เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อหนาดังสนั่นจนถ้วยชาเซรามิกบนขอบหน้าต่างสั่นสะเทือน หลินซูเหยาไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ดวงตากลมโตของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับการใช้มีดปังตอเล่มคมกริบสับกระดูกหมูชิ้นโต เสียง "ฉับ! ฉับ!" ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สะท้อนความมั่นใจที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ด้วยเสียงคำรามของใครหน้าไหน
"ซูเหยา! เจ้าทำเกินไปแล้วนะ!" เสียงแหลมสูงของแม่สามีตระกูลเฉินแผดลั่นห้องโถงเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ดวงตาคู่เล็กจ้องมองเข่งไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยแป้งหมั่นโถวขาวนวลและกล่องอาหารสเตนเลสเงางามนับสิบกล่อง ซึ่งเตรียมไว้ส่งให้สหกรณ์การเกษตรประจำอำเภอในเช้าวันนี้
เฉินมู่หยางก้าวเท้าเข้ามาขวางมารดาของตนไว้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดประจำการชั่วคราวยืนหยัดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบเหลือบมองมารดาด้วยแววตาเย็นชาไร้ก้นบึ้ง "ท่านแม่ ที่นี่คือบ้านของข้ากับซูเหยา หากท่านยังส่งเสียงโวยวายรบกวนเวลาทำงานของนางอีก เชิญกลับเรือนใหญ่ไปเสียเถอะครับ"
"เจ้า... เจ้าลูกอกตัญญู!" แม่สามีชี้หน้าบุตรชายตัวดีตัวสั่นเทา "ตั้งแต่แต่งงานกับนังตัวดีนี่ เจ้าก็ไม่เคยเห็นหัวแม่ผู้ให้กำเนิดอีกเลย! สินค้าพวกนี้ สูตรอาหารพวกนี้ มันควรจะเป็นสมบัติของตระกูลเฉิน ไม่ใช่มาผูกขาดรวยอยู่แค่ครอบครัวพวกเจ้าสองคนผัวเมีย!"
หลินซูเห่าวางมีดลงช้าๆ นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าแววตากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามค่ำคืน "สมบัติของตระกูลเฉินหรือครับ คุณแม่สามี? น่าขันเสียจริง ตอนที่ท่านไล่พวกเราออกมาจากเรือนใหญ่ พร้อมกับข้าวสารก้นถังเพียงครึ่งกระสอบกับลูกแฝดสองคนป่วยไข้ ท่านเคยคิดบ้างไหมว่านี่คือคนตระกูลเดียวกัน?"
คำพูดราบเรียบแต่เชือดเฉือนนี้ทำให้แม่สามีสะอึกจนหน้าดำหน้าแดง จะอ้าปากเถียงก็ไร้คำพูดมารองรับ เพราะชาวบ้านนับสิบชีวิตที่มายืนออกันอยู่หน้าลวดหนามรั้วบ้านต่างส่งเสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดา แต่เป็นวันที่คณะกรรมการปฏิรูปเศรษฐกิจระดับอำเภอเดินทางมาตรวจเยี่ยม "ครัวต้นแบบประจำหมู่บ้าน" ซึ่งหลินซูเหยาเป็นผู้ริเริ่มนำเอาผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นเมนูอาหารท้องถิ่นรสเลิศ จนสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนยากจนในหมู่บ้านมีกินมีใช้ ไม่ต้องอดอยากปากแห้งอีกต่อไป
รถจี๊ปสีเขียวเข้มของทางการแล่นมาจอดสนิทหน้าบ้านพัก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของชาวบ้าน ท่านหัวหน้าคณะกรรมการปฏิรูปเขตพิเศษก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เดินตรงดิ่งมายังซุ้มครัวสะอาดสะอ้านของหลินซูเหยาโดยไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของแม่สามีที่ถอยร่นไปหลบอยู่มุมเสา
"คุณหลินซูเหยาใช่ไหมครับ?" ท่านหัวหน้าคณะกรรมการเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงกังวาน "ทางอำเภอได้รับรายงานเรื่อง 'โครงการครัวชุมชนอิ่มท้อง' ของคุณแล้ว เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าคุณคือบุคคลตัวอย่างในยุคปฏิรูปนี้อย่างแท้จริง สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยสองมือและฝีมือปลายจวักได้อย่างยอดเยี่ยม"
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวจากชาวบ้านที่มารุมล้อม หลินซูเหยาโค้งศีรษะรับด้วยความนอบน้อมแต่มั่นใจ นางผายมือเชิญคณะกรรมการเข้าไปยังโต๊ะรับรอง ซึ่งจัดเตรียมน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจและของว่างฝีมือตนเองไว้ต้อนรับ
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ... เอ่อ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับท่านหัวหน้า" หลินซูเหยาเกือบเผลอหลุดคำพูดสมัยใหม่ แต่ก็ปรับน้ำเสียงให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างแนบเนียน "ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากดิฉัน... ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวหรอครับ แต่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องในหมู่บ้าน ที่ช่วยกันปลูกผักปลอดสารพิษ และไว้ใจให้ข้าพเจ้าได้นำวัตถุดิบเหล่านี้มาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่ทรงคุณค่า"
เฉินมู่หยางยืนมองภรรยาด้วยความภาคภูมิใจล้นปรี่ มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความรักและสนับสนุนอย่างเปิดเผย ภาพลักษณ์ของอดีตภรรยาที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงแม่บ้านตกอับ บัดนี้ได้กลายเป็น "สตรีผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น" ไปเสียแล้ว
แม่สามีที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ริมรั้ว พยายามจะแทรกตัวหนีกลับบ้านเพราะความอับอาย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นขวางไว้ด้วยรอยยิ้ม "คุณป้าครับ ทางอำเภอกำลังจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ครอบครัวตัวอย่าง คุณป้าในฐานะมารดาของนายทหารผู้เสียสละและแม่สามีของบุคคลตัวอย่าง เชิญมาร่วมเป็นสักขีพยานด้านหน้าเถอะครับ"
ใบหน้าของคนแก่วัยทองร้อนผ่าวราถูกตบด้วยความจริงอันเจ็บปวด นางไม่กล้าสบตาใครได้แต่อับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองความสำเร็จระดับท้องถิ่น หลินซูเหยาขอตัวปลีกตัวมายังเตาไฟหลังบ้าน เพื่อเตรียมเมนูไฮไลต์สำหรับเลี้ยงรับรองคณะกรรมการและชาวบ้านในเที่ยงนี้ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ไอความร้อนจากหม้อตุ๋นดินเผาขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม
นางเปิดฝาหม้อออก ช้อนฟองอากาศสีขาวเนียนออกอย่างประณีต เผยให้เห็น "ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนน้ำแดง" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม เนื้อหมูหลุดออกจากกระดูกแทบจะทันทีที่สัมผัสกับลิ้น น้ำซุปสีอำพันเข้มข้นส่งกลิ่นหอมหวลของรากบัว พุทราจีน และโสมป่าเตะเข้าจมูกของทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนน้ำลายสอ
ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจของอาหารจานเด็ดที่พร้อมเสิร์ฟ ลูกน้องคนสนิทของเถ้าแก่โรงงานค้าส่งอาหารจากในเมืองก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาหลินซูเหยา พร้อมกับกระดาษสัญญาฉบับใหม่ที่สั่นเทาในมือ
"คุณซูเหยาแย่แล้วครับ! สัญญาผูกขาดสินค้าล็อตแรก... ถูกเถ้าใหญ่จากมณฑลข้างเคียงเสนอราคาตัดหน้าให้สูงกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว! พวกเขาต้องการซื้อสูตรอาหารทั้งหมดของคุณไปทันที!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ใบชาหอมหมื่นลี้" มาโดยตลอดนะครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 35
ความสำเร็จระดับท้องถิ่น
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!