เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 26

วางแผนโค่นล้ม

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงปิดผนึกซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มดังขึ้นเบาๆ ในห้องใต้ดินที่ปราศจากแสงแดด มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนที่ส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของกรินทร์ ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจดจ้องไปยังกระดาษแผ่นสุดท้ายในมือด้วยความนิ่งสงบ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนนั้นฟ้องชัดถึงพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน "ถ้าเอกสารชุดนี้หลุดออกไปในงานประชุมใหญ่ประจำปีวันพรุ่งนี้... บูรพาจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินให้ยืนนะครับ" ลลิลเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ สายตาของเธอมองตรงไปยังกรินทร์ราวกับต้องการอ่านทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งความคิดของเขา กรินทร์วางเอกสารลงบนโต๊ะ ช้าๆ อย่างระมัดระวัง ราวกับมันคือวัตถุระเบิดที่พร้อมจะปลิดชีพพวกเขาทุกเมื่อ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรุ่มร้อนในอก ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันที่สูญเสียครอบครัวไปอย่างไร้ความยุติธรรมยังคงตามหลอกหลอน แต่ความแค้นนี้ได้รับการขัดเกลาจนกลายเป็นความเย็นชาที่เฉียบคม "มันไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้เขาไม่เหลือแผ่นดินยืนหรอกครับคุณลลิล..." กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลแต่น่าเกรงขาม "แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ถูกพรากชีวิตไปอย่างไร้ความหมายต่างหากครับ บูรพาใช้ความอยุติธรรมสร้างอาณาจักรของมันมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่เสาหลักต้นนั้นจะต้องพังทลายลงเสียที" ลลิลถอนหายใจเบาๆ เธอย่อมเข้าใจความเจ็บปวดนั้นดี ในบรรดาทุกคนที่รายล้อมกรินทร์ มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าภายใต้เกราะกำบังอันเยือกเย็นและท่าทีที่สุขุมราวกับหินผานี้ หัวใจของเขายังคงมีรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย "แต่คุณก็รู้ว่าบูรพามันไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนอะไรง่ายๆ นะครับ" ลลิลเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตาแก่เขี้ยวลากดินคนนั้นเตรียมการรับมือทุกสถานการณ์ไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะในงานประชุมใหญ่ที่มีผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วประเทศมารวมตัวกัน การที่เราจะแอบส่งเอกสารชุดนี้เข้าสู่ระบบหลัก... มันเหมือนกับการเดินเข้าไปในรังราชสีห์โดยไม่มีแม้แต่มีดสั้นป้องกันตัวเลยนะครับ" กรินทร์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นปรากฏขึ้นชั่วพริบตาก่อนจะเลือนหายไป "ผมถึงได้บอกว่าเราไม่ได้จะ 'แอบ' ส่งไงครับคุณลลิล..." กรินทร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟสาดส่องลงบนนัยน์ตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยว "แต่เราจะทำให้มันกลายเป็นวาระเร่งด่วนกลางที่ประชุม ที่ต่อให้บูรพาอยากจะปัดตก มันก็ไม่มีทางทำได้ต่อหน้าสักขีพยานนับร้อยชีวิต" ห้องประชุมลับกลับมาเงียบงันอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเดิมพันครั้งนี้สูงลิ่ว หากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ชีวิตของพวกเขาจะจบสิ้นทันทีโดยไม่มีโอกาสได้แก้ตัว "แผนการทุกอย่างถูกจัดวางไว้หมดแล้ว..." กรินทร์เริ่มแจกแจงรายละเอียด น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาฉะฉาน ชี้แจงจุดอ่อนและช่องโหว่ของมาตรการรักษาความปลอดภัยในตึกใหญ่ "คุณคอยจัดการเรื่องระบบเครือข่ายภายในห้องประชุมใหญ่ ตัดการเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดในจุดอับสัญญาณสามจุดนั้นเสีย ส่วนผมจะเป็นคนนำเอกสารฉบับจริงเดินเข้าไปยื่นให้ประธานกรรมการตรวจสอบด้วยตัวเอง" "แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นล่ะครับ?" ลลิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา กรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด "ไม่มีคำว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันสำหรับคนที่เตรียมใจจะตายมาตั้งแต่สิบปีก่อนหรอกครับคุณลลิล... ถ้าผมไม่รอด บูรพาก็ต้องพินาศไปพร้อมกับผมเช่นกัน" คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนทั่ง ความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยวแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของกรินทร์ จนลลิลสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของบรรยากาศที่บีบคั้น เธอยิ้มเศร้าๆ ออกมาเล็กน้อย ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมนั้น "คุณนี่มัน... เกินเยียวยาจริงๆ นะครับ กรินทร์" เธอบ่นพึมพำเบาๆ แต่ก็เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารอีกชุดขึ้นมาตรวจทานความเรียบร้อยเพื่อสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ "ตกลงตามนี้ครับ พรุ่งนี้เวลาเก้าโมงเช้า เกมที่เราเดิมพันด้วยชีวิตจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ" เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องบอกเวลาตีสอง ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังตรวจเช็ครายละเอียดครั้งสุดท้ายก่อนแยกย้าย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—เป็นจังหวะที่ไม่ได้นัดหมาย และไม่ควรจะเกิดขึ้น ณ สถานที่ลับแห่งนี้ กรินทร์ชะงักมือที่กำลังถือปากกา ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูเหล็กกล้าทันที ลลิลสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือเรียวรีบเลื่อนไปกุมด้ามปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครควรล่วงรู้สถานที่แห่งนี้... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ดังเอี๊ยดอาดในความเงียบสงัด ก่อนที่ประตูจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดด้านนอก บุคคลที่ทำให้เลือดในกายของกรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อร่างนั้นก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาใต้แสงไฟ และเอמהะเอื้อนวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่เขาไม่มีวันลืมตลอดชั่วชีวิต "วางแผนกันสนุกดีนี่ครับ... คุณกรินทร์" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนถัดไป ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%