เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 44

เป้าหมายใหม่: ประมุขเงา

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"คุณกำลังบอกว่า... หมากที่เราเพิ่งโค่นลงไปเมื่อคืน เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานที่ถูกจัดฉากไว้ตั้งแต่แรกอย่างนั้นหรือครับ" เสียงทุ้มต่ำของกรินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีอำพันสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคู่คมกริบไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดๆ นอกเสียจากประกายความระแวดระวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเบื้องหน้า เอกสารลับปึกใหญ่ที่เพิ่งถูกส่งมาผ่านช่องทางนิรนามกำลังแผ่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว บูรพา ผู้มีอิทธิพลที่พวกเขาใช้เวลาวางแผนนับแรมเดือนเพื่อกระชากหน้ากาก บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเงาลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบังหน้าอำนาจที่แท้จริง ลลิลซึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง ปล่อยให้ม่านสีเข้มบังร่างของเธอจากสายตาภายนอก หันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่กระนั้น เธอก็ยังคงรักษาความเฉียบคมไว้ได้เป็นอย่างดี นิ้วเรียวบางขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ "ไม่ใช่แค่เบี้ยธรรมดาครับกรินทร์ แต่เป็นเบี้ยที่ถูกสังเวยอย่างจงใจ" เธอก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้แสงไฟ เงาของเธอยืดยาวทาบทับกับเอกสารเหล่านั้น "ทุกหลักฐานที่เราหามาได้ ทุกรอยรั่วที่เราเจาะเข้าไปในอาณาจักรของบูรพา... มันถูกจัดเตรียมไว้ให้เราพบตั้งแต่แรก เหมือนกับมีใครบางคนกำลังจูงมือพวกเราเดินไปตามเส้นทางที่เขากำหนดไว้ตั้งแต่ก้าวแรก" กรินทร์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันบนโต๊ะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ความรู้สึกคุ้นเคยอันเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก มันเป็นความรู้สึกเดียวกับในคืนวันที่ครอบครัวของเขาถูกพรากไป—ความรู้สึกของการเป็น "ผู้ถูกล่า" ในขณะที่คิดว่าตนเองคือ "ผู้ล่า" "ใครกัน..." กรินทร์พึมพำ น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว "ใครที่มีอำนาจมากพอจะชักใยบูรพาได้ ทั้งที่คนผู้นั้นแทบไม่เคยปรากฏชื่ออยู่ในหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมเลย" ลลิลสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอยื่นเอกสารแผ่นสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ใต้สุดขึ้นมา วางมันลงตรงหน้ากรินทร์อย่างระมัดระวัง บนกระดาษแผ่นนั้นไม่มีตัวอักษรใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์รูปกางเขนไขว้ทับด้วยเงาปีกนก—สัญลักษณ์ที่แม้แต่คนในวงการมืดระดับสูงยังต้องตัวสั่นเมื่อได้ยินชื่อ "ท่านอธิคม" ลลิลเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงของตนจะไปปลุกปีศาจที่หลับใหล "ชายผู้กุมอำนาจสูงสุดในเงาของประเทศนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของรัฐบาล ทุกเม็ดเงินสีเทาในตลาดหุ้น และทุกหยดเลือดที่หลั่งรินในโลกใต้ดิน ล้วนผ่านมือของเขาคนนี้ทั้งสิ้น" กรินทร์จ้องมองตราสัญลักษณ์นั้น ความทรงจำอันเลือนรางในอดีตเริ่มปะติดปะต่อ ภาพของชายปริศนาในคืนวันพิฆาตครอบครัว ภาพเงาสะท้อนในกระจกที่เขาตามหามาตลอดหลายปี บัดนี้... มันเริ่มปรากฏเค้าโครงที่ชัดเจนขึ้นทีละน้อย เป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ว่าจะเป็นการโค่นล้มบูรพา เพื่อทวงคืนความยุติธรรม บัดนี้พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อพวกเขาพบว่าภูเขาที่พวกเขากำลังปีนขึ้นไปนั้นไม่ใช่ภูเขาอันโดดเดี่ยว หากแต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ที่ไร้จุดสิ้นสุด "เราไม่ได้กำลังเล่นเกมหมากรุกกับบูรพาอีกต่อไปแล้วสินะครับ" กรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากลับ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา "แต่เรากำลังเดินเข้าไปในถ้ำของราชสีห์ ที่มันยอมปล่อยให้เราเดินเล่นรอบนอก ก็เพื่อรอดูว่าเราจะดิ้นรนได้น่าขันแค่ไหน" "แล้วคุณจะเอายังไงต่อ?" ลลิลถาม น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ถ้าเป้าหมายเปลี่ยนไปที่ท่านอธิคม... มันหมายความว่าเราต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด และอันตรายมันก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า" กรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิร์ตสีเข้มแผ่บรรยากาศแห่งความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นออกมาอย่างไร้ที่ติ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องทำงาน ก่อนจะหยุดนิ่งที่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพเมืองเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง "นับหนึ่งใหม่ก็ไม่เป็นไรครับลลิล" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคงดั่งศิลา "อย่างน้อย... ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าใครคือเจ้าของเงาที่แท้จริง การตามหาความจริงมันเจ็บปวดก็จริง แต่การปล่อยให้ความมืดกลืนกินเราไปทั้งเป็น... มันเจ็บปวดยิ่งกว่า" เขายื่นมือไปหยิบปืนพกกระบอกโปรดขึ้นมาตรวจสอบกระสุน เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็กอย่างแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังพอก้องกังวานในความเงียบ "เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเยือนเขตปกครองของท่านอธิคมกัน" ขณะที่กรินทร์กำลังจะหันหลังเพื่อหยิบเสื้อโค้ต ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็จุดประกายความผิดปกติขึ้นสามครั้ง—จังหวะการเคาะที่หนักแน่นและเป็นระบบ ไม่ใช่เสียงของแขกผู้มาเยือนทั่วไป และแน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของลลิล ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ลลิลชักปืนเก็บเสียงออกจากซองพกใต้เสื้อสูทอย่างรวดเร็ว สายตาทั้งคู่จับจ้องไปที่บานประตูไม้สีมะฮอกกานีที่ปิดสนิท ประตูกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ โดยไม่มีแม้แต่เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับ ร่างในชุดสูทสีดำสนิทก้าวพ้นขอบประตูก้าวเข้ามาทีละนิด ใบหน้าของบุคคลนั้นถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้างและเงาสลัวของโคมไฟ แต่สิ่งที่ทำให้กรินทร์ต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ คือกลิ่นจางๆ ของควันบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอดหลายปี "ไม่ต้องลำบากออกไปตามหาหรอกครับ... คุณกรินทร์" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับที่ผู้มาเยือนเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลเป็นลากยาว from ขมับลงมาถึงมุมปาก และดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะหยัน —ท่านอธิคมมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว... โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า ประตูบานนั้นถูกปลดล็อกตั้งแต่เมื่อไหร่ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%