เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 29

เทคนิคการบริหารของซูเหยา

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงทุบโต๊ะไม้สนลั่น "ปัง!" พร้อมกับเสียงหวีดร้องของเด็กน้อยที่ตกใจ ทำให้บรรยากาศในร้านอาหารเล็กๆ ท้ายหมู่บ้านตึงเครียดขึ้นมาในทันที "หลินซูเหยา! เจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนักนะ! ร้านก็เป็นของตระกูลเฉิน เหตุใดข้าผู้เป็นแม่สามี ถึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้ามาตรวจสอบบัญชี!" ร่างท้วมของแม่สามีตระกูลเฉินยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว สองมือเท้าสะเอวพยายามสร้างความกดดัน ทว่าหลินซูเหยาที่กำลังก้มหน้าคัดแยกบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยพู่กันขนกระต่าย กลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางเพียงแค่วางพู่กันลงอย่างช้าๆ เสียงกระทบกับแท่นหมึกดัง "แกร็ก" เบาๆ แต่กลับทรงพลังพอดึงดูดความเงียบงัดเข้าสู่ห้อง ซูเหยาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางเบาประดับบนมุมปาก ดวงตากระจ่างใสดั่งหยกเย็นมองตรงไปยังหญิงสูงวัยผู้เห็นแก่ตัว "ท่านแม่ ท่านบอกว่าร้านนี้เป็นของตระกูลเฉินอย่างนั้นหรือครับ... อ้อ ไม่สิ เจ้าค่ะ... เอ๊ย ท่านแม่ พูดผิดพูดใหม่ได้นะคร้าบ" นางแสร้งทำเป็นอุทานด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ถ้าข้าจำไม่ผิด ตอนที่พวกเราถูกขับไล่ออกจากบ้านใหญ่โดยไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อ ท่านแม่เป็นคนประกาศิตด้วยตัวเองไม่ใช่หรือว่า 'ตัดขาด' และ 'ไม่ขอเกี่ยวพัน' กับครอบครัวของพวกเราอีก สามีของข้า เฉินมู่หยาง เอาเงินเดือนทหารก้อนสุดท้ายมาซื้อที่ดินผืนนี้ด้วยหยาดเหงื่อของเขาเอง ส่วนสูตรอาหารและหยาดเหงื่อในการปรุงรส... เป็นข้าที่ยืนหน้าเตาถ่านจนผิวพรรณเกือบไหม้เกรียม ตั้งแต่ตีสี่จนถึงยามค่ำคืน ท่านแม่มีส่วนร่วมตรงไหนหรือครับ ถึงกล้ามาทวงสิทธิ์เอาดื้อๆ เช่นนี้?" คำพูดที่ร้อยเรียงอย่างใจเย็นแต่เชือดเฉือนทีละน้อย ทำให้แม่สามีหน้าชาจนเขียวคล้ำ อ้าปากพะงาบๆ หาคำมาเถียงไม่ออก ในขณะนั้นเอง เฉินมู่หยางที่เพิ่งกลับจากการแบกฟืน เดินก้าวเข้ามาในร้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด เขาเดินตรงเข้าไปยืนบังหน้าภรรยาและลูกแฝดทั้งสองเอาไว้ ดวงตาคมกริบมองมารดาตัวเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาไร้เยื่อใย "ท่านแม่... ถ้าท่านมาเพื่อกินอาหาร ข้าจะให้ซูเหยาจัดสำรับที่อร่อยที่สุดให้ แต่ถ้าท่านมาเพื่อก่อกวนและแย่งชิงสิทธิ์ในน้ำพักน้ำแรงของภรรยาผม... ผมคงต้องเชิญท่านกลับบ้านใหญ่ไปเสียตั้งแต่ตอนนี้" น้ำเสียงทุบต่ำของมู่หยางเด็ดขาดและไร้ความลังเล แม่สามีเมื่อเห็นบุตรชายที่นางเคยควบคุมได้ กลับยืนหยัดปกป้องภรรยาอย่างออกนอกหน้า นางจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้ออย่างคับแค้นใจ ถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปพร้อมกับคำขู่ อาฆาตมาดร้ายที่ลอยตามลมมา ความเงียบสงบกลับคืนสู่ร้านอีกครั้ง ซูเหยาถอนหายใจยาวเบาๆ นางหันไปสบตากับสามี ส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความขอบคุณให้เขาก่อนจะเอ่ยขึ้น "ขอบใจท่านพี่นะคร้าบที่ช่วยจัดการ... แต่คนเรา หากินด้วยการพึ่งพาแต่แรงงานและอารมณ์ ย่อมไปได้ไม่ไกล หากเราต้องการให้ธุรกิจ 'ครัวซูเหยา' เติบโตอย่างยั่งยืน เราต้องมี 'ระบบ' และ 'การบริหารจัดการ' ที่รัดกุมกว่านี้" มู่หยางพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ แม้เขาจะเป็นทหารที่เชี่ยวชาญการวางแผนยุทธศาสตร์ในสนามรบ แต่เรื่องการค้าขายและการบริหารจัดการในยามสงบ ภรรยาตัวน้อยของเขากลับมีวิสัยทัศน์ที่ล้ำลึกยิ่งกว่าพ่อค้าคนกลางในเมืองหลวงเสียอีก "ระบบที่ว่าคืออะไรหรือน้องหญิง?" มู่หยางเอ่ยถามด้วยความสนใจ ซูเหยาหยิบกระดาษแผ่นใหม่ออกมา กางลงบนโต๊ะไม้ พร้อมกับอธิบายด้วยแววตาที่เป็นประกาย "การบริหารธุรกิจให้ยั่งยืน มีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ประการด้วยกันคร้าบ อย่างแรกคือ **การบริหารต้นทุน (Cost Management)** เราต้องคำนวณวัตถุดิบทุกขีดทุกชิ้นให้พอดี ไม่ให้มีของเหลือเน่าเสีย อย่างที่สองคือ **การกระจายความเสี่ยง (Risk Diversification)** เราจะไม่พึ่งพารายได้จากการขายอาหารในร้านเพียงอย่างเดียว แต่เราจะแปรรูปสินค้า เช่น 'พริกน้ำมันสูตรพิเศษ' และ 'หมูแดดเดียวรสมือแม่' ใส่ไหจำส่งขายไปยังตลาดในเมืองด้วย" นางหยุดพักจิบชาร้อนๆ ที่มู่หยางรินให้อย่างรู้ใจ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ประการที่สามคือ **การสร้างมาตรฐานรสชาติ (Standardization)** ต่อไปนี้ ไม่ว่าข้าจะอยู่หน้าเตาหรือท่านพี่เป็นคนปรุง เราต้องมีมาตรวัดเครื่องปรุงที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าไม่ว่าจะมากินวันไหน รสชาติก็อร่อยกลมกล่อมเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน และประการสุดท้าย... **การซื้อใจผู้ร่วมงานและชุมชน** เราจะจ้างชาวบ้านยากจนในหมู่บ้านมาช่วยเพาะปลูกผักสวนครัวป้อนให้ร้านเรา เป็นการกระจายรายได้และสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครกล้ารังแกเราอีกหากเราทำให้คนทั้งหมู่บ้านได้ดิบได้ดีไปด้วยกัน" มู่หยางฟังแล้วถึงกับทึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววชื่นชมระคนลุ่มหลงภรรยาตนเองยิ่งขึ้นไปอีก ผู้หญิงคนนี้... รสชาติอาหารของนางวิเศษเป็นเลิศแล้ว สติปัญญาและวิสัยทัศน์ของนางยังเฉียบคมราวกับกุนซือผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ยามบ่าย แสงแดดอุ่นสาดส่องกระทบกับลานบ้าน ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงควบม้าฝุ่นตลบก็ดังสนั่นมาจากปากทางหมู่บ้าน รถมาหลวงหรูหราคันใหญ่ติดตราสัญลักษณ์ตระกูลขุนนางทรงอิทธิพลในเมืองหลวง หยุดกงอยู่ที่หน้าร้าน "ครัวซูเหยา" ของพวกเขา ประตูกล่องรถเปิดออกอย่างช้าๆ หญิงสาวในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองชั้นดี ใบหน้างملงงดงามทว่าเย็นชาราวกับน้ำแข็งก้าวลงมา นางกวาดสายตามองร้านค้าเล็กๆ ด้วยความดูแคลน ก่อนจะโบกพัดหยกในมือแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่ได้ยินไปทั่วบริเวณ "ใครคือเจ้าของร้านที่กล้าปฏิเสธคำสั่งซื้อ 'หม้อไฟสมุนไพร' ของท่านแม่ทัพใหญ่เมื่อวานนี้... ออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!" หลินซูเหยากับเฉินมู่หยางสบตากันทันที รอยยิ้มที่มุมปากของซูเหยาปรากฏขึ้นอีกครั้ง... ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มละมุนละไมอย่างเคย แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เหยื่อกำลังเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจเอง *(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ใบชาหอมหมื่นลี้" มาโดยตลอดนะครับ)*
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%