"เงินสามสิบตำลึงกับสัญญาแยกบ้าน... ท่านแม่คิดว่าข้อเสนอนี้มากเกินไปหรือครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเฉินมู่หยางดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ในชุดนายทหารที่ยืนบังเงาทับร่างของแม่สามีเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ประตูไม้บานเก่าที่ถูกเคาะเมื่อครู่เปิดผางออกเผยให้เห็นร่างของลุงผู้ใหญ่บ้านและพยานชาวบ้านอีกสองคน ซึ่งหลินซูเหยาเป็นคนแอบส่งสัญญาณให้เด็กแฝดไปตามมาตั้งแต่ก่อนที่แม่สามีจะเริ่มเปิดฉากโวยวายเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว นางไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาสักคำตั้งแต่ร่างของพยานก้าวเข้ามา แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี
แม่สามีตระกูลเฉินหน้าซีดเผือดลงถนัดตา นางไม่คาดคิดว่าบุตรชายคนรองที่เคยหัวอ่อนและส่งเงินเดือนให้ตนเองทุกอีแปะจะกล้าแข็งข้อถึงเพียงนี้ ยิ่งเห็นลุงผู้ใหญ่บ้านถือกระดาษพู่กันเตรียมพร้อมอยู่ด้านหลัง นางก็ยิ่งลนลานจนมือไม้สั่นเทา
"เจ้า... เจ้าเด็กอกตัญญู! ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาจนเติบใหญ่ คิดจะล้างผลาญสมบัติของตระกูลเฉินรึไง!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงพยายามกลบเกลื่อนความผิดปกติ แต่มีหรือที่หลินซูเหยาจะปล่อยให้เกมนี้หลุดมือไป
"ท่านแม่ใจเย็นๆ ก่อนสครับ" หลินซูเหาย่างสามขุมก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างสามี นางส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขาคราหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับผู้ใหญ่บ้านด้วยท่าทีนิ่งสงบ
"ท่านผู้ใหญ่บ้านและพยานทุกท่านครับ/ค่ะ... เอ๊ย ท่านผู้ใหญ่บ้านและพยานทุกท่านครับ พวกเราไม่ได้อกตัญญูและไม่ได้คิดจะล้างผลาญทรัพย์สินใดๆ แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินเบี้ยเลี้ยงทหารที่พี่มู่หยางส่งกลับมาบ้านรวมกันกว่าหนึ่งร้อยตำลึง ถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อบุตรชายคนโตและการสอบจอหงส์ของน้องสามจนหมดสิ้น ครอบครัวของเราสี่คนพ่อแม่ลูกกลับต้องอาศัยอยู่ในเรือนท้ายหมู่บ้านที่หลังคารั่วซึมยามหน้าฝน และกินข้าวต้มเจือจางน้ำจนแทบมองไม่เห็นเม็ดข้าว แบบนี้เรียกว่าความยุติธรรมในตระกูลเฉินหรือครับ"
น้ำเสียงของหลินซูเหยาราบเรียบแต่ทรงพลัง ทุกถ้อยคำมีหลักฐานเป็นบัญชีรายรับรายจ่ายที่นางแอบจดบันทึกและซ่อนไว้ในมิติลับ ถูกดึงออกมากางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มาเป็นพยานดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นตัวเลขที่แท้จริง
ลุงผู้ใหญ่บ้านกวาดสายตามองบัญชีนั้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ สายตาที่มองแม่สามีตระกูลเฉินจึงเปลี่ยนเป็นความรังเกียจอย่างปิดไม่มิด การเอาเปรียบครอบครัวทหารที่ออกไปเสี่ยงชีวิตปกป้องบ้านเมือง ถือเป็นความผิดร้ายแรงทางศีลธรรมในหมู่บ้านแห่งนี้
"สะใภ้รองพูดมีเหตุผล... ตระกูลเฉินทำเกินไปจริงๆ" ชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบกระซาบ
แม่สามีหน้าเขียวสลับม่วง นางพยายามจะคว้ากระดาษบัญชีนั้นมาฉีกทิ้ง แต่เฉินมู่หยางไวรัสกว่า เขาคว้าข้อมือมารดาไว้แน่น แรงกดจากฝ่ามือของนายทหารหนุ่มทำให้แม่สามีร้องโอดครวญออกมา
"เลือกเอาครับท่านแม่... จะเซ็นสัญญาแยกบ้านพร้อมมอบเงินสามสิบตำลึงและที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านให้เราแต่โดยดี หรือจะให้ท่านผู้ใหญ่บ้านนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องที่อำเภอข้อหายักยอกทรัพย์สินของราชการที่ทหารส่งมาจุนเจือครอบครัว" เฉินมู่หยางเอ่ยเสียงเย็นเยียบ แววตาไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม่สามีตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว นางรู้ดีว่าหากเรื่องถึงมูก็รadอำเภอ ตระกูลเฉินจะเสื่อมเสียชื่อเสียงจนลูกชายคนโตหมดสิทธิ์สอบจอหงส์อย่างแน่นอน สุดท้ายนางจึงต้องจำใจหยิบพู่กันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก แล้วจรดลงบนกระดาษสัญญาแยกบ้านอย่างไม่เต็มใจ
ครู่ต่อมา ลายมือชื่อและรอยพิมพ์นิ้วมือถูกประทับลงบนแผ่นกระดาษอย่างสมบูรณ์ หลินซูเหยารับกระดาษแผ่นนั้นมาพินิจดูด้วยรอยยิ้มที่แท้จริง หัวใจดวงน้อยพองโต อิสรภาพที่นางรอคอยมาถึงแล้ว บัดนี้เรือนท้ายหมู่บ้านหลังน้อยและพื้นที่ดินผืนนั้นตกเป็นของพวกนางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านและพยานทุกท่านที่ให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวเราครับ" เฉินมู่หยางประสานมือคำนับผู้อาวุโสทั้งสามอย่างนอบน้อม ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินกลับออกไปปล่อยให้ครอบครัวเล็กๆ ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริง
บรรยากาศในเรือนท้ายหมู่บ้านพลันปลอดโปร่งโล่งสบายราวกับยกภูเขาออกจากอก หลินซูเหยาหันไปมองหน้าสามีที่ยืนมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความรู้สึกผิด ความซาบซึ้ง และความเสน่หาที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
"มองอะไรหรือครับพี่มู่หยาง หน้าฉันมีคราบเขม่าติดอยู่หรือไร" นางเอ่ยแซաբยิ้มๆ พร้อมกับปัดมือเบาๆ ที่ข้างแก้ม
"เจ้า... เปลี่ยนไปมากจริงๆ ซูเหยา" เฉินมู่หยางก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับความอบอุ่นของผู้ชายชาติทหารโชยเข้าแตะจมูก "เจ้าฉลาด เด็ดเดี่ยว และ... งดงามยิ่งกว่าตอนที่เราแต่งงานกันเสียอีก"
หลินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความไม่คุ้นชินกับคำชมตรงไปตรงมาเช่นนี้ นางรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "อย่ามาปากหวานเลยครับ ไป... เด็กๆ คงหิวกันแล้ว วันนี้เรามาฉลองการแยกบ้านด้วยเมนูพิเศษกันดีกว่า"
ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินหายเข้าไปในห้องครัว นางจัดการหยิบวัตถุดิบชั้นดีที่แอบซ่อนไว้ในมิติลับออกมา ทั้งหมูสามชั้นติดมันลายสวยงาม หน่อไม้สดกรอบ และเครื่องเทศหอมกรุ่น แสงไฟจากเตาถ่านส่องประกายสว่างไสว กลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวกับซีอิ๊วเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณเรือนท้ายหมู่บ้าน เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หอมหวานและเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ทว่า... ในขณะที่หลินซูเหยากำลังบรรจงเคี่ยว "หมูสามชั้นตุ๋นหน่อไม้" ในหม้อดินเผาจนน้ำซุปงวดเข้มข้น ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายสอไปไกลถึงสามบ้านแปดบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ...
และในวินาทีนั้นเอง เมื่อประตูรั้วเปิดออก เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหรูหรา ซึ่งควรจะอยู่แต่ในเมืองหลวง กลับก้าวเข้ามาหยุดยืนส่งยิ้มแปลกประหลาดให้หลินซูเหยา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาเฉินมู่หยางชักกระบี่ออกจากฝักแทบไม่ทัน—
"แม่นางหลิน... ข้าเดินทางมาไกลนับร้อยลี้ ก็เพื่อมาลิ้มลองฝีมือทำอาหารของเจ้าตามคำเล่าลือ... เจ้ายังจำสัญญาระหว่างเราได้หรือไม่?"
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" เสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 4
วางแผนแยกบ้าน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!