เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกเลื่อนข้ามโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดีดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับหนักหน่วงราวกับเสียงค้อนของศาลเตี้ยที่ทุบลงกลางอก
"นายคิดว่าเอกสารชุดนี้ จะโค่นบูรพาได้จริงๆ งั้นหรือ กรินทร์"
เสียงของลลิลเจือความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ดวงตากวาดอ่านตัวเลขและลายเซ็นนับร้อยบนหน้ากระดาษ เอกสารที่พวกเขาแลกมาด้วยลมหายใจและหยดเลือดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่วินาทีนี้ มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษทรายที่กำลังกรีดซ้ำลงบนแผลเก่า
กรินทร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกเงา ทาบทับใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉยและเยือกเย็นจนน่ากลัว เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบรสชาติขมปร่า ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปยังความมืดมิดของเมืองหลวงที่หลับใหล
"กระดาษพวกนี้... มันเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งครับ ลลิล" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ ไม่ใช่ชะตากรรมของคนนับล้าน "สิ่งที่บูรพากุมอยู่ไม่ใช่แค่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือเครือข่ายธุรกิจสีเทาในประเทศ แต่มันคือโครงข่ายที่เชื่อมโยงไปถึงรากฐานของอำนาจรัฐ... ทุกกระทรวง ทุกกลไก และทุกอำนาจที่คอยขับเคลื่อนประเทศนี้ ล้วนมีชื่อของเขาฝังอยู่ใต้พรม"
ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึก เธอวางปากกาในมือลง ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งสหายร่วมรบและคนเพียงคนเดียวที่เธอยอมเปิดใจให้ "ถ้ามันใหญ่ขนาดนั้น... แล้วเรากำลังสู้อะไรอยู่ล่ะ? การเปิดโปงบริษัทของบูรพาในวันนี้ มันจะเปลี่ยนอะไรได้ในเมื่อคนกุมอำนาจสูงสุดในกระบวนการยุติธรรมก็คราบลูกน้องของมัน?"
กรินทร์หันกลับมา ช้าๆ เขาวางแก้วลงบนขอบหน้าต่าง เสียงกระทบเบาๆ สะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบงัน เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาว ชะตากรรมที่แบกรับไว้ร่วมกันทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงลมหายใจ
"เราไม่ได้สู้เพื่อให้ระบบมันสะอาดขึ้นในชั่วข้ามคืนหรอกครับ..." กรินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย สายตาสื่อความหมายลึกล้ำที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดในอดีต "แต่เรากำลังทำให้โครงสร้างที่เน่าเฟะนี้... มันกัดกินกันเองจนพินาศต่างหาก"
นิ้วเรียวของลลิลสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล ปมในอดีตเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวของกรินทร์สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น มันคือไฟแค้นที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความเงียบงันมานานหลายปี และวันนี้ ไฟกองนั้นกำลังลุกลามจนพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่ตัวพวกเขาเอง
"ฉันแค่วิตก..." ลลิลหลบสายตา กระซิบแผ่วเบา "ว่าในวันที่เราชนะ... จะไม่เหลือใครยืนอยู่ตรงนี้เลย"
กรินทร์ชะงักไปชั่วขณะ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่มือก่อกำเข้าหากันแน่นแล้วชักกลับในวินาทีสุดท้าย เขารู้ดีว่าความใกล้ชิดของเขาอาจนำพาอันตรายมาสู่เธอ แต่ในโลกที่มืดมนใบนี้ ลลิลคือแสงสว่างดวงเดียวที่เขายังหลงเหลืออยู่
ก่อนที่บทสนทนาอันเปราะบางจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยเบาๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น
*ตี๊ด... ตี๊ด...*
ลลิลขมวดคิ้ว เธอรีบหันไปกดแป้นพิมพ์เพื่อตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยที่ตั้งไว้ ทว่าเพียงชั่วพริบตา หน้าจอทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความรหัสเตือนภัยระดับสูงสุดที่วิ่งวนซ้ำไปมา
"กรินทร์..." เสียงของลลิลขาดหายไปในลำคอ ใบหน้าของเธอซีดเผือกไร้สีเลือด "ระบบป้องกันของเราถูกเจาะ... ไม่ใช่จากภายนอก แต่เป็นโปรแกรมดักจับที่เราฝังไว้ในเซิร์ฟเวอร์หลักของกระทรวงการคลัง"
กรินทร์ก้าวฉับเข้าไปประชิดหน้าจอ ดวงตาคมกวาดมองชุดคำสั่งที่กำลังรันอัตโนมัติอย่างบ้าคลั่ง ข้อมูลทั้งหมดที่พวกเขาอุตส่าห์รวบรวมและซ่อนไว้อย่างดี กำลังถูกดาวน์โหลดออกไปทีละไฟล์... ทีละไฟล์...
ไม่ใช่แค่ถูกขโมย แต่กำลังถูก "ลบ"
"มันไม่ได้พยายามปิดบังตัวตนครับ" กรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบที่สุดเท่าที่ลลิลเคยได้ยินมา กล้ามเนื้อกรามของเขากระตุกเกร็ง "แต่มันกำลังส่งสัญญาณ... บอกเราว่าพวกมันรู้ตัวตั้งนานแล้ว"
ทันใดนั้น หน้าจอมอนิเตอร์หลักก็ดับวูบลง ก่อนจะสว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกับภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในคฤหาสน์ของบูรพา ภาพชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ราวกับรู้ว่ากำลังมีคนมองอยู่ผ่านเลนส์กล้อง และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือรอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมายังพวกเขา
บูรพาไม่ได้มองมาที่กล้อง แต่มองตรงมายังจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่ ผ่านเลนส์ซ่อนเร้นที่กรินทร์เองก็เพิ่งค้นพบ
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมใหม่นะ กรินทร์..."* เสียงทุ้มต่ำกังวานผ่านลำโพงคอมพิวเตอร์ ทั้งที่มันควรจะเป็นระบบปิด *"แกคิดว่าแกเป็นคนดึงเชือกเชิดหุ่นพวกฉันมาตลอดสินะ... แต่ความจริงแล้ว แกก็เป็นแค่ตุ๊กตาอีกตัวที่เต้นตามจังหวะเพลงที่ฉันบรรเลงมาตั้งแต่ต้นก็เท่านั้นเอง"*
กรินทร์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันโหดร้าย เอกสารทั้งหมดที่พวกเขาได้มาอย่างยากลำบาก ไม่ใช่ความลับที่รั่วไหล... แต่มันคือ "เหยื่อล่อ" ที่ถูกโยนให้สุนัขล่าเนื้ออย่างเขาวิ่งตาม เพื่อเปิดทางให้บูรพากำจัดขั้วอำนาจเก่าที่ขวางทางอยู่ต่างหาก!
ในวินาทีที่ความตระหนักรู้แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเหล็กกระทบกันของอาวุธปืน และเสียงระเบิดทำลายกลอนประตูก็ดังสนั่นหวั่นไหว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้และพบกันใหม่ในตอนถัดไป
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 24
เบื้องหลังบัลลังก์
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!