ตั๋วไม้ไผ่สามใบถูกวางลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาของโรงเตี๊ยมประจำเมืองอย่างเป็นระเบียบ เสียงกุ๊งกิ๊งของพวงกระดิ่งทองเหลืองที่ข้อเท้าของสัตว์ป่าแปลกตา ดังแว่วมาจากลานจัดแสดงด้านนอก ผสมผสานกับกลิ่นอายของเต้าหู้ทอดร้อนๆ และกลิ่นอายสาบจางๆ ของสัตว์ใหญ่ ทำให้บรรยากาศในเมืองใหญ่คึกคักแตกต่างจากความเงียบสงบที่ท้ายหมู่บ้านอย่างสิ้นเชิง
"ท่านพ่อ... เจ้าตัวมีขนปุยสีส้มตัวนั้น มันกำลังกินลูกท้อด้วยล่ะครับ!"
เสียงเล็กๆ ของเจ้าแฝดคนน้องร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับขณะเขย่งปลายเท้าเกาะขอบลูกกรงไม้ไผ่หนาแน่น เฉินมู่หยางย่อตัวลงโอบไหล่บุตรชายทั้งสองด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างจัดกระเป๋าผ้าใบย่อมที่บรรจุขวดน้ำและขนมเปี๊ยะไส้พุทราจีนสูตรพิเศษ ซึ่งหลินซูเหยาเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ เมื่อรุ่งสาง
หลินซูเหยาในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีสีครามปักลวดลายใบท้อเรียบง่าย ปัดฝุ่นที่เกาะตามชายเสื้อของสามีเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง "อย่าเข้าใกล้กรงเกินไปนะลูก เจ้าลิงพวกนั้นมือไว นักท่องเที่ยวคนก่อนเพิ่งโดนแย่งหมวกฟางไปหมาดๆ ครับ"
การพาเด็กๆ เข้ามาเที่ยวชมสวนสัตว์ในเมืองใหญ่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การพักผ่อนหย่อนใจตามประสาครอบครัวทั่วไป แต่เป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าที่เฉินมู่หยางตั้งใจมอบให้ภรรยาและลูก หลังจากผ่านพ้นศึกคดีความและการกลั่นแกล้งจากแม่สามีตระกูลเฉินที่พยายามเข้ามาปั่นป่วนชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้ในท้ายที่สุด หญิงชราผู้เห็นแก่ตัวผู้นั้นจะถูกตอกกลับด้วยหลักฐานบัญชีการค้าและสัญญาเช่าที่ดินจนต้องถอยร่นกลับไปอย่างไร้ข้ออ้าง แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าในแววตาของซูเหยาก็เป็นสิ่งที่มู่หยางล่วงรู้ดี
นายทหารหนุ่มกุมมือเรียวของภรรยาไว้หลวมๆ ขณะเดินตามหลังเด็กๆ ที่วิ่งนำไปดูเสือดาวหิมะ "เจ้ารู้สึกดีขึ้นบ้างไหม... ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ท้ายหมู่บ้าน เจ้ายังไม่เคยพาตัวเองออกมาเดินเที่ยวเล่นในเมืองอย่างผ่อนคลายเช่นนี้เลย"
ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของสามี รอยยิ้มละมุนปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ขอบคุณท่านพี่ที่จัดสรรเวลาให้... การได้เห็นรอยยิ้มของลูกๆ และได้กลิ่นอายชีวิตชีวาของผู้คนในเมือง ทำให้ข้าตระหนักว่า โลกภายนอกแปลงแปลงไปมากทีเดียว ไม่เหมือนกับในความทรงจำเดิมเลยสักนิด"
คำว่า 'ความทรงจำเดิม' ทำให้มู่หยางชะงักไปเล็กน้อย แม้เขาจะไม่เคยซักไซ้ถึงที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในตัวภรรยา—จากการเป็นหญิงสาวขี้ขลาดตาขาวและยอมคน กลายมาเป็นแม่ครัวมือฉกาจผู้เฉียบขาดและมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว—แต่เขากลับยิ่งลุ่มหลงในตัวตนปัจจุบันของนางจนถอนตัวไม่ขึ้น มือหนาบีบกระชับมือของนางแน่นขึ้นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น
ทว่า ความสงบสุขของวันพักผ่อนมักมีเรื่องราวไม่คาดฝันแทรกตัวเข้ามาเสมอ
ระหว่างที่พวกเขากำลังหยุดยืนพักเหนี่ยวใต้ร่มเงาของต้นจันทน์ผาขนาดใหญ่ เพื่อรอให้เด็กๆ ดื่มน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ เสียงเอะอะโهاดโผนก็ดังขึ้นบริเวณทางเข้าลานแสดงนกยูง
"หลบไป! หลบไปให้พ้นนะเจ้าพวกชาวบ้านนอกคอกนา! รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ถึงกล้ามาขวางทางเดินของคุณชายรองตระกูลจู!"
น้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนดังแทรกฝูงชนเข้ามา หลินซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย นางหันไปมองตามต้นเสียงและพบกับร่างท้วมของแม่สามีตระกูลเฉิน ซึ่งบัดนี้แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีฉูดฉาดเกินวัย โดยมีชายหนุ่มท่าทางเจ้าสำราญแต่งตัวด้วยอาภรณ์หรูหราเดินคลอเคลียอยู่ข้างกาย—นั่นคือคุณชายรองตระกูลจู ผู้มีชื่อเสียงในทางลบเรื่องการกว้านซื้อที่ดินและรีดนาทาเร้นชาวบ้าน
หลินซูเหยาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ผิดกับเฉินมู่หยางที่ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตของนายทหารสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ
แม่สามีที่กำลังเดินเชิดหน้าชูตาหัวร่อต่อกระซิกกับคุณชายจู ชะงักกึกเมื่อหันมาสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของบุตรชายคนรองและสะใภ้ที่นางเคยคิดจะเหยียบย่ำให้จมดิน รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสูงวัยแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนความละอายใจระคนกัน
"ทะ... ทำไมพวกเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่!" แม่สามีโพล่งออกมาเสียงดังลั่น จนผู้คนรอบข้างหันมามอง
ซูเหยาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ท่วงท่าองอาจและมั่นใจราวกับนางพญาผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ในกำมือ สายตาคู่นคมองกราดตั้งแต่หัวจรดเท้าของคุณชายรองตระกูลจู ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของอดีตแม่สามี
"สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไม่ได้เขียนป้ายห้ามสามัญชนเข้ามารับลมชมวิวเสียหน่อยนี่ครับท่านแม่... หรือว่าท่านแม่เกรงว่า หากผู้คนแถวนี้รู้ว่า ท่านกำลังเกาะแข้งเกาะขาคุณชายตระกูลจูเพื่อหวังฮุบเงินก้อนโต จะทำให้ชื่อเสียงที่เพียรสร้างมาป่นปี้เสียหมดกันเล่า?" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกคำพูดดังขึ้นจากปากของซูเหยา
คุณชายรองตระกูลจูขมวดคิ้วมุ่น ชำเลืองมองสามีภรรยาตระกูลเฉินด้วยแววตาดูแคลน "นี่หรือสะใภ้บ้านนอกที่เจ้าเคยเอาไปนินทาให้ข้าฟังว่าหัวอ่อนและยอมให้สูบเงินได้ตามใจชอบ? ดูท่าทางแล้ว... นางไม่ได้โง่เง่าอย่างที่เจ้าพูดเลยสักนิด!"
แม่สามีหน้าถอดสี รีบละมือออกจากแขนของคุณชายจู ละล่ำละลักแก้ตัว "คุณชายจู อย่าไปฟังนังตัวดีนี่นะเจ้าคะ มันเป็นแค่แม่ครัวท้ายหมู่บ้านที่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงชาวบ้าน..."
"พอได้แล้ว!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเฉินมู่หยางดังขัดขึ้นเพียงคำเดียว แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตา นายทหารหนุ่มก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยาและลูกน้อย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย
"ตระกูลเฉินของเราตัดขาดความสัมพันธ์กับท่านไปตั้งแต่วันที่ท่านพยายามเอาสัญญาที่ดินของซูเหยาไปจำนองเล่นการพนันแล้ว นับจากวันนี้เป็นต้นไป ท่านจะไปเกาะใครกิน หรือจะขายศักดิ์ศรีของตนเองแลกกับเงินทองอย่างไร ก็เป็นเรื่องของท่าน... แต่อย่าได้บังaานเข้ามาล้ำเส้นครอบครัวของผมอีกเป็นอันขาด"
คำประกาศกร้าวที่เฉียบขาดและหนักแน่น ทำให้แม่สามีถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความตกตะลึง นางไม่คาดคิดว่าบุตรชายที่เคยเชื่อฟังนางมาตลอด จะกล้าตัดขาดนางต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ส่วนคุณชายรองตระกูลจูเมื่อเห็นท่าไม่ดีและไม่อยากมีเรื่องกับนายทหารที่มีกลิ่นอายอันตราย จึงสะบัดชายเสื้อเดินหนีหายไปกับฝูงชนอย่างรวดเร็ว
หลินซูเหยาไม่ได้สนใจสภาพน่าสมเพชของอดีตแม่สามี นางเพียงแต่เอื้อมมือไปจับมือหนาของสามีไว้เบรกความโกรธ พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้บุตรชายทั้งสองที่ยืนเกาะชายเสื้ออยู่
"เรื่องน่ารำคาญจบลงแล้ว... พวกเราไปกินบะหมี่เนื้อตุ๋นน้ำใสร้านริมน้ำกันดีกว่าครับท่านพี่ ข้าได้ยินมาว่าน้ำซุปของที่นั่นเคี่ยวด้วยกระดูกวัวนานถึงสิบสองชั่วยาม รสชาติคงจะกลมกล่อมถูกใจเด็กๆ เป็นแน่"
ซูเหยาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงรื่นเริงราวกับไม่มีเหตุการณ์น่าหงุดหงิดเกิดขึ้นเมื่อครู่ มู่หยางมองใบหน้าละมุนของภรรยา ความโกรธเกรี้ยวในใจมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นล้นปรี่ที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่
พวกเขาก้าวเดินจากไป ทิ้งให้แม่สามีผู้โลภมากนั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่ท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาของผู้คนในเมือง
ทว่า ในขณะที่ครอบครัวสุขสันต์กำลังเดินลัดเลาะผ่านตรอกแคบๆ ใกล้กับท่าเรือ เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านบะหมี่ชื่อดัง กลิ่นหอมฉุนกึกของเครื่องเทศแปลกประหลาด—กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างพริกเสฉวนคั่วไฟอ่อนและรากโสมป่าอายุหลายร้อยปี—ก็ลอยล่องมาตามสายลมปะทะเข้ากับปลายจมูกของซูเหยาอย่างจัง
ฝีเท้าของหญิงสาวหยุดชะงักกึกทันที นางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่ากลิ่นนี้ไม่ได้มาจากร้านอาหารทั่วไป แต่มาจากซอกตึกมืดทึบที่มีป้ายไม้เก่าแก่ขึ้นสนิมแขวนไว้ลางๆ ว่า... *'โรงประมูลสมุนไพรลับแห่งแคว้นเจียง'* และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นอายนั้นช่างคุ้นเคยราวกับวัตถุดิบในมิติลับของนางเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มในทุกๆ บทตอนกับ "ใบชาหอมหมื่นลี้" นะครับ
เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน•ตอนที่ 36
วันพักผ่อนของครอบครัว
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูปรุงรักของอดีตนางร้ายที่ผันตัวมาเป็นแม่ครัวท้ายหมู่บ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!