"ถ้าพวกเจ้ายังกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
เสียงตวาดกร้าวที่แหบแห้งแต่เปี่ยมด้วยแรงอาฆาตมาดร้ายดังสะท้อนก้องเรือนไม้มุงจากเก่าๆ ฝุ่นผงที่เกาะตามขื่อคาโปรยปรายลงมาตามแรงกระแทก หลินซูเหยากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาที่พร่ามัว ความเจ็บปวดแปลบปลาบราวกับถูกห파นหั่นแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง ศีรษะด้านขวามีรอยปูดบวมเป่งและคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ สมองของเธออื้ออึงราวกับมีเสียงระฆังวัดตีซ้ำๆ
นี่ไม่ใช่ห้องครัวสเตนเลสสตีลสมัยใหม่ในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่เธอเพิ่งคว้าดาวดวงที่สามมาได้หมาดๆ และนี่ก็ไม่ใช่กลิ่นอายความสะอาดของแอลกอฮอล์ในโรงพยาบาล แต่กลิ่นที่เตะจมูกเธอเวลานี้คือกลิ่นสาบดิน กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวเก่าๆ และกลิ่นคาวจางๆ ของความอดอยาก
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก...
ร่างนี้คือ "หลินซูเหยา" ภรรยาที่สามีซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ส่งเงินมาให้จุนเจือครอบครัว แต่กลับถูกแม่สามีจอมเขมือบและบรรดาญาติสามีสูบเลือดสูบเนื้อจนหมดตัว ยามที่สามีไม่อยู่บ้าน พวกเขาปฏิบัติกับนางและลูกแฝดวัยสามขวบราวกับสัตว์เลี้ยง วันนี้รุนแรงยิ่งกว่าเก่า เมื่อแม่สามีพาคนมาขนข้าวสารกระสอบสุดท้ายที่ก้นถังออกไป นางเอกผู้เป็นเจ้าของร่างเดิมพยายามขัดขวางจึงถูกผลักล้มหัวกระแทกขอบเตียงจนสิ้นลมหายใจ... และวิญญาณของเชฟสาวมือหนึ่งจากโลกปัจจุบันก็เข้ามาแทนที่ในวินาทีนั้นพอดี
"นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่แม่ว่ะ!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลเฉินแผดลั่นพ่นน้ำลายแตกฝอยอยู่ที่หน้าประตูกลอนไม้ผุๆ "ข้าวสารพวกนี้ถือเป็นสินทรัพย์ของตระกูลเฉิน แกไม่มีสิทธิ์เก็บไว้กินคนเดียว ลูกแฝดผอมแห้งใกล้ตายพวกนั้นเลี้ยงไปก็เปลืองข้าวสุก สู้เอามาให้ลูกชายข้ากินบำรุงร่างกายเสียยังดีกว่า!"
ซูเหยาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะมาหลายมื้อ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววเย็นเยียบและเฉียบขาดราวกับคมมีดแล่ปลา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการต่อสู้ในสังเวียนธุรกิจอาหารสอนเธอว่า ความอ่อนแอคืออาหารอันโอชะของคนพาล
"สิทธิ์งั้นหรือ?" ซูเหยาแค่นหัวเราะเสียงต่ำ ก้าวเท้าเดินไปที่ประตูช้าๆ ทว่ามั่นคง นางจ้องมองป้าสะใภ้และแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าบ้านด้วยแววตาดุจพญามาร "สามีข้าส่งเงินเดือนทหารมาให้ทุกเดือนเพื่อเลี้ยงภรรยาและบุตร ไม่ใช่ให้พวกปลิงดูดเลือดอย่างพวกท่านมาขนฉกชิงทรัพย์สินไปยามที่เขาไม่อยู่! ถ้าพวกท่านกล้าแตะต้องกระสอบข้าวสารนั้นแม้แต่เมล็ดเดียว ข้าจะไปฟ้องนายอำเภอให้สอบสวนบัญชีทรัพย์สินที่พวกท่านยักยอกไปทั้งหมด!"
คำขู่ที่ทรงพลังและท่าทีที่เปลี่ยนไปราวคนละคนทำให้สองป้าหลานชะงักกึก ความเกรงกลัวแล่นพล่านในแววตาของอีกฝ่ายชั่วขณะ ก่อนที่แม่สามีจะกรีดร้องโวยวายกลบเกลื่อนความตกใจ
"ว้าย! นังสารเลว กล้าขู่แม่สามีรึ! คนตระกูลเฉินช่างเคราะห์ร้ายที่มีสะใภ้อย่างแก ฟ้าผ่าตายเสียเถอะ!"
ซูเหยาไม่รอให้ยายแก่คนนั้นได้พ่นคำหยาบต่อ นางคว้าด้ามไม้กวาดเก่าๆ ฟาดลงกับพื้นเสียงดังสนั่นจนฝุ่นตลบ พร้อมกับตวาดกลับด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยง "ไสหัวไปให้พ้น! ถ้าภายในสามวิน่ายังไม่เห็นเงาหัวพวกท่าน ข้าจะสาดน้ำล้างกะละมังหมูใส่จริงๆ ด้วย!"
ด้วยความดุดันที่ผิดคาดและการเตรียมพร้อมจะเอาจริง ทำให้แม่สามีและสะใภ้รองต้องถอยกรูดด้วยความอับอายและหวาดกลัว ก่อนจะพากันวิ่งหนีหางจุกตูดพร้อมกับคำด่าทอไล่หลังที่เบาลงเรื่อยๆ
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา ซูเหยาทรุดตัวลงพิงบานประตูอย่างหมดแรง เสียงร้องไห้งอแงด้วยความหิวโหยของเด็กแฝดชายหญิง "เป่าเปา" และ "เป่าเป้ย" ที่หลบอยู่มุมห้องกระชากใจเธอให้เจ็บแปลบ เด็กน้อยทั้งสองเนื้อตัวมอมแมม ผอมแห้งจนเห็นซี่โครง แก้มตอบตอบ ดวงตากลมโตฉายแววหวาดผวา
"ท่านแม่... ข้าหิว..." เป่าเปาวัยสามขวบเอ่ยเสียงสั่น ซุกหน้าเข้ากับอ้อมแขนของน้องสาว
ซูเหยาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นชีวิตนี้ นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้นเอง เสียงกดกริ่งใสๆ ดังก้องขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ราวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ในนิยายไซไฟที่เธอมักอ่านยามว่าง
[ยินดีต้อนรับสู่ระบบ "เชฟเทวดาพิชิตโลกสโลว์ไลฟ์"]
[ตรวจพบสถานะผู้ใช้: วิกฤตความอดอยากระดับ 5]
[ของขวัญต้อนรับสมาชิกใหม่: ปลดล็อก "มิติลับเรือนกระจกและคลังวัตถุดิบไม่จำกัด" พร้อมใช้งานทันที!]
ซูเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ในเมื่อสวรรค์ส่งเธอย้อนเวลากลับมาพร้อมกับอาวุธลับระดับนี้ การใช้ชีวิตในชนบทที่ยากจนข้นแค้นจึงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป สิ่งแรกที่เธอต้องทำไม่ใช่การนั่งรอความช่วยเหลือ แต่คือการเนรมิตมื้ออาหารที่หอมหวลที่สุด เพื่อเรียกคืนรอยยิ้มของลูกแฝด และตบหน้าพวกคนใจร้ายด้วยกลิ่นหอมของอาหารชั้นเลิศ!
เธอรวบรวมเรี่ยวแรงเดินไปเปิดประตูมิติลับในความคิด ทันใดนั้น กลิ่นอายความสดชื่นของสมุนไพรนาน种 พืชผักออร์แกนิกเขียวขจี และเนื้อสัตว์ชั้นดีก็โชยออกมาเตะจมูก มือเรียวบางหยิบแป้งสาลีเนื้อดี ไข่ไก่สด และต้นหอมป่าออกมาจากคลังแสงในมิติตอนเหนือ
ในครัวคับแคบ ควันไฟเริ่มพวยพุ่งขึ้นอีกครั้ง ซูเหยาลงมือ นวดแป้งอย่างคล่องแคล่ว เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังสม่ำเสมอดุจจังหวะดนตรี นางตั้งกระทะเหล็กใบเก่า ใส่น้ำมันหมูลงไปเล็กน้อยจนส่งเสียงฉู่ฉ่า ตามด้วยการโรยต้นหอมสับละเอียดลงบนแผ่นแป้งที่รีดจนบางเฉียบ กลิ่นหอมฟุ้งของแป้งทอดกรอบและต้นหอมคั่วพริกไทยทะลักทะลายพุ่งทะลุรอยแตกของผนังไม้เรือนหลังน้อยกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านท้ายเขา
เวลาผ่านไปเพียงชั่วเคี้ยวหมากคำเดียว กลิ่นหอมอันเย้ายวนใจที่ยากจะต้านทานก็ลอยไปแตะจมูกของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา รวมถึงฝูงคนตระกูลเฉินที่เพิ่งเดินพ้นรั้วบ้านไปหมาดๆ ทั้งหมดต่างพากันหยุดชะงักสูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความฉงนสนเท่ห์
ทว่า ในขณะที่ซูเหยากำลังบรรจงจัดวางแผ่นแป้งทอดกรอบสีเหลืองทองน่ารับประทานลงบนจานดินเผาเพื่อป้อนลูกน้อย เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าคร่ำคร่าที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนนิ่งงัน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางบทแรกไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
- ใบชาหอมหมื่นลี้ -
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในร่างแม่ลูกแฝดที่ถูกทอดทิ้ง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!