“ถ้าเอกสารชุดนี้หลุดไปถึงมือสำนักข่าว กองบัญชาการใหญ่คงสั่นสะเทือนไม่น้อย... คุณว่าจริงไหมครับ คุณกรินทร์”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบแว่นสายตาและไรหนวดเคราที่ผ่านการโกนอย่างลวกๆ ของชายวัยกลางคน ร่างในชุดสูทเนื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าแต่รีดเรียบกริบกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม สายตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าจากการถูกปฏิเสธโดยสังคมมาเป็นแรมปี
กรินทร์ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง นิ้วเรียวยาวถือแก้ววิสกี้ที่น้ำแข็งละลายจนเกือบหมด เขายังไม่หันไปมองแขกผู้มาเยือนทันที สายตาของชายหนุ่มทอดมองออกไปเบื้องล่างผ่านกระจกใสที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนอันเต็มไปด้วยแสงสี แต่เบื้องหลังความเจริญเหล่านั้น ซ่อนไว้ซึ่งความเน่าเฟะที่เขาและเธอกำลังพยายามขุดรากถอนโคน
“สารวัตรธนา... คนที่เคยเกือบจะลากคอบูรพาเข้าคุกได้เมื่อห้าปีก่อน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นแพะรับบาป ถูกถอดเครื่องแบบ และโยนทิ้งไว้ข้างถนนอย่างไม่ใยดี” กรินทร์หมุนแก้วในมือช้าๆ เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน “คุณคิดว่าเอกสารในมือคุณตอนนี้ จะมีค่าพอที่จะแลกกับการเอาชีวิตที่เหลือไปเสี่ยงกับเกมที่ใหญ่เกินตัวหรือครับ”
ธนาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและขื่นขม ชายวัยกลางคนวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างเบามือ ราวกับมันคือวัตถุระเบิดที่พร้อมจะปลิดชีพทุกคนในห้องนี้ได้ทุกเมื่อ
“ชีวิตที่เหลือของผมเหรอครับ คุณกรินทร์?” ธนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนมุมปาก “ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่ผมถูกตรายาง ‘ไล่ออกจากราชการ’ ประทับลงบนแฟ้มประวัติ ชีวิตของผมก็ตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้... มีเพียงแค่ลมหายใจที่รอเวลาทวงความยุติธรรมคืนมาเท่านั้น”
ลลิลซึ่งนั่งเงียบอยู่ที่มุมห้องมานาน เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่านั่ง แสงเงาจากมุมห้องทำให้ใบหน้าอันเฉียบคมของเธอแลดูเคร่งเครียด ดวงตากลมโตจดจ้องไปยังแฟ้มเอกสารตรงหน้าสลับกับใบหน้าของอดีตนายตำรวจผู้ก้าวเข้ามาในรัศมีอันตรายของพวกเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว
“คุณแน่ใจแค่ไหนว่าเอกสารพวกนั้นยังใช้งานได้จริง บูรพาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้หลักฐานสำคัญหลุดรอดไปได้ง่ายๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเคลียร์เส้นทางการเงินและกวาดล้างพยานปากเอกไปหมดแล้ว” ลลิลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยการประเมินค่าอย่างระมัดระวัง
ธนาหันไปสบตากับหญิงสาว รอยแววตาของเขาไม่มีความหวาดหวั่น มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่สะสมมานานนับปี
“คุณลลิลครับ... คนเราเมื่อสูญเสียทุกอย่างไปจนหมดตัว สิ่งเดียวที่พวกเขามักจะหลงเหลือไว้ คือ ‘ความลับ’ ที่คนมีอำนาจไม่อยากให้ใครรู้ บูรพามันระวังตัวแจก็จริง แต่มันมองข้าม ‘เศษสวะ’ อย่างผมไป เพราะคิดว่าผมกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวที่ไร้พิษสงแล้ว” ธนายื่นมือไปเคาะที่แฟ้มเอกสารเบาๆ “แต่ในฐานะพนักงานสอบสวนเก่า ผมมีวิธีเก็บกวาด ‘ขยะ’ ที่พวกมันทิ้งไว้เสมอ และนี่คือบัญชีลับที่เชื่อมโยงระหว่างมูลนิธิบังหน้าของบูรพากับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ”
กรินทร์หันกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังชายวัยกลางคนเบื้องหน้า บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง
เขารู้ดีว่าการดึงอดีตตำรวจมือสะอาดคนนี้เข้ามาพัวพัน หมายถึงการเพิ่มความเสี่ยงให้ทีมของพวกเขาเป็นทวีคูณ แต่ในขณะเดียวกัน หากไม่มีข้อมูลจากวงในของตำรวจน้ำดีที่หลงเหลืออยู่ การจะเจาะทะลวงเกราะป้องกันอันหนาแน่นของบูรพาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
“คุณต้องการอะไรจากเราครับ สารวัตรธนา” กรินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงสุขุมและเยือกเย็นจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้
ธนาเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของห้องตรงๆ ไม่มีร่องรอยความลังเลใจในแววตานั้นอีกต่อไป
“ผมไม่ได้ต้องการเงิน... และไม่ได้ต้องการตำแหน่งคืน” ธนาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมต้องการให้บูรพาก้มกราบลงบนพื้นห้องขังเดียวกันกับที่ผมเคยยืน... และผมต้องการให้คุณใช้ผมเป็น ‘หัตถ์มืด’ ในการลากคอมันลงมา”
ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึก ข้อเสนอของธนามันช่างหอมหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน เธอมองหน้ากรินทร์เพื่อรอการตัดสินใจ ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ เขาวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องอยู่ในความเงียบงัน
กรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ร่างสูงโปร่งทอดเงาทับร่างของธนา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบพันธมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ในยามคับขัน
“ยินดีต้อนรับสู่เกมของเราครับ สารวัตร” กรินทร์ยื่นมือออกไปเบื้องหน้า ธนาไม่รอช้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยื่นมือเข้าจับกับกรินทร์แน่น การประสานมือกันครั้งนี้เปรียบเสมือนสัญญาเลือดที่ไม่อาจถอนคืนได้
ทว่า... ในวินาทีที่มือของทั้งสองสัมผัสกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอย่างไร้สัญญาณเตือน!
แสงไฟภายในห้องเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของลลิลดับวูบลงก่อนจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีเลือดสว่างวาบขึ้นมาว่า: *“ตรวจพบการเจาะระบบจากภายนอก... พวกมันรู้ที่อยู่ของพวกคุณแล้ว”*
ธนาหน้าถอดสี ทว่ากรินทร์กลับหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของเขาหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยประกายความเหี้ยมเกรียม
“ดูเหมือนว่า... มีคนขายข่าวให้เราเร็วกว่าที่คิดนะครับ” กรินทร์พึมพำเบาๆ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดทางหนีไฟด้วยความเร็วสูง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนถัดไป
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 25
แนวร่วมจากที่ไกล
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!