เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 43

การทรยศครั้งใหญ่

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน แสงไฟจากหลอดนีออนดวงเปลือยบนเพดานสั่นไหวและส่งเสียงฮัมต่ำๆ ราวกับจะขาดใจตายอยู่รอมรั่น ที่ตรงกลางห้องนั้น บูรพา ผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยเหยียบย่ำผู้คนนับร้อยไว้ใต้ฝ่าเท้า บัดนี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ ร่างกายที่เคยสวมสูทสั่งตัดราคาแพงยับยู่ยี่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและรอยฟกช้ำ "หมดเวลาเล่นเกมแล้วครับ บูรพา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของกรินทร์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวมองดูเหยื่อตรงหน้าด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ความสะใจ มีเพียงความเยือกเย็นดั่งหอคอยงาช้างที่ไม่อาจสั่นคลอน ข้างกายกรินทร์คือลลิล หญิงสาวผู้กุมแฟ้มเอกสารลับไว้แน่น นิเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยยามกวาดสายตามองหลักฐานมัดตัวนรกบนดินที่พวกเขากำลังขุดคุ้ย เธอหันมาสบตากับกรินทร์เพื่อส่งสัญญาณเตือนบางอย่างทางสายตา ความเงียบระหว่างพวกเขาทั้งสองคนสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าร้อยคำพูด บูรพาหัวเราะแห้งผากในลำคอ ร่างกายของเขาสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ว่า อำนาจ บารมี และเงินตราที่เคยมี ล้วนไร้ความหมายในนาทีนี้ "แก... แกมันปีศาจ กรินทร์" บูรพาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอนและความหวาดกลัว "ทำไมแกถึงไม่ปล่อยฉันไป? ฉันบอกแล้วไงว่าเราคุยกันได้" "การเจรจาจบลงตั้งแต่ที่คุณเลือกเส้นทางเมื่อสิบปีก่อนแล้วครับ" กรินทร์ก้าวเท้าเดินเข้าไปช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดัง *ก้องกังวาน* ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของอีกฝ่าย "ครอบครัวของคุณ... ภรรยาที่รัก และลูกสาวคนเล็กที่กำลังศึกษาอยู่โรงเรียนประจำในต่างจังหวัด พวกเขาคงไม่รู้เลยสินะครับว่า คุณพ่อผู้แสนดีของพวกเขากำลังสร้างความพินาศให้ชีวิตคนอื่นมากแค่ไหน" คำพูดเพียงไม่กี่คำพุ่งเป้าเข้าใส่จุดอ่อนที่สุดของบูรพาราวกับลูกศิษย์อาบยาพิษ "อย่าแตะต้องลูกฉัน!" บูรพาคำรามลั่น พยายามจะพุ่งตัวเข้าใส่กรินทร์ด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทว่า แรงเฮือกสุดท้ายนั้นช่างไร้พลัง การ์ดร่างยักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลังกดไหล่ทั้งสองข้างของเขาลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น บูรพากระอักลมหายใจออกมาด้วยความเจ็บปวด หยดน้ำตาไหลปะปนกับคราบเหงื่อบนใบหน้ายับย่น เกราะป้องกันทุกอย่างพังทลายลงในวินาทีนั้น ความทะเยอทะยานที่สั่งสมมาทั้งชีวิตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเป็นพ่อที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อปกป้องสายเลือดของตนเอง "ฉันพูด... ฉันยอมพูดทุกอย่างแล้ว..." บูรพาหลับตาลง ยอมจำนนต่อโชคชะตา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ "บัญชีลับ... ชื่อของคนที่อยู่เบื้องบนฉัน... และเอกสารโอนถ่ายสิทธิ์ทั้งหมด ฉันจะบอกแกให้หมด... แต่ขอร้องล่ะ กรินทร์ ไว้ชีวิตลูกกับภรรยาของฉัน อย่าเอาพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย" ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอมองภาพชายผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมจำนนแทบเท้า เพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่เขารัก มันช่างเป็นภาพสะท้อนที่ตอกย้ำความโหดร้ายของโลกใบนี้ บาปกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น สุดท้ายมักย้อนกลับมาทวงคืนจากคนรอบตัวเสมอ กรินทร์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจดจ้องมองบูรพาราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของคำพูดเหล่านั้น ภายในใจของเขากำลังประหัตประหารกับอดีตอันเจ็บปวด ภาพความสูญเสียในวัยเด็กซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด ความรู้สึกโหยหาการปกป้องครอบครัวที่เขาไม่มีวันได้คืน บีบเค้นหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบ แต่สีหน้าภายนอกกลับยังคงนิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก "คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองตั้งแต่แรกแล้วครับ บูรพา" กรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่ากลัว "แต่... ผมไม่ใช่คนใจร้ายแบบที่คุณทำกับครอบครัวคนอื่น ความแค้นของผมมีไว้ชำระกับคนที่สมควรได้รับเท่านั้น" ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าผู้ทรงอิทธิพลที่ไร้พิษสง ยื่นมือไปรับปากกาและเครื่องบันทึกเสียงจากลลิล ก่อนจะโยนลงตรงหน้าของบูรพา "เขียนทุกอย่างลงไป... เริ่มตั้งแต่รายชื่อของพวกมันทั้งหมด แล้วผมจะให้คนพาครอบครัวของคุณไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย... เป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมที่สุดแล้วสำหรับคุณในตอนนี้" บูรพารีบคว้าปากกาด้วยมือที่สั่นเทา เขารีบก้มหน้าก้มตาเขียนข้อมูลทั้งหมดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าหากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ลมหายใจของลูกสาวที่เขารักจะปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา ความลับที่ถูกปิดตายมานานนับทศวรรษกำลังถูกเปิดเผยทีละบรรทัด ทีละชื่อ ทีละตัวเลข ลลิลขยับเข้ามาใกล้กรินทร์ กระซิบเบาๆ ด้วยความกังวล "คุณแน่ใจเหรอครับ กรินทร์? ว่าไอ้สารเลวพวกนั้นจะยอมปล่อยให้ครอบครัวเขาปลอดภัยจริงหลังจากเราได้ทุกอย่างมาแล้ว?" กรินทร์ไม่ตอบคำถามในทันที เขารอจนกระทั่งบูรพาเขียนหน้าสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้วดึงกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาคมกริบ ความจริงทั้งหมดปรากฏเด่นชัดอยู่บนกระดาษแผ่นบางๆ นี้แล้ว มันคืออาวุธชิ้นสุดท้ายที่จะสั่นคลอนรากฐานของอำนาจมืดทั้งหมด "เราจะทำตามสัญญาครับ ลลิล" กรินทร์กล่าวตอบเรียบๆ "เพราะความน่าเชื่อถือ... คือสิ่งเดียวที่ทำให้เราแตกต่างจากพวกมัน" ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องใต้ดินกำลังผ่อนคลายลงจากความตึงเครียด บูรพากำลังหอบหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าความลับถูกถ่ายทอดออกไปหมดแล้ว ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... *กริ๊งงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าในกระเป๋าเสื้อของบูรพาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เสียงริงโทนนั้นแหลมสูงและบาดแก้วหูจนทุกคนในห้องต้องสะดุ้ง บูรพานิ่งง็งันไปชั่วขณะ เขามองหน้ากรินทร์ด้วยความตกใจกลัว มือสั่นเทายื่นไปควานหาโทรศัพท์หน้าจอแตกออกมาจากกระเป๋า หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าเป็น "สายที่ไม่ได้รับ" จากหมายเลขส่วนตัวที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ "รับสิครับ" กรินทร์พยักพายให้อย่างใจเย็น แต่สายตากลับระแวดระวังขึ้นมาทันที "เปิดสปีกเกอร์โฟนด้วย" บูรพากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วมือสั่นระริกกดรับสายแล้ววางลงบนพื้นคอนกรีต เสียงสัญญาณเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นหูอย่างประหลาดดังลอดออกมาจากลำโพง *"ทำได้ดีมาก... บูรพา นายยอมคายความลับให้พวกมันเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ"* สิ้นเสียงปริศนานั้น กรินทร์และลลิลต่างชะงัก ร่างกายของกรินทร์แข็งค้างไปในทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า น้ำเสียงนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่มันคือเสียงของบุคคลที่พวกเขาคิดว่ากำลังถูกกุมตัวไว้ในสถานที่ปลอดภัยอีกแห่งหนึ่ง *"น่าเสียดายจริงๆ นะครับ..."* เสียงปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเย้ยหยัน *"เพราะต่อให้แกยอมคายความลับแค่ไหน... ครอบครัวของแก ก็ไม่มีทางได้เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้อยู่ดี..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%