กลิ่นออนเซ็นเจือจางในห้องรับรองพิเศษผสมผสานกับความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศ จนทำให้ผิวหนังรู้สึกชาหนึบ ทว่านั่นยังไม่น่ากังวลเท่ากับบรรยากาศการกดดันทางจิตวิทยาที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้า
กรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องมองร่างของบูรพาที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย ชายผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยเหยียบย่ำชีวิตผู้คนมานักต่อนัก บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ แม้แววตาจะพยายามซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้รอยยิ้มฝฝืน แต่กรินทร์รู้ดีว่ากำแพงที่บูรพาสร้างขึ้นกำลังพังทลายลงทีละน้อย
"คุณจำไม่ได้จริงๆ หรือครับ... บูรพา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจคนฟังจนแทบหยุดหายใจ "ความทรงจำในวัยแปดขวบใต้ต้นจามจุรีใหญ่หลังคฤหาสน์หลังเก่า ที่ที่คุณกับพี่ชายฝังกล่องเหล็กใบเล็กไว้... รหัสผ่านสี่หลักที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ นอกจากคนที่เคยยืนอยู่ ณ จุดนั้น"
บูรพาแค่นجหัวเราะในลำคอ พยายามดึงศักดิ์ศรีครั้งเก่าก่อนกลับคืนมา "แกคิดว่าเรื่องเล่าไร้สาระในวัยเด็ก จะมีค่าพอให้ฉันต้องเอาชีวิตมาแลกงั้นรึ กรินทร์?"
"มันไม่ใช่เรื่องเล่า แต่มันคือจุดเริ่มต้นของนรกที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นต่างหาก" ลลิลที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟสลัว เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่สะสมมานานแรมปี "ความทรงจำวัยเด็กมักซื่อตรงเสมอ บูรพา... โดยเฉพาะความกลัวฝังใจที่คุณพยายามลบมันออกจากสมอง แต่ยิ่งคุณพยายามลืม มันยิ่งฝังรากลึก"
กรินทร์ผ่อนลมหายใจช้าๆ เขารู้ดีว่าการใช้กำลังกับคนอย่างบูรพารังแต่จะทำให้ความลับตายไปกับปากของอีกฝ่าย มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะกระชากความจริงออกมาได้ นั่นคือการบีบให้บูรพาต้องเผชิญหน้ากับปีศาจในวัยเด็กของตนเองอีกครั้ง
นิ้วเรียวยาวของกรินทร์เคาะลงบนโต๊ะไม้สักเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนในห้อง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"เสียงฝนในคืนเดือนมืดวันที่สิบสอง เดือนพฤศจิกายน..." กรินทร์เริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังท่องบทสวดส่งวิญญาณ "เสียงฟ้าร้องที่ทำให้เด็กชายคนหนึ่งวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่า และเสียงกุญแจล็อกประตูดังจากด้านนอก... คุณจำเสียงนั้นได้ไหมครับ บูรพา? เสียงของคนที่คุณทรยศเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด"
ดวงตาของบูรพาเบิกโพลง ร่างกายกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพอดีตที่พยายามฝังกลบมานานหลายทศวรรษถูกกระชากขึ้นมาสู่แสงสว่างอย่างไร้ความปรานี เสียงหอบหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด
"หยุด... หยุดพูดเดี๋ยวนี้!" บูรพาคำรามเสียงแหบพร่า มือสั่นเทวจนต้องกำหมัดแน่นเพื่อซ่อนอาการตื่นตระหนก "แกไม่มีทางรู้... แกไม่มีทางรู้เรื่องนั้น!"
"ทำไมผมจะไม่รู้ ในเมื่อคนที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินคืนนั้น... ไม่ใช่แค่พี่ชายของคุณคนเดียว" กรินทร์โน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาประสานกับบูรพาตรงๆ แววตาของกรินทร์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกแปลงเป็นความแค้นอันเยือกเย็น "และรหัสผ่านสี่หลักที่คุณกำลังตามหาคำตอบจากมัน เพื่อเข้าถึงบัญชีลับทั้งหมด... มันไม่ใช่ตัวเลขวันเกิด แต่มันคือจำนวนครั้งที่พี่ชายของคุณทุบประตูก่อนที่เสียงนั้นจะเงียบหายไปตลอดกาล"
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของทุกคนที่เต้นระรัว
บูรพานั่งนิ่งค้างไปราวกับรูปปั้น ริมฝีปากสั่นระริก สมองของเขากำลังประมวลผลย้อนกลับไปยังห้วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต ตัวเลขสี่หลักที่ติดอยู่ในหัวมาตลอดชีวิต บัดนี้มันมีความหมายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
"สี่... สาม... สอง..." ลลิลเริ่มนับถอยหลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ความปรานี "ถ้าคุณไม่พูดตอนนี้ กรินทร์คงไม่มีความอดทนพอที่จะเก็บคุณไว้ให้อายุนานกว่านี้อีกแล้วนะ6ครับ" (ขออภัยในความเผลอไผล... ขอแก้ไขตามระเบียบ: อีกแล้วนะครับ)
บูรพาหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาไหลรินออกจากหางตาอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับคนไร้หัวใจอย่างเขา ริมฝีปากที่แห้งผากขยับน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยตัวเลขสี่หลักออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"แปด... สี่... ศูนย์... หนึ่ง..."
กรินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างเนียบกริบ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ลลิล
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ รหัสผ่านที่สามารถปลดล็อกเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดอยู่ในมือแล้ว ทว่าในวินาทีที่กรินทร์กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตเพื่อโอนถ่ายข้อมูลขั้นสุดท้าย เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง พร้อมๆ กับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ดังมาจากชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้โคมไฟระย้าแกว่งไกวอย่างรุนแรง
ก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูห้องรับรองก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงระเบิด ร่างของชายชุดดำนับสิบคนพรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือผู้ที่ก้าวเท้าเข้ามาเป็นคนสุดท้าย... คนที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ในหลุมศพเมื่อสามปีก่อน
"ทำได้ดีมาก กรินทร์... ที่ช่วยฉันรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้เสร็จสมบูรณ์" เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยทักทาย พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของกรินทร์
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 30
กุญแจรหัสลับ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!