามโพล้เพล้ของเรือนพักหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน กลิ่นหอมของน้ำมันหมูที่เจียวกับกระเทียมจีนทุบแตกและพริกไทยดำเม็ดหยาบ ลอยฟุ้งกระจายเคล้าคลอไปกับไอควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่หลังคาแฝก
หลินซูเหยาสวมผ้ากันเปื้อนผ้าฝ้ายสีหม่นที่นางลงมือตัดเย็บเอง ดวงหน้าเนียนใสมีหยาดเหงื่อซึมบางเบาตามไรผม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น สองมือเรียวตัก "เนื้อหมูสามชั้นผัดกะปิพริกขี้หนูสวน" สีสันจัดจ้านลงในจานกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามอย่างทะมัดทะแมง เมนูนี้ไม่ใช่แค่อาหารมื้อค่ำธรรมดา แต่มันคืออาวุธชิ้นสำคัญในการทลายกำแพงความเย็นชาของนายทหารผู้เป็นสามี
"แม่ครับ... กลิ่นหอมจังเลย ลูกหิวแล้วครับ"
เสียงเล็กใสของเจ้าแฝดตัวน้อยดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว เด็กชายทั้งสองคนเกาะวงกบประตู ชะเง้อคอมองจานอาหารบนโต๊ะด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับไม่ต่างจากมารดา
ซูเหยารemวาดรอยยิ้มอ่อนโยน หันไปเอ่ยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ล้างมือกันหรือยังครับเด็กๆ ถ้ายัง ไปจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อน อาหารมื้อนี้แม่ตั้งใจทำเป็นพิเศษเชียวนะครับ"
ในจังหวะนั้นเอง เฉินมู่หยาง ที่เพิ่งเดินกลับจากการตรวจเวรและฝึกซ้อมพลทหาร ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าและกางเกงขายาวผ้าหนา ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประลองครัว แผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ไหวตามจังหวะการหายใจ กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักลอยปะปนมากับกลิ่นเหงื่อผู้ชาย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับกวาดมองไปทั่วห้องครัวที่สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย ผิดหูผิดตาจากเมื่อก่อนลิบลับ
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาในทันที ดวงตาคมเข้มทอดมองแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการต้มแกงจืดฟักเขียวใส่กระดูกหมู มือใหญ่ของเขาเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกภายในอกซับซ้อนจนยากจะหาคำอธิบาย
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากเดิมที่เคยเอาแต่โวยวาย เรียกร้องความสนใจ และสร้างความปวดหัวให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน มาบัดนี้ นางกลับกล to เป็นมารดาที่อ่อนโยน แม่ครัวฝีมือฉกาจ และผู้หญิงที่จัดการความเป็นอยู่ภายในบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่เขาแทบไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังยามต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ในค่ายทหาร
"ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะครับคุณพี่ น้ำล้างหน้าเตรียมไว้แล้ว ไปจัดการตัวเองเสียก่อนเถอะครับ อาหารใกล้จะเสร็จครบทุกอย่างแล้ว เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียหมด"
ซูเหยาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง แต่น้ำเสียงของนางเจือรอยยิ้มขบขันเล็กน้อย นางรู้ดีว่าสามีคนนี้เป็นพวกปากแข็งใจอ่อน ซ่อนความห่วงใยไว้ใต้ใบหน้าบึ้งตึงเสมอ
มู่หยางชะงักไปเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้าสั้นๆ "อืม... ขอบใจเจ้ามาก"
เขายอมเดินไปตักน้ำในโอ่งมาล้างหน้าล้างตาแต่โดยดี ความเย็นของน้ำช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าทางกายออกไปได้บ้าง ทว่าภาพของภรรยาที่กำลังง่วนจัดโต๊ะอาหารด้วยท่าทางคล่องแคล่วว่องไอกลับฝังตรึงอยู่ในห้วงความคิดของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย อาหารสามอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ หมูสามชั้นผัดกะปิพริกขี้หนูสวนส่งกลิ่นหอมเย้ายวนตัดเลี่ยนด้วยความเค็มกลมกล่อมและเผ็ดร้อน แกงจืดฟักเขียวซดน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ หวานกลมกล่อมจากหัวไชเท้ามะละกอ และไข่เจียวฟูหนานุ่มโรยต้นหอมซอย
มู่หยางนั่งลงที่ประจำ ตำแหน่งหัวโต๊ะ ดวงตาคมกริบมองจานอาหารตรงหน้า สัมผัสแรกที่ตักเข้าปากคือความอร่อยล้ำที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ รสชาติจัดจ้านกำลังดี เนื้อหมูเคี้ยวหนุบหนับเข้าเนื้อ ไม่เหนียวและไม่มันเลี่ยนจนเกินไป เป็นฝีมือการทำอาหารที่แม้แต่พ่อครัวใหญ่ในโรงเลี้ยงทหารก็ยังเทียบไม่ติด
ซูเหยาตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถ้วยยื่นให้สามี แววตานางทอประกายรู้เท่าทัน นางแอบสังเกตปฏิกิริยาของเขามาตลอด "เป็นอย่างไรบ้างครับ ฝีมือภรรยาคนนี้พอจะทานได้ไหม หรือว่าสู้รสชาติอาหารในกองทัพไม่ได้กันล่ะครับ"
น้ำเสียงของนางเจือแววหยอกเย้าเล็กน้อย ทำเอามู่หยางที่กำลังจะตักคำที่สองถึงกับชะงักมือ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา นัยน์ตาคมเข้มไหววูบเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม
"อร่อย..." เขาเอ่ยออกมาสั้นๆ ตามนิสัย ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง "เจ้า... ทำอาหารเก่งขึ้นมากจริงๆ ซูเหยา ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้า..."
เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ ไม่กล้าเอ่ยถามออกไปตรงๆ ว่าเหตุใดนางถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ กลัวว่าหากถามจี้จุดลงไป บรรยากาศอบอุ่นในตอนนี้จะพังทลายลง
ซูเหยารินน้ำชาขัดมันอุ่นๆ วางลงตรงหน้าสามี รอยยิ้มของนางลึกซึ้งขึ้น "คนเราย่อมต้องเรียนรู้และเติบโตขึ้นเพื่อคนที่เรารักไม่ใช่หรือครับคุณพี่? อีกอย่าง... ข้าไม่อยากให้ลูกๆ ต้องมานั่งกินอาหารไหม้ๆ หรือรสชาติแย่ๆ อีกต่อไปแล้ว"
คำพูดเรียบง่ายแต่กลับทรงพลังดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของเฉินมู่หยาง หัวใจที่ด้านชาจากการเผชิญหน้ากับความเป็นและความตายในสมรภูมิ กลับถูกความอบอุ่นของมื้ออาหารและสายตาจริงใจของภรรยาหลอมละลายจนยวบยาบ
เขามองภรรยาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความระแวงแคลงใจที่มีมาแต่เดิมถูกแทนที่ด้วยความยอมรับและความนับถืออย่างแท้จริง มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะไว้โดยไม่รู้ตัว สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของสามีทำให้ซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างผิดจังหวะ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผลิบานไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านหน้าเรือนพักดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่แผดร้องโวยวายแทรกเข้ามาในยามวิกาล "นังตัวดี! เฉินมู่หยาง! พวกแกสองผัวเมียรีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าจะหลบหน้าข้าพ้นเชียว!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเหยาเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบฉายประกายเย็นเยียบขึ้นมาทันที ในขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมของเฉินมู่หยางมืดมนลงจนน่ากลัว สัญชาตญาณนายทหารพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างดุร้าย
ใบชาหอมหมื่นลี้ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาด้วยกันเสมอนะครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 22
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบาน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!