เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับสลักนิรภัยดีดตัวออกด้วยแรงดันอากาศ กรินทร์ไม่แม้แต่จะชายตากล้องมองกลุ่มควันสีขาวจางๆ ที่พ่นออกมาจากช่องระบายความร้อน เขากวาดสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนไปยังหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่กระพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า ตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานกำลังวิ่งลดลงอย่างไร้ความปราณี: *03:42... 03:41...*
เวลาสามนาทีเศษ คือเส้นแบ่งระหว่างความลับระดับชาติที่ถูกฝังกลบกับความตายอันเงียบงัน
"ระบบกำลังล้างข้อมูลตัวเอง" ลลิลเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแม้จะพยายามควบคุมให้มั่นคงเพียงใด แต่ก็ยังเจือด้วยความสั่นเครืออันเกิดจากความเหนื่อยล้าและคราบเหงื่อที่ซึมตามขมับ นิ้วเรียวของเธอกดแป้นพิมพ์เสมือนจริงด้วยความเร็วสูงสุด แสงไฟสีแดงจากหน้าจอสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนก "รหัสผ่านส องชั้นแรกถูกปลดแล้ว แต่ชั้นสุดท้าย... มันไม่ใช่ชุดตัวเลข แต่มันคืออัลกอริทึมเชิงพฤติกรรม"
กรินทร์ไม่ตอบ เขาขยับตัวเข้าประชิดด้านหลังของหญิงสาว กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขากลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์โชว์เข้ามาแตะจมูก ลลิลสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างที่ทาบอยู่ไม่ไกล แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย สัญชาตญาณลึกๆ ของเธอกลับสงบลงอย่างประหลาดเมื่อมีชายผู้นี้อยู่เคียงข้าง
"อย่ามองที่ผลลัพธ์ของสมการ" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนสามารถกดข่มความตื่นตระหนกทั้งหมดในห้องควบคุมให้สยบลงได้ "มองที่เจตคนารมณ์ของผู้สร้างมันขึ้นมา... บูรพามันเกลียดความอ่อนแอ มากกว่าความพ่ายแพ้"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้ลลิลสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสมองประมวลผลตามคำชี้แนะ ความทรงจำเกี่ยวกับเอกสารลับที่พวกเขาเคยแลกมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อไหลทะลักเข้ามาในหัว
*02:15... 02:14...*
"ถ้าเช่นนั้น..." ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือที่สั่นเทาเมื่อครู่กลับมากุมความควบคุมได้อีกครั้ง "รหัสผ่านไม่ได้ถูกออกแบบให้ถอด... แต่มันถูกออกแบบให้ 'ยอมจำนน'"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของกรินทร์ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคือเครื่องยืนยันว่าความคิดของพวกเขากำลังวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน "ถูกต้องครับ... ป้อนคำสั่งลงไป ไม่ใช่รหัสผ่าน"
นิ้วทั้งสิบของลลิลรัวลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง เสียงรัวกระทบดังระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก ในขณะเดียวกัน กรินทร์ก็หันกลับไปมองประตูทางเข้าหลักที่ปิดตาย ความเงียบงันภายในห้องควบคุมนี้ช่างน่าอึดอัด ราวกับพวกเขากำลังถูกจ้องมองจากความมืดมิดเบื้องนอก บูรพาจะไม่ยอมปล่อยให้ความลับนี้หลุดรอดออกไปอย่างแน่นอน เขารู้ดีว่าศัตรูตัวฉกาจคนนี้ย่อมต้องส่งมือสังหารหรือเตรียมมาตรการขั้นเด็ดขาดไว้รอท่าแล้ว
*01:05... 01:04...*
จังหวะนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยพลันเปลี่ยนจากเสียงแหลมสูงเป็นเสียงทุ้มต่ำระรัว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงภายในห้องดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอหลักที่สาดส่องใบหน้าของทั้งสองให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"ใกล้แล้ว..." ลลิลพึมพำ หยดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้า ข้อมูลนับเทราไบต์กำลังถูกบีอัดและดาวน์โหลดลงในไดรฟ์ขนาดเล็กที่เสียบคาอยู่กับพอร์ตเชื่อมต่อ แต่แถบแสดงสถานะความคืบหน้าเพิ่งจะขยับไปถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่เวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งนาที
*00:45... 00:44...*
"ถ้ามันไม่ทันล่ะ กรินทร์?" ลลิลเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ เสียงของเธอเจือความสิ้นหวังเล็กๆ ที่พยายามซ่อนไว้
กรินทร์เอื้อมมือซ้ายไปทาบลงบนหลังมือของลลิลที่กำลังกดแป้นพิมพ์ แรงกดจากฝ่ามือที่อุ่นและแข็งแกร่งส่งผ่านความมั่นคงมาให้ หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย หันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ยังคงนิ่งสนิท ราวกับเขามีแผนสำรองที่เตรียมไว้รับมือแม้กระทั่งความตาย
"ผมไม่เคยปล่อยให้ความพยายามสูญเปล่า... โดยเฉพาะเมื่อแลกมาด้วยความเจ็บปวดของคนในอดีต" กรินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบแต่หนักแน่นจนน่าขนลุก "ถ้ามันดาวน์โหลดไม่ทัน เราจะดึงข้อมูลส่วนที่สำคัญที่สุดออกมาก่อน... ส่วนที่เหลือ ให้มันฝังกลบไปพร้อมกับความเน่าเฟะของพวกมัน"
คำพูดนั้นทำให้ลลิลเข้าใจทันที เธอพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว นิ้วมือเรียวพลิกแพลงคำสั่ง ตัดทอนข้อมูลขยะออก เหลือไว้เพียงหัวใจสำคัญของไฟล์ลับที่สามารถกระชากหน้ากากของบูรพาให้ร่วงหล่นลงมาต่อหน้าสาธารณชนได้
*00:15... 00:14...*
แถบสถานะพุ่งพรวดขึ้นไปที่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เสียงระบบเริ่มส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายเครื่องยนต์ที่กำลังจะระเบิด
*00:05... 00:04...*
"เสร็จแล้ว!" ลลิลตะโกนพร้อมกับกระชากไดรฟ์สีดำสนิทออกจากช่องเชื่อมต่ออย่างแรง ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ดับวูบลง ความมืดสนิทเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ ก่อนที่ระบบสำรองฉุกเฉินจะทำงานด้วยแสงไฟสีส้มสลัว
ทว่า... ความเงียบสงบไม่ได้อยู่กับพวกเขานานอย่างที่คิด
*ปัง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ประตูทางเข้าหลักทำให้พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือน ฝุ่นผงและเศษปูนร่วงกราวลงมาจากเพดาน รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนบานประตูเหล็กกล้าหนาเตอะ แรงระเบิดครั้งแรกทำลายระบบกลอนนิรภัยชั้นนอกจนพังยับเยิน และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้อย่างรวดเร็ว
กรินทร์ดึงลลิลให้หลบมาอยู่ด้านหลังโต๊ะควบคุมหลักอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักปืนพกเก็บเสียงกระบอกโปรดออกจากซองสะพายข้าง นัยน์ตาคมกريบจับจ้องไปยังกลุ่มควันหนาทึบที่หน้าประตูอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
กลุ่มควันสีเทาจางลงเผยให้เห็นร่างเงาสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวผ่านซากประตูพังๆ เข้ามา ชายคนนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้เงาหมวกปีกกว้าง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนมุมปากของแขกยามวิกาลผู้ไม่ได้รับเชิญคนนั้น พร้อมกับกระบอกปืนยาวติดลำกล้องที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่... และก่อนที่กรินทร์จะได้เหนี่ยวไกสวนกลับ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
"ช้าไปนิดเดียวนะครับ... คุณกรินทร์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 33
การทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนเปิดเผย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!