เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 35

ปิดสนามบิน

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงกงล้อโลหะของกระเป๋าเดินทางนับสิบคันบดขยี้พื้นหินอ่อนขัดเงาของอาคารผู้โดยสารขาออก ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังแห่งความพินาศ บูรพาก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเร่งรีบ สูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตไหวตามแรงเคลื่อนไหว แต่สันจมูกที่ชื้นเหงื่อบางๆ และดวงตาคู่คมที่กวาดมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง บ่งบอกว่าผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังความเน่าเฟะทั้งหมดในเมืองนี้ กำลังตระหนักรู้ว่าเวลาของตนเหลือน้อยเต็มทีแล้ว “เครื่องบินส่วนตัวเตรียมพร้อมแล้วครับคุณบูรพา อีกไม่ถึงสิบนาที เราจะเคลียร์รันเวย์ได้” บอดี้การ์ดคนสนิทกระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน ขณะก้มมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงสลับกับประตูทางออกทิศใต้ บูรพาไม่ตอบ เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่มักทำยามควบคุมสถานการณ์ได้ ทว่าลึกเข้าไปในแววตานั้น กลับมีความหวาดระแวงฉายชัด เขารู้ดีว่าศัตรูของเขาไม่ใช่ตำรวจน้ำดีทั่วไป แต่คือ ‘กรินทร์’ ชายผู้สูญเสียทุกอย่าง และไม่มีอะไรต้องสูญเสียอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้น เสียงประกาศจากระบบประชาสัมพันธ์ของสนามบินก็เงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยดังสนั่นหวั่นไหว ประตูอัตโนมัติทุกบานเลื่อนปิดล็อกลงพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องสลับกับความมืดมิด สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้โดยสารรอบข้างที่ต่างส่งเสียงกรีดร้องและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน “เกิดอะไรขึ้น!” บูรพาคำรามเสียงต่ำ ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความกราดเกรี้ยว “ระบบควบคุมส่วนกลางถูกแฮกครับ! มีคำสั่งล็อกดาวน์ทั้งสนามบินจากภายนอก!” บอดี้การ์ดหน้าซีดเผือด ชักอาวุธปืนพกออกมาจากเสื้อสูททันที ที่ชั้นลอยเหนือโถงผู้โดยสาร กรินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่หลังกระจกนิกรีนหนาทึบ สายตาสีเข้มคมปลาบจับจ้องเป้าหมายที่อยู่เบื้องล่าง ร่างสูงโปร่งในชุดโค้ทสีดำสนิทกลมกลืนไปกับเงารัตติกาลของโครงสร้างอาคาร ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องเล็กที่หน้าจอยังคงวิ่งโค้ดตัวเลขสีเขียวรัวเร็ว ฝ่ายเทคนิคของเขาทำงานได้ไร้ที่ติ ลลิลที่ยืนเคียงข้างส่งกระบอกเก็บเสียงให้เขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตึงเครียด “สนามบินถูกปิดตายตามแผนแล้วครับกรินทร์ บูรพาไม่มีทางหนีรอดไปทางอากาศได้แน่” ลลิลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักแน่น “เขายังมีทางเลือกอื่นเสมอ ลลิล… คนอย่างบูรพาไม่เคยเตรียมทางหนีไว้แค่ทางเดียว” กรินทร์ตอบเสียงกระด้าง มือหนารับกระบอกเก็บเสียงมาหมุนเกลียวเข้ากับปืนพกคู่ใจอย่างคล่องแคล่ว เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ในความเงียบของมุมอับสายตา “ระดมทีมปิดล้อมทุกจุดเชื่อมต่อทางบก อย่าให้หนูตัวไหนเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่ตัวเดียว” เบื้องล่าง บูรพาและสมุนพยายามฝ่าฝูงชนที่กำลังแตกตื่นเพื่อไปยังลิฟต์ส่วนตัวลงสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั้นใต้ดิน ทว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก สิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ทางหนี แต่คือความว่างเปล่าและเงียบงัน “นายท่าน… ทางลงถูกตัดขาดครับ ระบบควบคุมทั้งหมดถูกบล็อก” บอดี้การ์ดคนเดิมรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ บูรพากัดฟันกรอด ความเยือกเย็นที่เคยมีมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน เขาหันกลับมามองรอบตัวด้วยสายตาที่ดุดันราวกับสัตว์ป่าจนตรอก ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ “คิดจะขังฉันไว้ในกรงนี้งั้นรึ กรินทร์… แกมันก็แค่ไอ้เด็กเหลือขอที่พยายามล้างแค้นด้วยวิธีสกปรก!” เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินเบื้องบน ตามด้วยการปรากฏตัวของหน่วยจู่โจมเฉพาะกิจที่กรินทร์ระดมกำลังมาสกัดกั้น ทุกนายแต่งกายด้วยชุดยุทธวิธีสีดำสนิท ปืนอัดลมแรงดันสูงและอาวุธครบมือถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่บูรพายืนอยู่ ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก “วางอาวุธซะ บูรพา” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืด กรินทร์ก้าวออกมาจากเงาของเสาคอนกรีตทีละก้าวอย่างสุขุม แววตาของเขาว่างเปล่า ไร้ความปรานี ราวกับยมทูตที่มารับตัววิญญาณบาป บูรพาหันขวับมามองผู้มาเยือน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก แม้ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง “แกคิดว่าจับฉันได้แล้วสินะ กรินทร์? แกคิดว่าความตายของครอบครัวแกจะได้รับการชำระล้าง ถ้าแกฆ่าฉันในวันนี้?” “ความตายยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับสิ่งที่แกทำ” กรินทร์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพของศัตรูตรงหน้า “ข้อมูลทั้งหมด เอกสารลับ และบัญชีลับที่แกซ่อนไว้ ถูกส่งไปยังสำนักข่าวและป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา… บูรพา วันนี้คือวันสิ้นสุดอำนาจของแก” สีหน้าของบูรพาเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มมั่นใจมลายหายไปในพริบตา ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้ายับย่นตามวัย “แก… แกทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิต!” “สิ่งที่แกสร้าง มันสร้างขึ้นบนคราบน้ำตาและเลือดของคนอื่น มันสมควรถูกทำลายตั้งแต่แรกแล้ว” กรินทร์ยกกระบอกปืนขึ้นเล็งตรงไปยังหน้าอกของบูรพา นิ้วชี้แตะอยู่ที่ไกปืน พร้อมที่จะเหนี่ยวรั้งความแค้นทั้งหมดให้จบลงในวินาทีนี้ ทว่า ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะพุ่งออกจากปากกระบอก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของลลิลก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ลลิลหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด “กรินทร์… อย่าเพิ่งยิง!” ลลิลร้องห้ามเสียงหลง มือเรียวคว้าแขนเขาไว้แน่น “เราพลาดแล้ว… ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์หลักไม่ได้ถูกส่งไปที่สำนักข่าว แต่กำลังถูกดาวน์โหลดกลับไปยังที่ตั้งปริศนา… และ… และที่สำคัญที่สุด…” ลลิลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด “คนที่ยืนอยู่หลังคำสั่งทั้งหมดนี้ตั้งแต่แรก… ไม่ใช่บูรพา” บูรพาที่ควรจะจนมุม กลับระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและดังก้องไปทั่วโถงสนามบินที่ถูกปิดตาย พร้อมๆ กับที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของกรินทร์ปรากฏภาพสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก ประตูทางออกฉุกเฉินเบื้องหลังกรินทร์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของบุคคลในเงาสวมฮู้ดสีดำ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของกรินทร์เย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%