หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องแสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เหนื่อยล้าของกรินทร์ เสียงคีย์บอร์ดที่ดังรัวเป็นจังหวะเมื่อครู่หยุดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานในยามวิกาล
"สำเร็จแล้ว..."
เสียงพึมพำของลลิลดังขึ้นแผ่วเบา เธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างเพรียวบางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความโล่งอก แต่ดวงตาคู่สวยยังคงจดจ้องตัวเลขและรหัสลับชุดสุดท้ายที่เพิ่งถูกถอดออกบนหน้าจอ รหัสผ่านที่ปกป้องข้อมูลสำคัญของบูรพามานานนับปี บัดนี้ถูกเปิดเปลือยต่อหน้าพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
กรินทร์ไม่ได้แสดงอาการดีใจอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงฉายแววครุ่นคิด นิ้วเรียวยาวประสานกันไว้ใต้คาง ความเงียบโรยตัวปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกังวล
"มันง่ายเกินไป..." กรินทร์กล่าวพลางกวาดสายตาอ่านไฟล์ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด "รหัสระดับนี้ หากเป็นบูรพา... เขาไม่ควรพลาดให้เราเจาะเข้ามาได้ง่ายดายขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่า..."
ลลิลขยับตัวเข้ามาใกล้หน้าจอทันที ความตื่นเต้นเมื่อครู่มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง เมื่อเธอกดเปิดไฟล์บันทึกการทำธุรกรรมทางการเงินล่าสุด และรายชื่อเที่ยวบินส่วนตัว
"เว้นเสียแต่ว่า... เขาไม่ได้สนใจข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่แรกแล้ว" ลลิลพูดต่อประโยคของกรินทร์ด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า นิ้วเรียวเลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ข้อมูลการเดินทางของท่าอากาศยานนานาชาติ บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ปรากฏขึ้น
ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของทั้งคู่คือร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม รูปร่างสูงสง่าที่พวกเขาสองคนจำได้แม่นยำ บูรพากำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านช่อง
ช่องทางพิเศษสำหรับผู้ทรงอิทธิพล มุ่งตรงไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่จอดรออยู่บน
รันเวย์ ใบหน้าของเป้าหมายในจอภาพไร้ซึ่งความกังวล มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ราวกับกำลังเยาะเย้ยความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาของพวกเขา
"เขากำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ" ลลิลหันมามองกรินทร์ สีหน้าของเธอซีดเผือด "ถ้าเครื่องบินลำนั้นเทคออฟ... ทุกอย่างที่เราทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า หลักฐานพวกนี้จะไม่มีความหมายอะไรเลยในทางกฎหมาย เพราะเขาจะกลายเป็นผู้ลี้ภัยที่แตะต้องไม่ได้ทันที"
กรินทร์ไม่ตอบคำถาม เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้เก้าอี้กระแทกกับโต๊ะทำงานด้านหลังเบาๆ ใบหน้าคมคายที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความแค้นฝังลึกในอดีตที่เคยสูญเสียครอบครัวไปอย่างไร้ความยุติธรรมกำลังพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งในอก
"เตรียมรถ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งสั้นๆ แต่เฉียบขาด
"เรามีเวลาเหลือน้อยกว่ายี่นาที กรินทร์" ลลิลเตือนสติพร้อมกับคว้ากระเป๋าเอกสารและกุญแจรถขึ้นมาทันที "ต่อให้ขับรถฝ่าไฟแดงไปตอนนี้ ก็ไม่มีทางไปถึงรันเวย์ทันก่อนที่เครื่องบินจะทะยานขึ้นฟ้า"
กรินทร์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากห้อง ดวงตาคู่นคมกวาดมองไปรอบตัวราวกับกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในหัว สมองอันปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อหาทางออกในสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะเข้าครอบงำ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็สั่นเตือนขึ้นมาเสียงดังทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่มีการบันทึกชื่อ
กรินทร์ชำเลืองมองหน้าจอนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับและเปิดสปีดสปีกเกอร์
"ถ้าคุณกำลังคิดจะขับรถไล่ตามบูรพาไปที่สนามบินล่ะก็... ผมเกรงว่าคุณจะเสียเที่ยวฟรีนะครับ คุณกรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำปริศนาดังลอดออกมาจากลำโพง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างประหลาด
กรินทร์หรี่ตาลงทันที เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "แกเป็นใคร... และต้องการอะไร"
ปลายสายหัวسเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ลมหายใจของกรินทร์และลลิลต้องสะะดุดกุก "ผมไม่ได้เป็นศัตรู... แต่ผมคือคนเดียวที่จะทำให้คุณทันเครื่องบินลำนั้น ก่อนที่มันจะบินพ้นน่านฟ้าประเทศไทย... ถ้าคุณกล้าพอที่จะเดิมพันกับผม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 34
สำเร็จแต่ไม่สมบูรณ์
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!