เสียงกระจกบานใหญ่ที่แตกละเอียดดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นจริงในห้องสี่เหลี่ยมอันเงียบเชียบแห่งนี้ หากแต่มันดังมาจากซอกหลืบอันมืดมิดในความทรงจำของกรินทร์ ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ซากปรักหักพังแห่งกาลเวลามานานแสนนาน
นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มกุมแก้วทรงเตี้ยที่มีของเหลวสีอำพันอยู่ก้นแก้วแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผืนน้ำยามไร้ลมพัดผ่าน บัดนี้กลับไหวระริกคล้ายเปลวเทียนที่กำลังถูกลมพายุซัดสาด เงาสะท้อนของเขาในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า ไม่ได้ฉายภาพของนักวางแผนผู้เยือกเย็นและไร้ความปรานี หากแต่เป็นเด็กชายคนเดิมในวัยสิบขวบ—เด็กชายผู้ยืนมองกองเพลิงผลาญชีวิตของครอบครัวไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย
"คุณกำลังสู้กับเงาของตัวเองอยู่... กรินทร์"
เสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นของลลิลดังขึ้นจากมุมห้อง หล่อนไม่ได้เดินเข้ามาใกล้จนเกินไป เพราะรู้ดีว่าอาณาเขตส่วนตัวของชายผู้นี้เปรียบเสมือนลวดหนามที่พร้อมจะบาดลึกทุกผู้คนที่ล่วงล้ำ แต่ในค่ำคืนนี้ มีบางอย่างในแววตาของกรินทร์ที่เปลี่ยนไป บางสิ่งที่เปราะบางจนน่าใจหาย
กรินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความสมเพชตัวเองอย่างที่สุด เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเงาสะท้อนของตนเองในกระจกอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"เงาเหรอครับ... ลลิล... คุณคิดว่ามันเป็นแค่เงาจริงๆ หรือ" เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังภาพสะท้อนนั้น "มันคือความจริง... ความจริงที่ว่า ต่อให้ผมจะฉลาดแค่ไหน ต่อให้ผมจะก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารนี้ได้สำเร็จ... คืนวันที่ฝนตกในวันนั้น กลิ่นควันไฟและเสียงกรีดร้องของพวกท่าน... มันก็ไม่เคยจางหายไปไหนเลย"
ลลิลวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อดี หล่อนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างที่เคยถูกรักษากلไกลอย่างระแวดระวังถูกลดทอนลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพของชายหนุ่มผู้กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า
"คุณไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวหรอกนะคะ—เอ๊ย... ไม่ใช่ครับ" ลลิลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเกือบหลุดสำนวนคุ้นเคย ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "คุณไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวหรอกครับ... กรินทร์ การที่คุณเก็บบาดแผลนี้ไว้ในใจ มันไม่ได้ทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นเลย แต่มันกำลังกัดกินคุณทีละน้อยต่างหาก"
กรินทร์หันขวับมามองหญิงสาว ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเจ็บปวดที่ถูกจี้ถูกจุด แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งสอง
"คุณอยากรู้ไหมครับ ลลิล..." กรินทร์เริ่มพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเบาหวิวราวกับกระซิบ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่ง "คืนนั้น... ก่อนที่บ้านหลังนั้นจะถูกเผาราบเป็นจุล บูรพามันไม่ได้แค่เอาชีวิตครอบครัวผมไป... แต่มันบังคับให้ผมเลือก"
ลลิลเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความระมัดระวังในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนเห็นใจ
"มันเอาปืนจ่อหัวพ่อผม แล้วบอกให้ผมเลือกว่า จะให้มันยิงพ่อตอนนี้ หรือจะให้ผมเป็นคนลั่นไกใส่แม่ด้วยมือของตัวเอง..."
คำพูดนั้นทิ้งตัวลงกระแทกกลางห้องราวกับก้อนหินหนักอึ้ง กรินทร์หลับตาลงช้าๆ หยดน้ำใสๆ ไหลรินผ่านแก้วสากระคายเคืองลงมาเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว สมองของเด็กชายวัยสิบขวบในตอนนั้นกรีดร้องแทบคลั่ง น้ำหนักของด้ามปืนเย็นเฉียบในมือเล็กๆ และกลิ่นควันไฟที่แสบจมูก
ลลิลเอื้อมมือออกไปอย่างไร้การลังเล นิ้วเรียวสัมผัสลงบนหลังมือที่กำหมัดแน่นของกรินทร์ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของหญิงสาวส่งผ่านไปยังผิวที่เย็นเฉียบของชายหนุ่ม กรินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก ปล่อยให้ปลายนิ้วของลลิลได้กุมมือเขาไว้ในความมืดสลัว
"คุณไม่ได้ทำมันใช่ไหมครับ..." ลลิลเอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อย
กรินทร์ส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าครับ... ผมไม่ได้ยิงแม่ แต่ผมเลือกที่จะยืนมองพ่อถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา โดยที่ขาของผมมันก้าวไม่ออก... ความกลัวในตอนนั้นมันตรึงผมไว้กับพื้น และนั่นคือบาปกรรมที่ผมไม่มีวันลบล้างมันได้"
หยดน้ำตาของชายหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น หยดลงบนหลังมือของลลิล ความเงียบงันระหว่างเขาทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป หากแต่มันคือการยอมรับความจริงอันโหดร้ายและการปลดปล่อยพันธนาการที่ล่ามโซ่หัวใจของกรินทร์มาเนิ่นนาน
ลลิลขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม หล่อนใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าคมคายของกรินทร์ให้หันมามองตรงๆ ดวงตาของหญิงสาวฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
"อดีตฆ่าครอบครัวคุณไปแล้วครับ กรินทร์... แต่อย่าปล่อยให้อดีตฆ่าตัวตนของคุณในปัจจุบันอีกเลย บูรพามันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำ แต่ไม่ใช่ด้วยการที่คุณเอาชีวิตและจิตวิญญาณมาจมปลักอยู่กับความผิดบาปที่ไม่ได้ก่อ"
กรินทร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของลลิล ความเย็นชาที่เคยเคลือบ,ห่อหุ้มหัวใจของเขามาตลอดเริ่มละลายหายไปทีละน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาพยักหน้ารับช้าๆ เป็นครั้งแรกที่ความมืดมิดในใจดูเหมือนจะมีแสงสว่างลอดผ่านเข้ามา
ทว่า... ในวินาทีที่ความเปราะบางและความเข้าใจกำลังเชื่อมโยงจิตใจของคนทั้งสองเข้าด้วยกัน เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายความเงียบสงบลงอย่างไร้ความปรานี
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันเป็นการทุบด้วยความรุนแรงราวกับต้องการพังบานประตูเข้ามา ลลิลสะดุ้งสุดตัวผละมือออกจากกรินทร์โดยอัตโนมัติ ขณะที่กรินทร์กลับคืนสู่โหมดนักล่าในเสี้ยววินาที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาคมกริบ
กรินทร์ส่งสัญญาณมือให้ลลิลถอยไปหลบที่มุมมืด ก่อนที่เขาจะเดินสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตู ชักปืนพกเก็บเสียงออกจากเอวขึ้นมาเตรียมพร้อมในมือ นิ้วชี้วางทาบโครงปืนอย่างระมัดระวัง
เขากระชากเปิดประตูออกอย่างแรง หวังจะเผชิญหน้ากับลูกน้องของบูรพาที่ตามมาเจอแหล่งกบดาน
แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของกรินทร์สะดุดกึก ปืนในมือแทบจะร่วงหล่นลงกับพื้น
ร่างที่ยืนโซเซอยู่หน้าประตูไม่ใช่ศัตรูมือสังหาร... แต่เป็น "สารวัตรภาคิน" นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้แผนการทั้งหมดของเขา ภาคินในตอนนี้สภาพดูไม่ได้เลย เสื้อผ้าเปียกโชกไปด้วยเลือดสดๆ แผลฉกรรจ์ที่หน้าอกขวาทำให้เลือดไหลไม่หยุด และที่สำคัญที่สุด... ปลายกระบอกปืนสั้นของใครบางคนกำลังจ่ออยู่ที่ขมับของภาคินจากด้านหลัง
"กรินทร์... หนี... หนีไป..." ภาคินกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบาก่อนจะล้มพับลงไปกองกับพื้น
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก็ก้าวพ้นความมืดจากทางเดินบันไดออกมา พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรินทร์จำได้ไม่มีวันลืม—รอยยิ้มของบูรพาที่เอ่ยทักทายราวกับเจอกันโดยบังเอิญ
"ไง... หลานรัก ไม่เจอกันนานเลยนะ"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ จากใจ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ"
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 8
เงาสะท้อนในกระจก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!