กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มราคาแพงลอยวนอยู่ทั่วห้องทำงานกว้างในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ดูโดดเดี่ยว กรินทร์ไม่ได้สนใจจอกกาแฟที่เย็นชืดตรงหน้า สายตาคมกริบของเขายังคงจดจ่ออยู่กับกองเอกสารลับที่เพิ่งถูกส่งมาผ่านช่องทางใต้ดิน ทว่า สัญชาตญาณดิบภายในกายกลับส่งเสียงเตือนภัย—บางสิ่งบางอย่างในความเงียบสงบยามนี้ผิดปกติไปจากทุกค่ำคืน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะจะโคน ไร้ซึ่งความลังเล และนั่นคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดสำหรับชายผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชน
"เข้ามาได้ ประตูไม่ได้ล็อกครับ" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท นัยน์ตาสีเข้มยังคงไม่ละไปจากกระดาษแผ่นสุดท้าย
บานประตูกลไม้สักทองค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของลลิล เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก ทว่าใบหน้าสวยคมกลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในมือเรียวของเธอกำแท็บเล็ตเครื่องบางไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"ฉันเพิ่งเช็คระบบวงจรปิดรอบนอก..." ลลิลเริ่มต้นโดยไม่รอให้กรินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงราวกับเกรงว่าผนังห้องจะมีหู "มีสัญญาณรบกวนแปลกปลอมในคลื่นวิทยุ... และที่แย่กว่านั้น เซ็นเซอร์จับความร้อนที่มุมอับทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เพิ่งถูกตัดขาดอย่างแนบเนียน"
กรินทร์เงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวคู่คิด ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วครู่ ไม่มีคำอุทานด้วยความตกใจ ไม่มีท่าทีลนลาน มีเพียงสมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับฟันเฟืองจักรกลชั้นดี
"เงียบกริบจนเกินไปใช่ไหมครับ" กรินทร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นความเยือกเย็นอันตราย "คนที่ส่งคนมาในคืนนี้... ไม่ได้ต้องการจะปล้นชิงเอกสาร หรือแม้แต่จะเอาชีวิตเราในทันที"
"แล้วพวกเขาต้องการอะไร?" ลลิลขยับเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน วางแท็บเล็ตลงเพื่อให้กรินทร์เห็นหน้าจอที่แสดงแผนผังอาคาร จุดสีแดงกะพริบไหวอยู่บริเวณระเบียงชั้นสอง ซึ่งเป็นจุดที่เข้าถึงได้ยากที่สุด
"การหยั่งเชิง" กรินทร์ตอบทันควัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังมองทะลุผ่านความมืดออกไปข้างนอก "บูรพาไม่ได้ส่งมือสังหารมืออาชีพมาเพื่อสังหารเรา... เขาแค่ส่ง 'หมากตัวแรก' มาเพื่อดูว่าเราจะตอบสนองอย่างไรเมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าหมายแล้ว"
คำว่า 'บูรพา' หลุดออกมาจากริมฝีปากของกรินทร์ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาล ชื่อของผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังความเน่าเฟะทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเงาชิ้นใหญ่ที่ทาบทับลงมาบนทุกย่างก้าวของพวกเขา การเคลื่อนไหวทุกครั้งนับจากนี้มีความหมายถึงความเป็นความตาย
ณ ระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์... ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่ง สายลมยามดึกพัดพาเอาความหนาวเหน็บเข้ามาปะทะผิวกาย ทว่า ณ มุมมืดหลังเสาหินอ่อนสลักลาย เงาร่างหนึ่งกำลังแนบกายอยู่กับความมืดอย่างไร้สุ้มเสียง ลมหายใจถูกควบคุมให้อ่อนเบาที่สุด ดวงตาทั้งคู่จดจ้องมองผ่านรอยแยกของผ้าม่านโปร่งเข้ามาภายในห้องทำงานของกรินทร์
ชายปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล เขากำลังถืออุปกรณ์รับสัญญาณขนาดเล็กในมือ หน้าจอดิจิทัลขนาดจิ๋วแสดงค่าข้อมูลที่ถูกดูดซับมาจากระบบภายในของคฤหาสน์ ภารกิจของเขาไม่ใช่การสังหาร แต่มันคือการเก็บข้อมูล ปักหมุด และทดสอบระบบป้องกันของเหยื่อ
ทว่า เขากลับประเมิน 'เหยื่อ' รายนี้ต่ำเกินไป
แกร็ก!
เสียงก้าวเท้าที่ดังขึ้นอย่างจงใจเบาหวิวจากด้านหลัง ทำให้มือสังเกตการณ์สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เขาหมุนตัวกลับพร้อมกับชักมีดพกสั้นออกจากฝักในเสี้ยววินาที แต่ความเร็วนั้นยังช้ากว่ากรินทร์อยู่ก้าวหนึ่ง
ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทจ่อตรงเข้าที่หว่างคิ้วของชายชุดดำอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความลังเล ปลายนิ้วชี้ของกรินทร์แตะอยู่บนไกปืน พร้อมจะลั่นไกได้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของผมครับ" กรินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าลมหนาวภายนอก "แขกยามวิกาลมักจะได้รับความต้อนรับที่ดีเสมอ... ถ้าหากพวกเขามาตามตรอกประตู ไม่ใช่ปีนระเบียงเข้ามาแบบนี้"
มือสังเกตการณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผม แม้ใบหน้าของเขาจะถูกอำพรางด้วยหน้ากากผ้าสีดำ แต่แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์กลับสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่คิดเลยว่าเป้าหมายจะรู้ตัวและดักรออยู่ก่อนแล้ว
"แก..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากลำคอของชายแปลกหน้า "แก... รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?"
กรินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทว่าดวงตาสีเข้มกลับกวาดมองสำรวจอุปกรณ์ในมือของอีกฝ่าย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าคมคาย
"ฝากบอกนายของแกด้วยนะครับ... ว่าเกมกระดานนี้ สนุกกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยอำนาจครอบงำ "และบอกเขาด้วยว่า หมากตัวต่อไป... ฉันจะเป็นคนเดินเอง"
สิ้นคำพูดนั้น กรินทร์ไม่ได้เหนี่ยวไกปืนตามที่อีกฝ่ายหวาดกลัว แต่เขากลับพลิกข้อมือใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของมือสังเกตการณ์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ร่างของชายชุดดำทรุดฮวบลงหมดสติไปกับพื้นหินอ่อนทันที โดยไร้ซึ่งเสียงร้อง
ลลิลที่เดินตามออกมาจากห้องทำงานทันเวลาพอดี ก้มลงมองร่างที่หมดสติไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกรินทร์ด้วยความกังวล "เขาเป็นแค่ลูกสมุนปลายแถว... บูรพาคงส่งมาลองเชิงจริงๆ อย่างที่คุณว่า"
"ใช่ครับ" กรินทร์เก็บปืนเข้าที่ซองพกใต้เสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตาทอดมองออกไปไกลยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง "แต่การที่มันส่งคนมาในคืนนี้... แปลว่ามันรู้พิกัดคร่าวๆ ของเราแล้ว และการปะทะกันครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นเร็วกว่าที่เราคาดไว้"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้มลงตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตกอยู่ข้างกายของเชลย จู่ๆ หน้าจอขนาดเล็กบนอุปกรณ์นั้นก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการควบคุม ข้อความตัวอักษรสีแดงสดปรากฏขึ้นบนหน้าจอมืดสนิททีละตัวอักษรอย่างช้าๆ
*‘ยินดีด้วยที่ผ่านบททดสอบแรก... กรินทร์’*
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ทันตั้งตัว สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกัน พร้อมๆ กับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ดังมาจากบริเวณประตูทางเข้าหลักด้านหน้า แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างรอบด้านแตกร้าวเป็นทางยาว
ลลิลหน้าถอดสี รีบหันกลับไปมองที่แท็บเล็ตในมือซึ่งตอนนี้ระบบเครือข่ายทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยหน้าจอสีดำสนิท มีเพียงสัญลักษณ์รูป 'งูพันกุญแจ' ปรากฏขึ้นเด่นชัด—ตราประจำตัวของบูรพา
"กรินทร์... ระบบป้องกันทั้งหมดถูกแฮกจากภายนอก!" ลลิลตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัย "พวกมันไม่ได้ส่งแค่คนมาลองเชิง... แต่มันส่งกองกำลังชุดใหญ่มาปิดล้อมเราไว้หมดแล้ว!"
กรินทร์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่างคฤหาสน์ตอนนี้ รถยนต์สีดำนับสิบคันกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจอดปิดล้อมทุกทางเข้าออก ประตูรั้วเหล็กถูกระเบิดจนพังยับเยิน และแสงไฟจากไฟฉายแรงสูงนับสิบคันสาดส่องขึ้นมายังระเบียงที่พวกเขายืนอยู่
ทว่า ในสถานการณ์ที่คับขันที่สุด รอยยิ้มมุมปากของกรินทร์กลับยิ่งเด่นชัดขึ้น ความตื่นเต้นเร้าใจฉายชัดในแววตาคู่นั้นราวกับเสือร้ายที่กำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้าปากถ้ำ
เขายื่นมือไปหยิบมีดพกสั้นของมือสังเกตการณ์ขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะหันไปสบตากับลลิลด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
"ดีครับ..." กรินทร์กระซิบแผ่วเบา ท่าاصมกลางเสียงระเบิดและสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัว "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมนี้มากนัก... เราก็มาเปิดฉากต้อนรับพวกมันอย่างสมเกียรติกันเถอะครับ"
---
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ จากใจ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 9
กับดักของบูรพา
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!