กลิ่นอายของไวน์วินเทจราคาแพงระเหยผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเหล่าแขกผู้มีเกียรติในงานราตรีสโมสร ภายใต้หน้ากากแฟนซีขนนกสีทองและคริสตัลระยิบระยับ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่ารอยยิ้มที่พวกเขากำลังประดับบนใบหน้านั้น เป็นเพียงหน้ากากอีกชั้นหนึ่งที่ซ่อนความเน่าเฟะไว้เบื้องหลัง
ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถุงมือผ้าซาตินสีดำกำลังสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะน้ำหนักของภารกิจที่กำลังแบกรับอยู่บนบ่า ชุดราตรีสีนิลเปิดไหล่ที่เธอสวมใส่อยู่ในตอนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความโดดเด่นสะดุดตา หากแต่ถูกตัดเย็บขึ้นมาเป็นพิเศษด้วยเทคโนโลยีซับซ้อน ช่องว่างลับบริเวณตะเข็บซับในซ่อนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขนาดจิ๋วที่พร้อมจะเชื่อมต่อเข้ากับระบบแม่ข่ายหลักของตระกูลบูรพาได้ทุกเมื่อ
"จำคำพูดของผมไว้ให้ดี... ลลิล"
เสียงทุ้มต่ำผ่านหูฟังไร้สายขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนผมสลวยดังขึ้น น้ำเสียงของกรินทร์ยังคงสุขุม เยือกเย็น และเจือไปด้วยความกังวลที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้ภายใต้ความแข็งกระด้าง
"อย่าสบตากับคนของบูรพาเกินสามวินาที และถ้าสถานการณ์เริ่มไม่สตรีม... ถอนตัวทันที ไม่ต้องสนว่างานจะสำเร็จหรือไม่ เข้าใจที่ผมพูดไหมครับ"
ลลิลเหลือบสายตาไปมองกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะกระซิบคืนผ่านไมโครโฟนจิ๋ว
"คุณก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น กรินทร์... ถ้าคืนนี้เราพลาด พรุ่งนี้พวกเราก็ไม่เหลืออะไรให้ปกป้องอีกแล้ว"
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่สะท้อนกลับมาเป็นสัญญาณว่าเขายังคงเฝ้ามองเธออยู่ทุกฝีก้าวผ่านกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ติดอยู่บนเข็มกลัดเพชร
ลลิลผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เย่อหยิ่ง และเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบฉบับของทายาทตระกูลผู้ดีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ก่อนจะก้าวเท้าย่างเข้าสู่ห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลนับร้อยดวง
แสงไฟวับแวมสาดส่องลงมากระทบกับร่างของเธอ ผู้คนมากมายหันมามองด้วยความสนใจ เนื่องจากชุดราตรีดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความดุดันขับเน้นให้เธอดูกล้าแกร่งและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน ลลิลเดินผ่านบาร์เครื่องดื่ม หยิบแชมเปญแก้วทรงสูงมาจากบริกรหนุ่มที่ก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพอย่างไม่มีข้อกังขา
"อ้าว... คุณหญิงลลิล ไม่นึกเลยว่าจะมาร่วมงานการกุศลในคืนนี้ด้วย นึกว่าช่วงนี้ธุรกิจทางเหนือจะรัดตัวเสียอีก"
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นจากด้านหลัง ลลิลชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้า รอยยิ้มเสแสร้งถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างรวดเร็วราวกับมืออาชีพ
เบื้องหน้าของเธอคือ "สารวัตรก้องภพ" นายตำรวจมือขวาผู้กุมอำนาจมืดในกรม นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นจ้องมองเธอราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อในกรง
"ดิฉันก็แค่มาหาอากาศบริสุทธิ์เปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นค่ะ สารวัตรก้องภพ... ดูท่าทางงานคืนนี้จะคึกคักเป็นพิเศษนะคะ มีแต่คนหน้าตาคุ้นเคยทั้งนั้น" ลลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบนริมฝีปากไม่ได้ไปถึงดวงตา
"นั่นสินะครับ... ยิ่งเป็นงานที่ท่านบูรพาเป็นเจ้าภาพด้วยแล้ว ย่อมมีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์รออยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่คาดคิด..." ก้องภพก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "เช่น... การมีแขกไม่ได้รับเชิญแฝงตัวเข้ามาในงานอย่างไรล่ะครับ"
หัวใจของลลิลกระตุกวูบไปชั่วขณะ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบได้อย่างน่าทึ่ง เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"สารวัตรกำลังพูดเรื่องอะไรหรือคะ? หรือว่าช่วงนี้คดีในมือมันหนักหนา จนทำให้คุณระแวงไปหมดแม้กระทั่งแขกในงานเลี้ยง"
ก้องภพหรี่ตามองเธออย่างพิจารณา ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดทุกคำ ทันใดนั้น รอยยิ้มเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"บางที... ผมอาจจะแค่ระแวงเกินไปจริงๆ ก็ได้ครับ หวังว่าคุณจะสนุกกับค่ำคืนนี้นะครับ... คุณลลิล"
เมื่อก้องภพเดินผละออกไป ลลิลถึงกับต้องแอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผมภายใต้ความกดดันอันมหาศาล
"ลลิล... เมื่อกี้เสี่ยงมากเกินไปแล้วครับ" เสียงของกรินทร์ดังขึ้นในหู น้ำเสียงของเข้มงวดและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ก้องภพมันฉลาดเป็นกรด มันเริ่มสงสัยคุณแล้ว ถอยออกมาเดี๋ยวนี้"
"ยังไม่ได้ค่ะ..." ลลิลตอบกลับเสียงกระซิบเบาหวิวขณะเดินเลี่ยงไปทางปีก3ของห้องโถง ซึ่งเป็นทางเชื่อมไปยังห้องควบคุมระบบไอที "ฉันมาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าถอยตอนนี้ ทุกอย่างที่เราลงทุนไปจะสูญเปล่า คุณก็รู้ว่าเรามีโอกาสนี้แค่ครั้งเดียว"
เป้าหมายอยู่เบื้องหน้า ประตูไม้สักบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ปรากฏป้ายข้อความ "ห้ามเข้า - เขตหวงห้ามเฉพาะเจ้าหน้าที่" มีการ์ดร่างยักษ์สองนายยืนเฝ้าหน้าประตูลักษณะท่าทางทะมัดทะแมงและพกพาอาวุธปืนไว้ที่เอวอย่างชัดเจน
ลลิลหยุดยืนอยู่ที่มุมเสาหินอ่อน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อรวบรวมความกล้า มือเรียวเอื้อมไปหยิบตลับแป้งพัฟขึ้นมาเปิดกระจกเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า แต่นั่นเป็นเพียงฉากบังหน้า เพราะในมืออีกข้างหนึ่ง เธอกำลังกดปุ่มคำสั่งพิเศษเพื่อส่งสัญญาณหลอกลวงไปยังระบบกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้น
*ปิ๊ป!*
สัญญาณเตือนภัยชั่วคราวจากระบบไฟฟ้าขัดข้องกะพริบขึ้นที่มุมตึกฝั่งตรงข้าม ไฟนีออนกระพริบดับลงสามครั้งติดกัน สร้างความแตกตื่นให้กับการ์ดทั้งสองนายที่เฝ้าประตูอยู่
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ ไปเช็กดูซิ" การ์ดคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปสั่งเพื่อนแล้วเดินแยกย้ายออกไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามคำสั่ง
เหลือการ์ดเฝ้าประตูเพียงคนเดียว ลลิลไม่รอช้า เธอสืบเท้าเข้าไปประชิดด้านหลังด้วยความเงียบเชียบราวนิดหน่อย รวดเร็วดั่งภูตผี ปลายนิ้วเรียวที่สวมถุงมือซาตินชักเข็มฉีดยาขนาดเล็กที่บรรจุยาสลบออกฤทธิ์เร็วจากกระเป๋าถือ ก่อนจะกดลงที่ต้นคอของการ์ดร่างยักษ์อย่างแม่นยำ
ร่างนั้นกระตุกเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนจะหมดสติและทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลลิลรีบช่วยพยุงร่างไร้สตินั้นหลบเข้ามุมอับสายตาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น
"ฉันจัดการหน้างานเรียบร้อยแล้วค่ะกรินทร์... ตอนนี้กำลังจะเข้าห้องควบคุม"
"ระวังตัวด้วยครับ ลลิล... ระบบรักษาความปลอดภัยด้านในไม่ได้มีแค่การ์ด แต่มันเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลักที่บูรพาคุมอยู่โดยตรง ถ้าคุณเชื่อมต่อพลาดแม้แต่วินาทีเดียว สัญญาณเตือนภัยทั้งตึกจะดังขึ้นทันที" เสียงของกรินทร์ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ลลิลไขกุญแจดิจิทัลด้วยรหัสผ่านชั่วคราวที่กรินทร์ส่งมาให้ผ่านระบบแฮกเกอร์ระยะไกล ประตูห้องควบคุมค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง เผยให้เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอที่กำลังแสดงข้อมูลการเงินและแผนผังโครงข่ายอิทธิพลของตระกูลบูรพา
หญิงสาวก้าวเข้าไปด้านหน้าแผงควบคุมหลัก ปล่อยให้เส้นสายฮาร์ดแวร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดราตรีเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตหลักของคอมพิวเตอร์ หน้าจอสีดำมืดปรากฏตัวอักษรวิ่งรัวเร็วราวกับสายน้ำ
"กำลังดาวน์โหลดข้อมูล... 10%... 25%..."
เสียงระบบประมวลผลดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบงัน ลลิลกวาดสายตามองหน้าจอด้วยความลุ้นระทึก อีกเพียงนิดเดียว... ข้อมูลทั้งหมดที่จะลากคอบูรพาลงมาจากบัลลังก์ก็จะอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่การดาวน์โหลดดำเนินไปถึง 89% หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน!
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องควบคุม เสียงไซренаดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งคฤหาสน์ ข้อความเตือนภัยตัวโตปรากฏขึ้นกลางหน้าจอหลัก: **[SECURITY BREACH DETECTED - SYSTEM LOCKED]**
ลลิลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือดลงในทันที
"เกิดอะไรขึ้นกรินทร์! ทำไมระบบถึงล็อกตัวเองล่ะคะ?" เธอกรอกเสียงลงในไมโครโฟนอย่างร้อนรน
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของกรินทร์จะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความตระหนกอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ลลิล... รีบออกจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้! มีคนดักสัญญาณของเราตั้งแต่แรกแล้ว... พวกมันจงใจเปิดทางให้คุณเข้ามาติดกับ!"
ก่อนที่ลลิลจะได้ก้าวขาหนี ประตูห้องควบคุมที่ควรจะปิดตายก็เลื่อนเปิดออกช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยдяیบนใบหน้า ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเหี้ยมเกรียม
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของผมครับ... คุณหนูลลิล" บูรพาเอ่ยขึ้น พรางปรบมือช้าๆ สองครั้งด้วยความชื่นชม "ไม่นึกเลยว่าหนูตัวน้อยจะกล้าหาญขนาดนี้... น่าประทับใจจริงๆ ครับ"
ลลิลถอยหลังกรูดจนชิดติดกับแผงควบคุม ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวพยายามควานหาอาวุธป้องกันตัวอย่างลนลาน ขณะที่ทางปลายสาย กรินทร์กำลังคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและพยายามตะโกนเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ท่ามกลางสัญญาณที่ถูกตัดขาดทีละน้อย...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้ และพบกันใหม่ในตอนถัดไป
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 27
การแทรกซึม
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!