เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 21

ลูกค้าวีไอพีประจำร้าน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าท่านนายอำเภอยังเสวยน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมคนนี้ไม่หมด ข้าเกรงว่าราชجการงานเมืองในอำเภอชิงหลานคงต้องหยุดชะงักไปอีกครึ่งวันเสียกระมังครับ" เสียงทุ้มต่ำแต้มรอยยิ้มเจือจางดังขึ้นที่หน้าประตูร้านอาหารเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน หลินซูเหยาชะงักมือจากการหั่นเต้าหู้ขาวในเขียงไม้ สะบัดหน้ามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะคลายมุมปากยิ้มรับอย่างเป็นกันเองในฐานะแม่ครัวเจ้าของร้าน แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องลอดผ่านม่านผ้าฝ้ายสีคราม ตกกระทบลงบนร่างสูงสง่าของบุรุษในชุดผ้าแพรปักลายเมฆหมอกสลับกับชุดคลุมขนสัตว์ราคาแพง ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหยกเนื้อดี ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจและบารมีของผู้ปกครองเมือง นี่คือ "ใต้เท้าจ้าว" นายอำเภอผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและลิ้นทองคำที่หาของอร่อยถูกใจยากยิ่ง แต่กลับกลายมาเป็นลูกค้าประจำที่แอบลอบเดินทางมาเยือนโรงเตี๊ยมปลายแถวนี้อย่างไร้พิธีรีตองถึงสามวันติดต่อกันแล้ว "ฮ่าๆๆ เจ้าเด็กคนนี้นี่... ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะซูเหยา" ใต้เท้าจ้าวยกมือขึ้นลูบเคราสั้นของตนเองอย่างอารมณ์ดี เขาก้าวเท้าเข้ามาในร้านด้วยก้าวที่มั่นคง กลิ่นอายความกดดันจากอำนาจรอบตัวถูกเก็บงำไว้มิดชิด เหลือเพียงชายวัยกลางคนผู้รักในรสชาติอาหารคนหนึ่งเท่านั้น เฉินมู่หยาง สามีหนุ่มนายทหารผู้กำลังช่วยภรรยาจัดเตรียมฟืนอยู่มุมห้อง รีบก้าวออกมาทำความเคารพตามธรรมเนียม แม้ในยามนี้เขาจะปลดประจำการชั่วคราวและมาช่วยงานในครัวเรือน แต่สัญชาตญาณความระแวดระวังและการแสดงความเคารพต่อผู้มีบรรดาศักดิ์ยังคงเฉียบคม ไร้ที่ติ "ถวายบังคมใต้เท้าครับ เชิญนั่งที่มุมเดิมก่อนเถอะครับ วันนี้ภรรยาของผมเตรียมวัตถุดิบพิเศษไว้ต้อนรับท่านโดยเฉพาะ" เฉินมู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขารินน้ำชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นใส่จอกดินเผาเคลือบอย่างประณีตยื่นให้ผู้มาเยือน "ดี ดีมาก สามีภรรยาบ้านตระกูลเฉินนี่ช่างโชคดีเสียจริง เจ้าได้ภรรยาฝีมือเป็นเลิศแถมรูปโฉมงดงาม มู่หยาง... เจ้าควรเอาใจนางให้มากๆ รู้หรือไม่?" ใต้เท้าจ้าวรับจอกชาขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบเป็นประกายพึงพอใจเมื่อรสชาติหอมหวานชุ่มคอของชาดอกไม้ป่าผสมโสมกระจายไปทั่วโพรงปาก หลินซูเหยาหันมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางล้างมือในอ่างน้ำสะอาดแล้วใช้ผ้าสะอาดซับจนแห้ง ก่อนจะเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ครัวเพื่อทักทายแขกคนสำคัญ "ใต้เท้าชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาที่มีหน้าที่ทำให้อาหารทุกจานสะท้อนความใส่ใจ หากท่านนายอำเภอติดใจรสชาติ นั่นถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของร้านเราแล้วครับ... เอ๊ย ค่านิยมของข้าคือความสุขของลูกค้าต่างหากล่ะเจ้าคะ" (นางเกือบเผลอใช้สรรพนามบุรุษที่คุ้นเคยในชาติก่อนเสียแล้ว แต่ด้วยไหวพริบจึงรีบปรับเปลี่ยนน้ำเสียงให้มีความนอบน้อมถ่อมตนแบบหญิงยุคโบราณอย่างแนบเนียน) ในขณะที่บรรยากาศภายในร้านกำลังอบอวลไปด้วยความรื่นรมย์จากกลิ่นหอมของเครื่องเทศและไมตรีจิต ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงโวยวายแหลมสูงก็ดังแว่วมาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน ทำลายความสงบสุขของบ่ายวันนั้นลงอย่างสิ้นเชิง "หลินซูเหยา! นังลูกสะใภ้ตัวดี! แกหลบหัวอยู่ไหน ออกมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยดีดังลั่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นผู้ใด... "แม่สามี" จอมเจ้าเล่ห์ผู้สร้างความปั่นป่วนให้ครอบครัวนางมาโดยตลอด หญิงชราตระกูลเฉินก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาในร้านโดยไม่สนว่าจะมีแขกเหรื่อคนใดนั่งอยู่ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอิจฉาริษยา สองมือเท้าสะเอว ส่วนข้างกายมีหลานสาวจอมจุ้นคอยกระตุกชายเสื้อฟ้องร้อง เฉินมู่หยางขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าของชายหนุ่มเย็นชาลงในทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างกายของอดีตนายทหารสนามรบจนผู้เป็นแม่ชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ แต่ด้วยความโลภและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นางจึงไม่สนใจสายตาของบุตรชาย "มู่หยาง! แกดูเมียตัวดีของแกสซิ! เปิดร้านขายดิบขายดีร่ำรวยจนลืมหัวนอนปลายเท้า ปล่อยให้แม่ผู้ให้กำเนิดต้องอดๆ อยากๆ อยู่ที่บ้านหลังเก่า ส่วนพวกแกสองคนผัวเมียกลับมากินหรูอยู่ดีกับคนแปลกหน้าอย่างนั้นเรอะ!" นางผู้เฒ่าเฉินแผדเสียงแหลมหวังประจานให้ชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูหน้าร้านได้ยิน หลินซูเหยาไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเยือกเย็นรากับสายน้ำนิ่งของนาง ยิ่งทำให้อีกฝ่ายเดือดดาลจนตัวสั่น "ท่านแม่ครับ พูดจาให้เกียรติสถานที่และผู้มีเกียรติด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ท่านจะมาโวยวายส่งเสียงดังได้" เฉินมู่หยางก้าวออกไปขวางหน้ามารดา เสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันจนแม่สามีถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ฮh! ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเงินทองดีกว่าแม่ตัวเองหรือไง!" แม่สามีตบเข่าฉาน ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายเรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านที่เริ่มซุบซิบกันที่หน้าร้าน "นางซูเหยามันมนต์ดำอะไรใส่แก ห้ะ! ถึงได้ลืมบุญคุณข้าวแดงแกงหม้อ..." ทว่า ก่อนที่เสียงโวยวายจะลามปามไปกันใหญ่ เสียงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง "กริ๊ก" ก็ดังแทรกขึ้นมา ตัดทุกสรรพเสียงให้เงียบกริบลงทันที ใต้เท้าจ้าวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สีหน้าของท่านนายอำเภอในยามนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอารมณ์ดีเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังหญิงชราผู้ไร้มารยาทด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มปัดชายเสื้อคลุมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานทรงอำนาจ ที่แม้แต่ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงยังต้องเกรงกลัว "เสียงเอะอะโวยวายเมื่อครู่... รบกวนเวลาอาหารกลางวันอันมีค่าของข้าผู้เป็นขุนนางในราชสำนักยิ่งนัก เจ้าเป็นผู้ใดกัน ถึงกล้าส่งเสียงเห่าหอนในเขตพื้นที่ควบคุมของทางการเช่นนี้?" คำว่า "ขุนนางในราชสำนัก" และแววตาฆ่าฟันที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของใต้เท้าจ้าว ทำให้แม่สามีหน้าถอดสีทันที เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกสะใภ้ที่นางรังเกียจเดียดฉันท์ จะมีแขกบ้านแขกเมืองระดับนายอำเภอมานั่งรับประทานอาหารถึงในร้าน! หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางเบา นางก้าวเดินผ่านสามีเข้าไปใกล้โต๊ะของใต้เท้าจ้าว พร้อมกับยกถาดอาหารจานใหม่ที่เพิ่งปรุงเสร็จร้อนๆ ออกมาวางคั่นกลางบรรยากาศตึงเครียด กลิ่นหอมเย้ายวนของ "ปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวานสามรส" ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมผสานกับความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อปลาสดใหม่ สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง "เรียนใต้เท้าจ้าว อาหารจานพิเศษ "เปรี้ยวหวานสมานไมตรี" ปรุงเสร็จพอดีเจ้าค่ะ..." หลินซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะเสนาะหู นางเหลือบสายตาไปมองแม่สามีที่กำลังตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนความคมคายไว้เบื้องหลัง "...หวังว่ารสชาติจานนี้ จะช่วยชะล้างความขมขื่นและเรื่องน่ารำคาญใจ ให้หมดไปจากสำรับอาหารของท่านในวันนี้ได้นะครับ" ใต้เท้าจ้าวสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ แววตาฉายแววทึ่งระคนชื่นชม เขาตักเนื้อปลาชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับรสสัมผัส ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "เยี่ยมยอด... รสชาตินี้มีความซับซ้อนและเด็ดเดี่ยวในคราเดียว สมกับฝีมือของเจ้าจริงๆ ซูเหยา" ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความอร่อยของอาหารตรงหน้า สายตาของเฉินมู่หยางที่มองออกไปนอกหน้าต่างร้าน กลับสังเกตเห็นเงาร่างคุ้นตาของบุรุษลึกลับผู้หนึ่งกำลังแอบซุ่มมองเข้ามา พร้อมกับส่งสัญญาณมือบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนายทหารหนุ่มแข็งค้างในทันที! "ซูเหยา... ระวังตัวด้วย!" เฉินมู่หยางคว้าแขนภรรยาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ พร้อมๆ กับที่ประตูร้านถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง เผยให้เห็นแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหม่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแผ่นป้ายประกาศจับจากทางการ! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับตัวละครทุกตัวในโลกสโลว์ไลฟ์และกลิ่นอายอาหารหอมกรุ่นนี้เสมอนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ - *ใบชาหอมหมื่นลี้*
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%