เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 2

มื้ออาหารแรกที่เปลี่ยนชะตา

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าคิดจะมาขนข้าวสารของบ้านข้าไปอีกแม้แต่ถังเดียว ก็เตรียมตัวถือกระบอกไม้ไผ่ไปขอทานตามข้างทางได้เลยครับ คุณแม่สามี" น้ำเสียงของหลินซูเหยาเรียบสนทนา ทว่าแฝงประกายคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งลับจนขึ้นเงา นางยืนขวางประตูครัวเรือนหลังน้อยด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ แม้เสื้อผ้าจะเก่าคร่ำคร่าตามสภาพความเป็นอยู่ แต่แววตาคู่นั้นกลับทรงพลังจนนางจางซื่อ ผู้เป็นแม่สามี สะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว นางจางซื่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาในหมู่บ้านท้ายเขา อ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะใภ้รองที่เคยหัวอ่อนยอมให้รังแกมาตลอด ตอกหน้ากลับกลางแผ่โล่ง ยามนี้ชาวบ้านเริ่มชะเง้อมองผ่านรั้วไม้ไผ่กันประปราย นางจางซื่อจึงทำได้เพียงส่งเสียงฮ่นในลำคอ ตะคอกกลับด้วยความแค้นเคือง "นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรมาพูดจาก도ร (ไร้มารยาท) กับผู้เป็นแม่ย่า ข้าแค่จะมาหยิบยืมข้าวสารไปหุงให้พี่ชายเจ้ากิน เป็นถึงน้องสะใภ้ ไยไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย!" "ยืม? ตั้งแต่ข้าแต่งเข้าตระกูลเฉินมาสามปี ข้าวสารที่ท่านบอกว่า 'ยืม' ไม่เคยมีสักเมล็ดที่คืน ยิ่งตอนนี้สามีข้าไม่อยู่ ไปราชการชายแดน ท่านยังคิดจะมาสูบเลือดสูบเนื้อจากลูกแฝดตัวน้อยที่กำลังโตอีกหรือครับ?" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ นางกวาดสายตามองหญิงแก่ตรงหน้าด้วยความรังเกียจระคนสมเพช "เชิญกลับไปเสียเถอะครับ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนแล้วเอาเรื่องที่ท่านแอบขนหมูแห้งของตระกูลไปให้ฝั่งบ้านเดิมของท่าน ไปประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านได้รับรู้" สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของนางจางซื่อก็เปลี่ยนจากสีแดงก่ำเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษสา นางถถุยน้ำลายลงพื้นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปพร้อมเสียงบ่นพึมพำอาฆาตมาดร้าย แต่หลินซูเหยาหาได้ใส่ใจไม่ นางหันหลังกลับเข้าครัว ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในครัวก็กลับคืนสู่ความสงบ ทว่าสิ่งที่อบอวลอยู่ ณ เวลานี้ กลับเป็นกลิ่นไอความตื่นเต้นเร้าใจจากการใช้ "มิติพิเศษ" ที่นางเพิ่งค้นพบเมื่อคืนยามดึก หลินซูเหยาสะบัดมือเบาๆ ปรากฏตระกร้าไม้ไผ่สานประณีตบรรจุรากบัวอวบออแกนิกจากมิติลับ และที่สำคัญยิ่งยวดคือ "กระดูกหมูสามชั้นติดเนื้อหนา" สีแดงสดราวกับเพิ่งชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อหมูคุณภาพเยี่ยมเช่นนี้ ต่อให้มีเงินทองมากมายในตลาดมืดช่วงเวลานี้ ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววพึงพอใจ นางล้างมือให้สะอาดสะอ้าน จัดแจงเตรียมเครื่องเทศ สมุนไพรจีนทรงคุณค่าที่แอบซ่อนไว้ในมิติ ออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเป็นระเบียบ หัวใจเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง นี่คือ "มื้ออาหารแรก" ที่นางตั้งใจจะใช้พลิกฟื้นฐานะ และเรียกคืนรอยยิ้มให้กับเจ้าก้อนแป้งฝาแฝดตัวน้อยที่กำลังนอนซุกตัวอยู่บนเตียงเตาอุ่น เตาฟืนถูกจุดขึ้นด้วยความคล่องแคล่ว เปลวไฟสีส้มสว่างไสวสะท้อนใบหน้าเรียวได้รูปของอดีตนางร้ายผู้ทรงเสน่ห์ หลินซูเหยาตั้งหม้อดินเผาใบโต ใส่น้ำสะอาดบริสุทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์ในมิติลับลงไป ก่อนจะบรรจงใส่กระดูกหมูลงลวกเพื่อล้างคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อสัตว์เริ่มส่งกลิ่นเตะจมูก จากนั้น นางเปลี่ยนน้ำใหม่ โยนขิงแก่หั่นแว่นหนา รากผักชีทุบแตก และโสมป่าอายุหลายปีที่ขุดได้จากมิติลงไป พร้อมกับกระดูกหมูที่ลวกจนสะเด็ดน้ำแล้ว ปิดฝาหม้อเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่ทราบได้ ทว่าความเปลี่ยนแปลงเริ่มคืบคลานเข้ามาในอากาศ... โมเลกุลความหอมอันล้ำลึกและซับซ้อนของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน เริ่มแทรกซึมผ่านรอยต่อของประตูหน้าต่าง ลอยล่องออกไปสู่ภายนอกบ้านอย่างไร้ความปรานี! ณ บ้านพักนายทหารนอกประจำการฝั่งตรงข้าม ลุงเฉินผู้กำลังนั่งเหลาไม้ไผ่ทำตระกร้า ชะงักมือทันที จมูกฟุตฟิตสูดดมกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมากับสายลม กลิ่นหอมหวานของไขกระดูกที่เคี่ยวจนงวดผสานกับกลิ่นสมุนไพรละมุนละไม ทำให้ท้องที่สงบมาตลอดทั้งวันส่งเสียงร้องโครกครากลั่นออกมาอย่างน่าอาย ลุงเฉินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความงุนงง "กลิ่นอะไรวะเนี่ย? หอมฉุนเตะจมูกถึงเพียงนี้... หรือว่าบ้านสะใภ้รองตระกูลเฉินจะต้มเนื้อกินกัน?" ไม่เพียงแต่ลุงเฉินเท่านั้น ป้าอวี้ที่กำลังกวาดลานหน้าบ้านถึงกับทิ้งไม้กวาดในมือ เดินดมกลิ่นฟุตฟิตมาหยุดอยู่ที่หน้ากำแพงรั้วบ้านของหลินซูเหยา นางขมวดคิ้วแน่นด้วยความอิจฉาริษยาและแปลกใจระคนกัน บ้านนั้นยากจนข้นแค้นปานนั้น จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อกระดูกหมูชิ้นโตจนส่งกลิ่นเย้ายวนใจถึงเพียงนี้ได้? กลิ่นหอมนี้ช่างทรงพลังนัก มันไม่ได้อบอวลเพียงแค่รอบรั้วบ้าน แต่มันกำลังแผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ตามกระแสลมยามสาย ราวกับแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดสายตาและความอยากอาหารของคนทั้งหมู่บ้านให้พากันชะงักฝีเท้า หันมามองยังทิศทางเดียวกัน ภายในห้องครัว หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างผู้มีชัย นางใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นราวกับน้ำนม กลิ่นหอมตลบอบอวลชวนน้ำลายสอจนแม้แต่นางเองยังอดใจแทบไม่ไหว ในขณะที่นางกำลังจะตักซุปใส่ถ้วยเพื่อนำไปปรนเปรอเจ้าแฝดน้อย เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกที่เต็มไปด้วยความสงสัยแกมตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านหลายคน "ซูเหยา! หลินซูเหยา! เจ้าทำอะไรกินกันแน่ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านแบบนี้... หรือว่าเจ้าแอบซ่อนสมบัติอะไรไว้ในบ้านกันแน่!" หลินซูเหยาชะงักทัพพีในมือ รอยยิ้มเยnเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางวางทัพพีลงช้าๆ ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้ามั่นคง ทิ้งให้กลิ่นหอมอันเย้ายวนใจทะลักทะลายออกไปปั่นป่วนประสาทสัมผัสของทุกคนด้านนอกให้คลั่งไคล้อีกระลอก... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%